ล่ามกับงานอาชีพต่างๆ

ล่ามกับงานทำแบบสอบถาม

การทำแบบสอบถามของบริษัทที่รับจ้างทำเป็นอาชีพโดยทั่วไปจะไม่ได้จบลงที่การนำข้อมูลมาสรุปและรวบรวมเพียงเท่านั้น หากแต่ยังคงต้องมีการคัดกรองข้อมูลว่า “Clean” คือหมายความว่าไม่มีความขัดแย้งในตัวข้อมูลเองด้วย ในกรณีที่จำเป็นข้อมูลที่ไม่ “Clean” จะต้องได้รับการซ่อมคือต้องกลับไปสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายอีกครั้ง

ในการทำหน้าที่นักแปลหรือล่าม คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กับกระบวนการทำแบบสอบถามที่ได้กล่าวไปแล้วบ้างหรือไม่ เช่น แปลเอกสารทั้งที่ก็รู้ว่าต้นฉบับมันไม่ “Clean” เนื้อหาขัดแย้งกันเอง 矛盾する ไม่มีความสอดคล้องเอาเสียเลย แต่ก็ต้องแปลไปตามหน้าที่ ปรากฎว่าพอเอกสารแปลถูกส่งต่อไปให้คนอ่านชาวญี่ปุ่น ก็จะได้รับคำตอบกลับมาว่า 何を言いたいのかよく分からない。แล้วก็ต้องเอาเอกสารกลับไปซ่อมตามระเบียบ สรุปว่าต้องมานั่งแปลอีกรอบไม่ต่างอะไรกับการทำแบบสอบถามเลยใช่ไหมครับ

จริงๆ แล้วตามฟังชั่นของนักแปลหรือล่าม ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะไปให้คำแนะนำผู้เขียนเอกสารต้นฉบับหรือผู้พูด แต่หากต้องซ่อมกันบ่อยมากจนเกินไป นักแปลหรือล่ามก็คงจะหลึกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเพ่ิมฟังชั่นการคัดกรองข้อมูลเข้าไปด้วยเช่นกัน

max

ล่ามกับนักการทูต

สำหรับนักการทูตแล้วการเข้าใจวัฒนธรรมของอีกฝ่ายซึ่งในที่นี้หมายถึงชาวต่างประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภาระหน้าที่ที่จะต้องสามารถพูดเพื่อโน้มน้าวให้ฝ่ายตรงข้ามได้เข้าใจและยอมทำตามสิ่งที่ตนได้ร้องขอไป

หากมองในมุมดังกล่าวแล้ว ล่ามเองก็จำเป็นต้องมีทักษะที่คล้ายกันคือการทำความเข้าใจในวัฒนธรรมของชาวต่างประเทศ เพราะจะเปรียบเทียบการสนทนาเป็นการเดินทางแล้ว เส้นทางที่เราเลือกก็จะเปรียบได้กับวิธีการพูด ฉะนั้นการเลือกเส้นทางที่ดีก็จะต้องทราบถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณที่เราจะต้องเดินทางผ่านไป เหมือนกันกับศึกษาวัฒนธรรมนิสัยใจคอของชาวต่างประเทศ เพื่อให้ท้ายสุดสามารถใช้เส้นทางเดินทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการไปถึงจุดหมายปลายทาง

หากเราไม่รู้จักหรือไม่ศึกษาภูมิประเทศให้ดีพอแล้ว อาจจะทำให้เลือกเส้นทางที่ต้องใช้เวลามากเกินความจำเป็น หลงทาง ต้องขับรถวนอยู่หลายรอบแต่ก็ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางเสียที หรือถ้าโชคร้ายน้ำมันหมด หรือหมดเวลา ก็เป็นอันจบกัน การพูดก็เช่นเดียวกันมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของเวลาและทรัพยากรอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นเดียวกัน

การที่ล่ามจะแปลให้ผู้ฟังเข้าใจได้ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว การศึกษาภูมิประเทศของผู้ฟัง หรือเส้นทางการทำความเข้าใจบนสมองของผู้ฟังก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้

un 1.jpg

ล่ามกับนักแสดง

การส่งอารมณ์ถือว่าเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับนักแสดงในการตีบทให้แตก เพราะถ้ารับอารมณ์เข้ามาแล้วไม่สามารถส่งกลับไปได้อย่างเหมาะสม เช่น การผ่อนอารมณ์สำหรับคนที่เป็นนางเอก หรือการส่งอารมณ์ที่รุนแรงขึ้นของนางร้าย เป็นต้นแล้ว จะทำให้การแสดงนั้นดูแล้วไม่สมบทบาท นักแสดงจึงต้องมีการฝึกฝนการรับและส่งอารมณ์กันจนคล่องและชำนาญ

ล่ามเองก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องมีการรับและส่งอารมณ์ผ่านคำพูดที่รับฟังเข้ามาและพูดออกไป แต่กรณีของล่ามนั้นไม่ได้มีหน้าที่เป็นนักแสดงจึงไม่มีความจำเป็นที่จะไปเพ่ิมเติมหรือเสริมอารมณ์ให้รุนแรงมากขึ้น ในทางกลับกันเพื่อไม่ให้การสนทนาเกิดความขัดแย้งมากจนเกินไปก็อาจจะต้องมีการผ่อนอารมณ์ที่รับเข้ามา มิฉะนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี่้ได้

กล่าวคือถ้าผู้พูดส่งอารมณ์มา 100% แต่ผู้ฟังมีศักยภาพในการรับอารมณ์ได้เพียง 60% หากล่ามส่งอารมณ์ต่อไปโดยไม่มีการผ่อนอารมณ์แล้วจะทำให้อารมณ์ส่วนที่เหลือ 40% ซึ่งผู้ฟังรับไม่ได้นั้นถูก Top spin กลับมายังตัวล่ามเอง ซึ่งถ้าล่ามผู้นั้นสามารถวางอุเบกขาในจังหวะที่รับลูก Top spin ได้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าวางอุเบกขาไม่ได้ก็อาจจะโมโหโกรธาแล้วพาล Top spin ต่อไปยังผู้พูดก็อาจจะเป็นได้

ดังนั้นการผ่อนอารมณ์จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อลดความขัดแย้ง แต่การผ่อนอารมณ์นั้นจะต้องพอดีพอเหมาะไม่ผ่อนมากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าผ่อนมากจนเกินไปจะทำให้สาระที่แฝงมากับอารมณ์นั้นขาดหายไป เช่น การต่อว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เป็นต้น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนอารมณ์อีกปัจจัยหนึ่งคือ ศักยภาพในการรับอารมณ์ของผู้ฟัง ซึ่งล่ามเองก็คงต้องฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะเข้าใจได้ถึงศักยภาพดังกล่าวของผู้ร่วมงานแต่ละคนต่อไป

13565010511356501361l.jpg

ล่ามกับงานแรงงานสัมพันธ์

งานบุคคลเป็นงานว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับคนตามชื่อ เพราะฉะนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ของงานคือการเข้าไปข้องเกี่ยวกับคน โดยเฉพาะงานแรงงานสัมพันธ์ 労使関係 ซึ่งจะเป็นการข้องเกี่ยวกับคน 2 ฝ่ายคือ นายจ้าง และ ลูกจ้าง สำหรับเจ้าหน้าที่แรงงานสัมพันธ์จำเป็นที่จะต้องมีการทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ไม่โอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป ถึงแม้ว่าอีกสถานภาพหนึ่งของตนจะเป็นลูกจ้างก็ตาม

การจะทำหน้าที่ดังกล่าวให้ดีได้นั้นจะต้องเข้าอกเข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายและทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกันให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงหาข้อสรุปร่วมกันบนพื้นฐานของความยินยอม 納得 จากทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่การทำหน้าที่แบบสุดขั้วคือการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ตนเองและฝ่ายที่ตนเองเข้าข้างมองอีกฝ่ายที่เหลือว่าเป็นปรปักษ์ขึ้นมาทันที

การทำหน้าที่ของล่ามเอง ถ้ามองในแง่ของความเป็นคนกลาง 中立的立場 ก็คงไม่แตกต่างอะไรจากเจ้าหน้าที่แรงงานสัมพันธ์ที่ได้กล่าวไปข้างต้น การเข้าอกเข้าใจทั้งผู้พูดและผู้ฟัง รวมถึงการไม่มองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นปรปักษ์จะทำให้การทำหน้าที่ล่ามนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นและจบลงด้วยดี

image_05.jpg


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s