หลักสูตรล่าม ๑​ เดือนฉบับเร่งรัด ตอนที่ ๓

งานล่ามกับการจัดซื้อ

ถ้าเอ่ยถึงงานจัดซื้อ 購買 หลายคนก็คงจะนึกถึงการทำหน้าที่สั่งซื้อสินค้าต่างๆ แต่ถ้าเป็นภาษาราชการหรือภาษาที่เป็นทางการก็จะนิยมเรียกว่า “การจัดซื้อจัดจ้าง 調達” ซึ่งรวมถึงการจ้างผู้ให้บริการรายต่างๆเข้าไปด้วย พอพูดมาถึงตรงนี้้ก็จะขอเล่าต่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างงานจัดซื้อกับงานบัญชี เพื่อให้เห็นภาพเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมากยิ่งขึ้น กล่าวคือในมุมของบัญชีจะแบ่ง สินค้า และ บริการ ออกจากกันโดยชัดเจนเนื่องด้วยเหตุผลทางด้านการคำนวนภาษี 課税対象

ปกติเวลา ผู้ขายสินค้า 購入先 หรือ ผู้ให้บริการ サービス・プロバイダ ได้ส่งมอบสินค้าหรือบริการเสร็จแล้วก็จะมีการยื่นเอกสารที่เรียกว่า ใบกำกับสินค้า 納入書 หรือ อินวอยซ์ インボイス ให้กับผู้รับสินค้าหรือผู้รับบริการแล้ว

สำหรับงานจัดซื้อของบางบริษัทอาจจะมีหน้าที่เพียงการรับใบขอซื้อ PR : Purchase Request 購入依頼書 มาจากหน่วยงานต่างๆ แล้วออกใบสั่งซื้อ PO : Purchase Order 発注(注文)書 ไปให้กับซัพพลายเออร์ (ผู้ส่งมอบ) Supplier (Vendor) サプライヤー(業者)เพื่อทำการสั่งซื้อต่อไป เมื่อซัพพลายเออร์ได้รับใบสั่งซื้อแล้วก็จะต้องมีการแจ้งกลับมาในลักษณะต่างๆ เช่น เซ็นในใบสั่งซื้อแล้วส่งแฟกซ์หรืออีเมล์กลับมา เป็นต้นเพื่อเป็นการยืนยันว่ารับคำสั่งซื้อ 受注 ดังกล่าว ซึ่งในตอนนี้เองก็จะมีการยืนยันกำหนดการส่งมอบ 納期確認 ระหว่างทั้ง ๒ ฝ่าย

ในบางกรณีที่มีการสั่งซื้อในปริมาณที่มาก 大量 อาจจะมีการตกลงกับผู้ขายให้มีการแบ่งส่ง 分納 ได้ ยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่มีการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องการควบคุมคำสั่งซื้อ 発注管理 ว่าของที่มาส่งในแต่ละครั้งนั้นอ้างอิงมาจากคำสั่งซื้อเลขที่เท่าไหร่ นอกจากนั้นยังเป็นการควบคุมเพื่อทำให้รู้ว่าณ.ปัจจุบันเหลือคำสั่งซื้อที่ยังไม่ได้รับสินค้าอีกเท่าไหร่ PO. Balance 注残(発注残)เนื่องจากส่วนที่สั่งซื้อไปแล้วผู้ซื้อมีหน้าที่ที่จะต้องรับซื้อสินค้าเหล่านั้น 引き取る責任がある。

ตามขั้นตอนของการจัดซื้อทั่วไปจะต้องเร่ิมจากการคัดเลือกผู้ขาย 購入先選定 ก่อนโดยอาจจะพิจารณาจากหลายๆปัจจัย เช่น

ราคา 価格

เงื่อนไขการชำระเงิน 支払条件

ปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ 発注最低ロット

ระยะเวลาการจัดส่ง 納期リードタイム

เป็นต้น

โฆษณา

หลักสูตรล่าม ๑​ เดือนฉบับเร่งรัด ตอนที่ ๒

งานล่ามกับการบัญชี

สำหรับคนทั่วไปพอพูดถึงงานบัญชีแล้ว ส่วนใหญ่จะนึกถึงงานเกี่ยวกับตัวเลขจำนวนมากดูแล้วจะตาลาย หรือการลงบันทึกข้อมูลที่เป็นตัวเลข เป็นต้น แต่ในหลายองค์กรงานบัญชีที่เราเรียกกันติดปากยังถูกแยกย่อยออกเป็น ๒ ส่วนหลักๆได้ดังนี้คือ

  • งานการบัญชี 経理業務
  • งานการเงิน 財務業務

ถ้าจะอธิบายเรื่องงานบัญชีแบบเข้าใจง่ายก็คงต้องอธิบายว่า งานบัญชี คือ การบันทึกข้อมูลที่เป็นตัวเลขทางการเงินซึ่งเกี่ยวกับกิจกรรมหลักๆ ๒ อย่างของบริษัท คือ การขาย 販売 และการซื้อ 仕入 แล้วทำไมต้องมีการบันทึก บันทึกแล้วนำไปใช้งานยังไงต่อ ก็คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยกัน

เหตุผลที่ต้องมีการบันทึกข้อมูลทางด้านการเงินสามารถอธิบายได้ดังนี้คือ

  • บริษัท คือ องค์กรที่แสวงหาผลกำไร นั่นหมายความว่าบริษัทนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องทราบว่าจากการประกอบธุรกิจ 操業 นั้นมีผลกำไรชาดทุน (ผลประกอบการ) 損益(業績)เป็นอย่างไร
  • นอกจากนั้นเพื่อให้บริษัทมีผลกำไรที่ดีขึ้นก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทราบว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทรายการใดมีกำไรหรือขาดทุน ซึ่งสามารถคำนวณได้จาก ราคาขาย 販売価格 – ต้นทุน コスト = กำไร 利益 กรณีที่พบว่าผลิตภัณฑ์รายการใดมีกำไรน้อย 利益が少ない หรือขาดทุน 損する ก็จะได้พิจารณาต่อไปว่าจะลดสัดส่วนการขาย 販売シェアを減らす หรือยกเลิกการขาย 販売中止 ต่อไป เพื่อให้ท้ายสุดบริษัทจะได้มีผลกำไรที่ดีขึ้น

ที่ผ่านมาเนื้อหาที่ได้อธิบายไปจะค่อนไปทางด้านงานบัญชีเป็นหลัก ดังนั้นต่อไปจะขออธิบายเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานการเงินบ้าง การทำงานตามปกติโดยทั่วไปจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า 事前に計画を立てる。 งานการเงินก็เช่นกันจะต้องมีการตั้งงบประมาณของปีถัดไป 来年の予算 ไว้ล่วงหน้า การตั้งงบประมาณนั้นจะเร่ิมจากการให้แต่ละแผนก เช่น ฝ่ายขาย 営業部, ฝ่ายผลิต 製造部, ฝ่ายแอดมิน 管理部 เป็นต้นไป ประมาณการรายได้และรายจ่ายในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบโดยการคาดการณ์จากข้อมูลในอดีต 過去の実績 ประกอบกับการคาดเดาเหตุการณ์ในปีหน้า 来年の状況 ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และรายจ่าย นอกจากนั้นแล้วยังต้องมีการวางแผนในเรื่องการลงทุน 投資計画 ในด้านต่างๆ เข่น เครื่องจักร 機械, อาคารสิ่งก่อสร้าง 建物 เป็นต้น

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าในการตั้งงบประมาณจะมีการระบุตัวเลขในเรื่องการลงทุนในด้านต่างๆลงไปด้วย และสิ่งของที่ได้มาจากลงทุนเหล่านั้นซึ่งส่วนใหญ่จะมีมูลค่าสูง 大きな金額 หลังจากได้มาแล้ว 取得後 จะต้องนำมาขึ้นทะเบียนเป็นสินทรัพย์ของบริษัท 会社の資産 เพื่อนำไปหักค่าเสื่อมสภาพ 償却費 ต่อไป สาเหตุที่ต้องนำมาลงทะเบียนแล้วต้องมาหักค่าเสื่อมสภาพอีกให้ยุ่งยากเนื่องจากว่า หากเรานำจำนวนเงินดังกล่าวซึ่งมีมูลค่าสูงไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย 費用計上 แล้วอาจจะส่งผลกระทบต่อผลกำไรขาดทุนอย่างมาก และไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง 実際のコストを反映できない ขึ้นมาได้เพราะส่ิงของเหล่านี้นั้นโดยธรรมชาติแล้วจะมีอายุใช้งานเป็นปี 使用年数 เมื่อเทียบกับการบันทึกค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นรายเดือน

อาชีพล่ามกับการปฏิบัติธรรม

เดิมทีก่อนจะมาทำอาชีพล่ามอย่างเต็มตัวผู้เขียนเคยเข้าใจว่าอาชีพล่ามกับการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นคนละเรื่องที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่พอมาทำอย่างเต็มตัวสักระยะก็พบว่าส่วนใหญ่เวลาเราสื่อสารกันเนื้อหาของสารที่ใช้ในการสื่อจะประกอบไปด้วย ๒ ส่วนหลักๆด้วยกันคือ

  1. สาระ กับ
  2. อารมณ์ ของผู้พูด

และก็บ่อยครั้งที่ผู้ซึ่งทำหน้าที่สื่อถึงสารเหล่านั้นคือล่าม จำเป็นที่จะต้องตัดหรือคัดกรองส่วนที่เป็น อารมณ์ ของผู้พูด ออกไปเพื่อลดความขัดแย้ง แต่กว่าจะทำเช่นนั้นได้ ก็ใช้เวลาฝึกอยู่พอสมควร เนื่องจากตอนแรกๆที่รับอารมณ์มาก็ส่งอารมณ์ต่อไป (เหมือนซ้อมเล่นละครเลยเนอะ) ยังผู้ฟัง ซ้ำร้ายถ้าภาวะอารมณ์ในตอนนั้นไม่นิ่งพอ อารมณ์ที่ส่งออกไปก็จะทวีคูณเหมือนกับรับลูกปิงปองหรือลูกเทนนิสมา แล้วตีแบบท็อปสปินกลับไป

TableTennis-TopspinCurve

พอฝึกมาได้ในระดับหนึ่งแล้วถ้าจังหวะนั้นจิตใจมีภาวะที่นิ่งพอ จะเห็นอารมณ์ของผู้พูดได้ชัดเจนโดยไม่รับมาเป็นอารมณ์ของเรา เหมือนกับดูหนังแล้วรู้ตัวว่ากำลังดูหนังอยู่ ไม่มีอารมณ์ร่วมมากจนเกินไป ลองคิดดูสิครับว่าในแต่ละวันคนเป็นล่ามจะต้องรับกระทบกับอารมณ์ ของผู้พูด ซักกี่ครั้ง

ชมภาพยนต์

ถ้าใช้โอกาสดังกล่าวมาลองฝึกการปฏิบัติธรรมในลักษณะที่ฝึก รับ รู้่ และปล่อย อารมณ์นั้นไปไม่ยึดติด หรือที่พระท่านมักจะพูดว่า “ไม่ยึดมาเป็นอารมณ์ของเรา” ได้่แล้ว คุณอาจจะค้นพบสัจธรรมของ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ได้ สุดท้ายคุณก็จะทำงานหน้าที่ล่ามโดยมีความทุกข์ใจจากการทำงานน้อยที่สุดหรืออาจจะไม่มีเลย

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป