IMM JAPAN ทำให้มีทุกวันนี้

วันนี้เราได้รับเกียรต์จากคุณ อติเทพ ปัจจุบันทำงานเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นประจำแผนก New Model ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซด์และรถยนต์ในเครือฮอนด้า มาแชร์ประสบการณ์ให้พวกเราได้อ่านกันครับ…

คุณเริ่มรู้จักกับภาษาญี่ปุ่นเมื่อไหร่และอย่างไรครับ รบกวนช่วยเล่าเหตุการณ์ช่วงนั้นให้ฟังหน่อยครับ

ปี 2004 ได้ไปสมัครสอบเข้าโครงการ IMM JAPAN (จัดส่งคนไทยไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น) 外国人研修技能実習生制度 ที่ทางกรมการจัดหางานประกาศรับสมัคร หลังจากที่สอบผ่านทั้งข้อเขียน สัมภาษณ์ และสมรรถภาพทางร่างกายเสร็จแล้ว จึงได้ไปเข้าค่ายร่วมกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยเพื่อเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น 日本語の勉強 ที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานปทุมธานีเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งตลอดเวลา 4 เดือนนั้นมีเรียนภาษาญี่ปุ่นทุกวัน ได้ออกจากศูนย์เพื่อพักผ่อนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น หลังจากเรียนครบ 4 เดือน จึงได้เดินทางไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นตามจุดประสงค์ของโครงการเป็นระยะเวลา 3 ปีครับ

อะไรคือเหตุจูงใจให้เราเข้าร่วมโครงการ IMM JAPAN ครับ

อืม…คือ ผมจบวุฒิ ม.6 高卒 ทางเลือกในการทำงานมีไม่มากนัก เวลาสมัครงานตามโรงงานถ้าโชคดีหน่อยก็จะได้เข้าไปทำงานในส่วนของแผนกตรวจสอบคุณภาพ(QC) 品質管理 ก็จะทำงานสบายหน่อย แต่ถ้าโชคไม่ดีก็จะไปอยู่ในส่วนของฝ่ายผลิต ก็แล้วแต่ทางแผนกบุคคลของโรงงานนั้น ๆ จะจัดเราไปไว้ในแผนกอะไร มาวันนึง ผมก็ไปหาสมัครงานใหม่ที่สำนักงานจัดหางาน 採用局 จ.สมุทรปราการ เพราะที่นี่มีบอร์ดประชาสัมพันธ์สำหรับให้บริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการพนักงานมาแปะติดป้ายรับสมัครไว้ที่นี้ ในขณะที่ยืนดูป้ายรับสมัครต่าง ๆ อยู่นั้น ผมก็เห็นแผ่นพับประชาสัมพันธ์เพื่อรับสมัครคนไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นของโครงการ IMM JAPAN จึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ครับ プロジェクトに参加しようと思った。

ตอนนั้น คิดและใฝ่ฝันอยากจะไปญี่ปุ่นมาก 日本に行くのが夢でした。 คิดว่า…ถ้าได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นจะทำให้มีรายได้มากกว่าที่เมืองไทย ตอนนั้นทำโอทีแทบตายเงินเดือนยังได้ไม่ถึงหมื่นเลย いくら残業しても1万にならないでしょう。 แต่ถ้าไปญี่ปุ่นได้เดือนละ 2 หมื่นกว่าถึง 3 หมื่น อีกทั้งยังได้ไปเปิดหูเปิดตาต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว เจริญกว่าเมืองไทย แต่จะมากขนาดไหนก็ได้แค่จินตนาการ อยากจะไปเห็นสภาพบ้านเมืองของเขาด้วยตาตัวเอง ฉะนั้น ผมจึงคิดว่า นี้เป็นโอกาสที่ดีแล้วที่จะพลิกชีวิตของผมให้ดีขึ้นกว่านี้ これが人生の変革点だ。 ต่อให้เป็นงานอะไรก็จะทำให้ได้ทั้งหมด ให้ไปทำงานก่อสร้างก็ยินดีที่จะไป คือ…ความรู้สึกตอนนั้น อยากไปญี่ปุ่นมากที่สุดเลยครับ

พอได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่นแล้ว มีอะไรที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมหรือปรับตัวเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานกับชาวญี่ปุ่นได้บ้างไหมครับ

หลังจากที่ได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่นนะครับ อย่างแรกเลยก็คือเรื่องภาษา 先ずは言語から ด้วยความรู้สึกที่อยากจะสื่อสารกับเขาให้เข้าใจ อยากจะพูดคุย สอบถามทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เป็นแรงผลักดันให้ผมต้องพยายามพูดออกมา แรก ๆ ก็พูดผิดพูดถูกไปเรื่อย ไม่มั่นใจในสำเนียงที่ออกไป บางทีพูด ๆ ไป คำศัพท์ที่อยากจะพูดหรือที่ท่องไว้ก่อนหน้านั้น ดันคิดไม่ออกก็มี ต้องเปลี่ยนมาเป็นการอธิบายจนกว่าคนญี่ปุ่นเขาจะเข้าในในคำศัพท์ตัวนั้น ๆ (แม้กระทั่งปัจจุบันในการทำงานก็ยังคงใช้วิธีนี้อยู่)…ซึ่งคนญี่ปุ่นก็ใจดี ช่วยสอนให้ 日本人が親切に教えてくれた。 แม้กระทั่งในช่วงเวลาพักเที่ยงเขาก็จะสละเวลานอนกลางวันของเขาเพื่อมาสอนภาษาญี่ปุ่นให้ ตอนเช้าเตรียมตัวไปทำงานก็จะหอบเอาหนังสือเรียน พจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นไปด้วย มีคำถามคาใจอะไรก็สอบถามเขาตรงนั้นได้เลย แล้วก็ช่วงเวลาหลังเลิกงานก็จะปั่นจักรยาน 2- 3 กิโลเมตรเพื่อไปเรียนภาษากับกลุ่ม Volunteer ที่อาสามาสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับคนต่างชาติที่ห้องสมุดประจำเมือง 市の図書館 ที่นั้นก็มีเพื่อนต่างชาติที่มาเรียนด้วยกันทั้งคนฟิลิปปินส์ จีน อินโดนีเซีย บราซิล และอเมริกา เรียนตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึงทุ่มครึ่ง เรียนเสร็จก็ค่อยได้กลับมาที่หอพัก อ่านทบทวน 復習する เรื่องที่ไปเรียนมาแล้วก็เข้านอนเอาแรงสำหรับการทำงานในวันรุ่งขึ้น ชีวิตช่วงนั้น 6 เดือนแรกมีแค่เรียนภาษาและก็ทำงานครับ

ในเรื่องของวัฒนธรรมการทำงาน ระเบียบการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นนั้น มีการเรียนรู้ตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยและก็หลังจากที่ไปถึงญี่ปุ่นในเดือนแรกมีการอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้หนักมากที่ศูนย์ฝึกที่ Saitama เรียกได้ว่า ถ้าใครทำผิดกฏในช่วงนี้ ルール違反 อาจจะโดนส่งตัวกลับประเทศได้เลย และก็มีจริง ๆ แต่เป็นผู้ฝึกงานของประเทศอื่นนะครับ ข้อหาแอบสูบบุหรี่ในห้องนอน คือเขามีกฏว่าห้ามสูบบุหรี่ในห้องนอน เขามีสถานที่ให้สูบ มีเวลาให้สูบ แต่ไม่เชื่อฟัง เมื่อเขาตรวจเจอก็โดนอบรม(เขานั่งร้องไห้สำนึกผิดเลยล่ะครับ 泣いて反省した。) แล้วก็ถูกส่งตัวกลับประเทศ…อาจารย์ที่เมืองไทยจะสอนและย้ำอยู่เสมอว่า”นอกจากจะไปทำหน้าที่ในการฝึกงานแล้ว เรายังเป็นเหมือนฑูตไมตรีตัวน้อย ๆ 小さな大使 ที่จะทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกชอบเมืองไทยได้ด้วย อย่าไปทำอะไรที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีกับเมืองไทยนะ”…

จากการที่ได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่นคิดว่าคนไทยกับคนญี่ปุ่นมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไรในแง่ของวิธีการทำงานครับ

ตามความคิดเห็นของผม คิดว่า…
อย่างแรกเลย คือ ความตรงต่อเวลาในการทำงาน 時間を守ること。 นัดส่งงานวันไหนก็ต้องพยายามทำให้ได้ตามที่นัด ถ้าไม่ได้ไม่ทันก็ต้องรีบแจ้งขึ้นมา ไม่เฉพาะในการทำงานเท่านั้น ทั้งในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน เมื่อนัดแล้วจะต้องไปตามนัด ถ้าไปไม่ได้ด้วยเหตุสุดวิสัยจริง ๆ やむ得ない場合 ก็ต้องรีบโทรแจ้งก่อนล่วงหน้า ห้ามไปสายเกินกว่าเวลานัด ถ้าไปไม่ทัน จะเลยเวลานัดต้องรีบโทรแจ้งอีกฝ่ายให้รับรู้ไว้ก่อน คนญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามาก และอีกตัวอย่างนึง คือ รถเมล์ของญี่ปุ่น 日本の路線バス วิ่งตามตารางเวลา ตามที่ติดไว้ที่ป้ายรถเมล์(อยากให้เมืองไทยปรับปรุงให้ได้อย่างนี้บ้างจัง)…ครั้งแรกที่เห็น เอ่อ รู้สึกทึ่งมาก เขาทำได้ยังไง ควบคุมเวลารถยังไง รู้สึกแปลกใจมากจริง ๆ
ในการทำงานล่ามก็เช่นกัน เวลาเป็นล่าม 通訳する時に คนไทยจะไม่ค่อยระบุเวลาตรง ๆ ว่าวันไหน เวลาเท่าไร เช่นตอบแค่ว่า ช่วงเช้า ช่วงบ่าย ช่วงเย็น แต่ที่คนญี่ปุ่นต้องการรู้มากกว่านั้น คือ จุดเวลาที่เท่าไร เช่น ช่วงเช้า เวลา 10 โมง เป็นต้น

อีกอย่างคือ ระบบการทำงานของคนญี่ปุ่นที่เคารพและเชื่อฟังตามลำดับขั้นในแผนผังองค์กร มีการรายงานตามขั้นตอน ยึดถือหลัก HO REN SO อย่างชัดเจน จะไม่มีการหมกเม็ดหรือว่าซุกซ่อนปัญหาเอาไว้ 問題を隠さない เมื่อทำผิดพลาดก็ต้องก้มหน้ายอมรับผิดและขอโทษอีกฝ่ายที่ทำให้เดือดร้อนวุ่นวาย จะไม่มีการเถียงข้าง ๆ คู ๆ 言い訳しない เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด และต้องพยายามแก้ไขและป้องกันเพื่อไม่ให้ปัญหานั้นเกิดซ้ำ มีความจริงจังในการทำงานมาก

สุดท้ายนี้อยากจะฝากอะไรไปยังเพื่อนร่วมอาชีพบ้างไหมครับ

เส้นทางงานล่ามเป็นงานที่ยากแต่ก็ท้าทายความสามารถดีครับ チャレンジ…เป็นงานที่ต้องศึกษาและเรียนรู้อยู่ตลอด ซึ่งตัวผมเองแม้จะไม่ได้เรียนล่ามมาโดยตรง ไม่ได้ใช้เวลาในรั้วมหาวิทยาลัย 4 ปีเหมือนคนอื่น ๆ แต่ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเรียนรู้และก้าวเดินในเส้นทางนี้ 一所懸命勉強してこの道を進む。 …มุ่งมั่นและก้าวเดินต่อไปด้วยกันนะครับ(^_^)

5 thoughts on “IMM JAPAN ทำให้มีทุกวันนี้

  1. Pingback: โครงการ im ประเทศญี่ปุ่น | nottosensei

  2. ลุงแหวงใช่หรือเปล่าครับ อติเทพเนี่ยคุ้นๆไปศูนย์เดียวกันเลยไซตะมะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s