เพจล่ามอิสระ

ปี ๒๕๕๕ ไตรมาสที่ ๓ 2012年第三四半期

船外機 Outboard motor (engine) เครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่นอกลำตัวเรือ

リサイクル(再利用)recycle แปรใช้ใหม่
ในสมัยที่ผู้คนระแวดระวังสิ่งแวดล้อมและประหยัดทรัพยากร จะพบเห็นหรือได้ยินคำ “รีไซเคิล” ในสื่อต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยได้นำคำ recycle มาทับศัพท์ ความจริงคำนี้ราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติไว้แล้วว่า แปรใช้ใหม่
เมื่อนำสิ่งใดไป recycle ย่อมหมายความว่า สิ่งนั้นจะต้องผ่านกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น นำเศษแก้วและขวดที่ไม่ต้องการไปหลอมและผ่านกระบวนการเป็นขั้นตอน แล้วผลิตภาชนะแก้วขึ้นใหม่ที่อาจไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์เดิมก็ได้ หรือนำกระดาษที่ไม่ต้องการแล้ว ซึ่งอาจมีตัวพิมพ์ตัวเขียนเต็มไปหมด ไป recycle กลับมาเป็นกระดาษสะอาดว่างเปล่า พร้อมที่จะพิมพ์หรือเขียนลงไปได้อีก ในการนี้คงจะต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ หลายขั้นตอน ด้วยเหตุนี้จึงนำคำว่า แปรใช้ใหม่ มาใช้ในความหมายของ recycle
เราไม่สามารถใช้คำว่า “เวียน” หรือข้อความว่า “นำกลับมาใช้ใหม่” สำหรับคำ recycle เพราะจะมีความหมายในเชิงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นเลย และจะตรงกับคำ reuse คือ ใช้ซ้ำ มากกว่า เช่น นำขวดน้ำปลาที่ไม่มีน้ำปลาแล้วมาล้างให้สะอาดแล้วบรรจุน้ำปลาใหม่ เช่นนี้เป็นการใช้ซ้ำ.
ผู้เขียน : ศ. ดร.กฤษณา ชุติมา ราชบัณฑิต ประเภทวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาเคมี สำนักวิทยาศาสตร์
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๗๕, สิงหาคม ๒๕๔๐

税関空港 customs airport สนามบินศุลกากร
หมายถึง สนามบินที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ได้กำหนดให้เป็น สนามบินสำหรับการนำเข้า หรือการส่งออก หรือนำเข้าและส่งออกซึ่งของทางอากาศยาน

วันนี้บังเอิญได้มีโอกาสถกกับชาวญี่ปุ่นถึงความต่างระหว่างสำนวนที่ว่า「〜しました。」 กับ「〜してしまった」เพราะในการล่ามจากภาษาไทยมาเป็นภาษาญี่ปุ่นมักจะได้ยินสำนวนในภาษาไทยที่แสดงถึง “การเสร็จสิ้น” ในมุมมองของชาวญี่ปุ่นที่ถกร่วมกันมองว่า「〜してしまった」จะใช้ในกรณีที่ต้องการจะสื่อถึงความหมายในแง่ลบ マイナスの意味 เท่านั้น จึงทำให้เมื่อได้ยินสำนวนดังกล่าวแล้วเข้าใจผิดว่ามีเรื่องไม่ดีหรือปัญหาเกิดขึ้น ทั้งที่เจตนารมย์ของผู้พูดชาวไทยมิได้ต้องการสื่อในลักษณะดังกล่าวเลย จึงได้ชี้แจงไปว่าสำนวนดังกล่าว “ได้~แล้ว” มิได้ใช้เพื่อสื่อถึงความรู้สึกเสียใจหรือรู้สึกผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไป 後悔・残念の気持ち อย่างที่ระบุไว้ด้านล่าง
「~てしまった」には「物事の完了」と「後悔・残念(遺憾)の気持ち」を表す2つの意味用法があります。
1.物事の完了
(1)12時から会議があるので、もう昼ご飯を食べてしまった。
(2)400ページもある小説を一晩で全部読んでしまった。
(1)(2)のように、「~てしまった」は動作の完了を表しますが、「ぜんぶ」「完全に」「すべて」「すっかり」などの副詞、または、量を表す表現を伴って、それらが「終わって、なくなった」という状態を表すことが多いです。(1)は動作の完了を、(2)は、「全部読んだ」という量的な完了(完全終了)を表しています。
2.後悔・残念(遺憾)の気持ち
「~てしまった」は後悔・残念(遺憾)の気持ちを表すことが多いです。「~てしまった」が後悔・残念(遺憾)の気持ちを含むか否かは、構文的な条件と文脈・状況的な条件に関係します。
1)構文的条件
「無意志動詞+てしまった」のときは、後悔・残念(遺憾)の意味になりやすいです。
(3)お金を落としてしまった。
(4)手術中に電気が消えてしまった。
(5)きのう買ったカメラがもうこわれてしまった。
2)文脈・状況的条件
(1)の「昼ご飯を食べてしまった」も文脈・状況によって、後悔・残念(遺憾)の気持ちを表します。
(6)A:昼ご飯いっしょに行きませんか。僕がおごりますよ。
B:ああ、残念。もう食べてしまったんですよ。
(7)A:お母さん、きのうのケーキまだある。
母:ごめん。お腹がすいていたので、食べてしまったの。

การพูดแบบ 面 線 点
面 หมายถึง พื้นที่ 面積 คือการพูดแบบมีขอบเขต 範囲 ชัดเจนในบางเหตุการณ์อาจจะใช้คำว่า กรอบการเจรจา เป็นต้น ขอบเขตของการพูดในความเข้าใจของผู้พูดและผุ้ฟังควรที่จะตรงกัน 同じ理解
เวลาที่ใช้ในการสื่อสารเป็นตัวชี้วัด 指標 ถึงประสิทธิภาพของการสื่อสารอย่างหนึ่ง ปัญหาหนึ่งที่ทำให้ต้องใช้เวลาในการสื่อสารมากเกินความจำเป็น 必要以上 คือ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างคู่สนทนาซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมา เช่น การตอบไม่ตรงคำถาม 答えになっていない เป็นต้น การยืนยัน 確認 ขอบเขตของการพูดซึ่งกันและกันก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดเวลาในการสื่อสารและทำให้สื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
線 หมายถึง เส้น คือการพูดแบบมีลำดับขั้นตอน 流れ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามลำดับก่อนหลัง 順番的に คำศัพท์ที่จะสนับสนุนการพูดในลักษณะที่เป็นเส้นก็คือ Timeline ซึ่งจะพบเห็นคำศัพท์นี้ได้รอบตัว เช่น ในเฟซบุ๊ค เป็นต้น
การพูดที่ดีคือการเล่าให้เป็นเรื่องราว ストリー的に เหมือนกับการฉายภาพยนต์ให้ดู ต่างกันที่การพูดผู้ฟังจำเป็นจะต้องจินตนาการภาพ イメージ ตามสิ่งที่ได้ยิน และเนื่องจากความสามารถในการจำภาพหรือสิ่งที่ได้ฟังไปแล้วของมนุษย์เรามีชีดจำกัด 制約条件 ฉะนั้นเมื่อมีการพูดแบบสลับไปมาหรือวกวน ก็จะทำให้ผู้ฟังคิดหรือนึกตามไม่ทัน ついていけない สุดท้ายก็จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจผู้พูดผิดว่ามีการปฏิบัติข้ามหรือลัดขั้นตอน 省く ในบางจุด ทั้งที่ขั้นตอนดังกล่าวได้ถูกพูดไปแล้ว
点 หมายถึง จุด เป็นการพูดแบบระบุเฉพาะเจาะจง 特定 ลงไปว่าจะพูดถึงส่วนไหนบ้างจากทั้งหมด เพราะในทางปฏิบัติ 実際には เราพบว่าการสื่อสารมีชีดจำกัดด้านต่างๆ เช่น เวลา เป็นต้น ดังนั้นในการพูดเราก็คงจะไม่สามารถที่จะพูดได้ในทุกๆสิ่งที่เป็นรายละเอียด
รายละเอียดส่วนที่ต้องการเฉพาะเจาะจงส่วนใหญ่จะได้แก่ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้พูดต้องการจะให้ผู้พูดเข้าใจ りかいしてもらいたい, ไปดำเนินการต่อ してもらいたい เป็นต้น ฉะนั้นหากการพูดในส่วนนี้เกิดความบกพร่องก็จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจผิดในสิ่งที่ผู้พูดต้องการเน้นย้ำหรือต้องการจะให้ไปดำเนินการต่อ
คำว่า 面 線 点 สามารถนำไปประยุกต์ในหลายๆด้านซึ่งครั้งต่อไป จะมาอธิบายว่าสามารถนำไปประยุกต์กับการจดบันทึกในฐานะผู้ฟัง และนำเนื้อหาดังกล่าวย้อนกลับมาอธิบายในฐานะผู้อธิบายได้อย่างไร

จากการสืบค้นฐานข้อมูลหนังสือของหอสมุดแห่งชาติโดยใช้คำว่า “ภาษาญี่ปุ่น” พบหนังสือเป็นจำนวนทั้งหมด 432 รายการ คิดเล่นๆ ถ้าอ่านเดือนละเล่ม คงต้องใช้เวลาอ่านทั้งหมด 36 ปี

จากบันทึกการประชุมที่ระบุข้อความว่า “การประชุมครั้งที่ 2/2555” ครั้งแรกได้แปลไปเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 「2012年度第2回会議」 ตามสำนวนญี่ปุ่นที่นิยมใช้กัน แต่เมื่อผู้อ่านชาวญี่ปุ่นได้อ่านรายงานการประชุมดังกล่าวซึ่งระบุวันที่ประชุมเป็นวันที่ 10 มี.ค. 2012 จึงได้มีข้อโต้แย้งว่าไม่ถูกต้อง โดยชี้แจงว่า 「2012年度」 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2012 จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2013 จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้คำดังกล่าว และได้ชี้แนะว่าหากต้องการจะสื่อถึงปี 2012 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ว่าวันที่ 1 ม.ค. 2012 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2012 ก็ควรจะใช้คำว่า 「2012年」 แทน
จึงได้ทำการสืบค้นข้อมูลเเรื่อง 年度と年の違い และพบข้อมูลมาดังต่อไปนี้คือ
『平成16年』と言えば、2004年1月~2004年12月の期間を指し、『平成16年度』となると2004年4月~2005年3月までの期間を指すのだ
年度とは、通常は1年間で、事務・企業の決算などのために設定した期間です。日本の場合は、国の予算などは4 月1 日から翌年3 月31日までです。(事業年度・会計年度などと言います)
年は一般的には、1が1日から12月31日までの、暦に従った期間です。(暦年とも云います)

หลังจากที่ให้คำชี้แนะเรื่องการแปลแก่ล่ามรุ่นน้องในช่วงบ่ายของวันนี้เรื่องการใช้คำศัพท์ว่า “ถ้าใช้คำว่า 適切 ไม่ได้ก็ลองใช้คำว่า 適合 แล้วเอาคำศัพท์ดังกล่าวกับสำนวนที่เราแปล (適合する。) พิมพ์ลงไปในกูเกิ้ลภาษาญีปุ่นเพื่อทวนสอบดูซิว่าใช้ได้หรือเปล่า” ก็ถูกถามกลับมาว่า “พี่มีวิธีการอย่างไรในการที่จะเลือกใช้คำอื่น เพราะถ้าเป็นหนูก็จะใช้คำศัพท์เท่าที่รู้สื่อออกไป”
พอดีนึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนกลางวันได้คุยกันถึงเรื่องบ้านของน้องคนดังกล่าวว่า เวลาที่ฝนตกหนักถนนที่ใช้เดินทางจากบ้านเข้าไปในเมืองจะใช้งานไม่ได้ ก็เลยถามต่อว่าถ้าจะต้องเดินทางเข้าไปในเมืองแล้วจะทำอย่างไร น้องก็อธิบายว่า จริงๆมันยังมีอีกเส้นทางหนึ่งแต่อ้อมกว่า 遠い道 ก็เลยใช้เรื่องเส้นทางที่ว่านี้อธิบายและตอบคำถามที่ถูกถามมา เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว 身に周りのこと น่าจะทำให้เข้าใจได้ไม่ยาก
ได้อธิบายไปว่าคำศัพท์ก็เหมือนกับถนนที่ปกติมันเคยใช้งานได้ แต่ในบางสถานการณ์ก็ใช้ไม่ได้ 通用しなくなる。ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางหรือคำศัพท์คำอื่นแทน จากนั้นก็ถามน้องกลับไปว่า “เราพบว่าถนนที่เคยใช้ถูกตัดขาดเราจะรู้ได้ยังไงว่ามันมีกี่เส้นทางให้เราเลือก” น้องก็ตอบว่า “ก็คงต้องอาศัยประสพการณ์ซึ่งอาจจะได้มาจากการสอบถามจากผู้อื่น” จึงได้ชี้แจงว่าคำศัพท์ก็เช่นเดียวกันหากเรามีชุดคำศัพท์ที่พร้อมจะเป็นทางเลือกที่หลากหลายให้กับเราในสถานการณ์เดียวกันได้แล้ว ก็จะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้เช่นเดียวกับการเดินทางเข้าเมืองเมื่อเจอปัญหาถนนถูกตัดขาดเช่นกัน
สุดท้ายก็เลยพูดเล่นไปว่าแนะนำให้น้องลองนั่งรถเล่นศึกษาเส้นทางต่างๆถึงแม้ว่ามันจะเป็นทางที่เราไม่เคยไปมาก่อน 通ることのない道 โดยสิ่งที่ต้องการจะบอกก็คือให้ลองศึกษาคำศัพท์ที่มีความหมายใกล้เคียงกันไว้ให้มากจากแหล่งต่างๆ เช่น 「使い方の分かる類語例解辞典」(小学館)เพราะบางทีเราอาจจะต้องเดินทางในถนนสายที่เราไม่ได้ใช้ประจำก็เป็นได้ いつも通る道が通れなくなるかもしれない。

เมื่อวานนี้ได้คุยไปแล้วเรื่องเวลาที่ใช้ในการสื่อสารกับประสิทธิภาพของการสื่อสารในลักษณะที่เป็นคำพูด วันนี้จึงจะมาพูดถึงเวลาที่ใช้ในการสื่อสารผ่านตัวอักษร 文字 ซึ่งในครั้งนี้จะหมายถึง ข้อความในอีเมล์ 電子メール และไฟล์ที่แนบมา 添付ファイル
เคยลองสำรวจไหมครับว่าผู้บริหารชาวญี่ปุ่นที่ท่านทำงานด้วยจะต้องบริโภคข้อมูล 情報 ผ่านอีเมล์วันละกี่ฉบับ และจากอีเมล์ทั้งหมดมีซักกี่ฉบับที่จะต้องเปิดไฟล์แนบขึ้นมาเพื่อดูรายละเอียดบ้าง
สมมุติว่าในหนึ่งวันผู้บริหารชาวญี่ปุ่นต้องอ่านเฉลี่ยวันละ 50 ฉบับและมีอีเมล์ที่ต้องเปิดไฟล์แนบอ่านจำนวน 40 ฉบับ (สาเหตุที่อีเมล์ประเภทนี้มีสัดส่วนสูงเนื่องมาจากพฤติกรรมการส่งอีเมล์ที่ชอบเขียนว่า Please see attached files, FYI:For your information ประมาณว่าอยากรู้เปิดดูเอาเอง)
อีเมล์แบบไม่มีไฟล์แนบใช้เวลาอ่านฉบับละ 3 นาที แบบมีไฟล์แนบใช้เวลาอ่าน (+การค้นหาหรือเดาสิ่งที่ต้องการจะให้อ่าน 何を読んで欲しいのか分からない。) เฉลี่ยฉบับละ 7 นาที (ถ้าเป็นไฟล์แนบประเภทเอารูปไปแปะในเอกเซลแล้วย่อขนาดรูปไม่เป็นด้วยนี่จบเลยครับ) คำนวณออกมาแล้วผู้บริหารท่านดังกล่าวจะต้องใช้เวลาไปกับการอ่านอีเมล์ประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน
ถ้าต้องเสียเวลาไปค่อนวันขนาดนี้เป็นไปได้ยากที่จะให้ความสนใจกับอีเมล์ทุกฉบับ ซึ่งก็จะทำให้ไม่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ท้ายสุดก็อาจจะเจอปัญหาที่ว่าส่งเมล์ไปแล้ว メールを送信した。 ไม่ได้อ่านต้องมาอธิบายใหม่ 最初から説明する。
ในฐานะที่ล่ามเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร จึงต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้อ่านโดยการนำเนื้อหาของไฟล์แนบส่วนที่จำเป็น 必要な内容 มาแปะไว้ในอีเมล์เลยโดยที่ไม่ต้องเปิดอ่านให้เสียเวลา 時間の無駄なく

ปัจจุบันสมาร์ทโฟน スマホ(スマートフォン) เข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารผ่านข้อความมากขึ้น หลายคนอาจจะเริ่มคุ้นเคยกับฟังชั่นช่วยเดาคำที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานกันไปบ้างแล้ว
ทราบไหมครับว่ากูเกิ้ลเจ้าของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ถูกใช้ในสมาร์ทโฟน ได้นำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับโปรแกรมช่วยพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นที่เรียกว่า IME:Input Method Editor 日本語入力変換システム(インプット メソッド エディタ) ซึ่งหลายท่านใช้งานกันอยู่ในคอมพิวเตอร์
ลองคิดดูสิครับว่าจะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถพิมพ์คำว่า よろしくお願いします。ได้ด้วยการกดปุ่มตัวอักษรเพียง 4 ตัวคือ Y O R O แล้วกด Enter เพียงเท่านั้น เห็นไหมครับว่าสามารถลดจำนวนครั้งที่พิมพ์ลงไปได้ถึง 18 ครั้ง
บางท่านอาจจะมองว่ากดปุ่มแค่ 18 ครั้งใช้เวลายังไม่ถึง 15 วินาทีเลย (ความเร็วในการพิมพ์ขึ้นอยู่กับทักษะ スキル ของแต่ละบุคคล) ถ้างั้นลองมาเทียบเป็นเปอร์เซนต์ ปรากฎว่าสามารถลดจำนวนครั้งที่พิมพ์ลงได้ 81% สมมุติว่าปกติเราพิมพ์งานภาษาญี่ปุ่นเฉลี่ย 平均 วันละ 3 ชั่วโมง (180 นาที) หากลดเวลาในการพิมพ์ลงได้ 81% ก็หมายความว่าสามารถประหยัดเวลา 時間の節約 ในการทำงานลงไปได้ประมาณวันละ 145 นาทีหรือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ทั้งนี้ทั้งนั้นเปอร์เซนต์ของเวลาที่ลดได้ขึ้นอยู่กับความถี่ 頻度 ในการใช้คำศัพท์คำนั้นของเราด้วย เนื่องจากเครื่องมือตัวนี้จะเดาคำจากสถิติ 統計 การใช้งานคำศัพท์ของเรา หากเราทำให้คำศัพท์ที่เราใช้มีความเป็นมาตรฐาน 言葉の標準化 แล้วก็จะยิ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับเวลาที่เราลดลงไปได้นั้นอาจจะนำไปใช้การศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติมเพื่อเพิ่มทักษะในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นก็ได้ 自己啓発
ท่านสามารถเข้าไปดาวน์โหลดเครื่องมือดังกล่าวได้ที่
http://www.google.co.jp/ime
หากท่านใดสนใจเครื่องมือแบบนี้แต่เป็นของผู้ผลิตรายอื่นก็ลองเข้าศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
http://ja.wikipedia.org/wiki/インプット_メソッド_エディタ

บทความด้านล่างนี้เป็นบทความเกี่ยวกับวิธีการศึกษาหาความรู้ 習得のし方 ของคนญี่ปุ่นกับคนไทยที่แตกต่างกัน และความแตกต่างดังกล่าวก็ไม่ได้มีให้เห็นเพียงในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังพบได้ในบริษัทญี่ปุ่นที่มาลงทุนในประเทศไทย
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/16149
ซึ่งนี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การสื่อสารจำเป็นต้องใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็นจนคนไทยบางคนอาจจะคิดในใจว่า “ลองไปทำมาทีไรนายก็บอกว่าใช้ไม่ได้ ทำไมไม่บอกมาละว่าจะให้ทำยังไง” 何回やってもやり直しと言われてなぜ上司がどうやるのかを教えてくれないのかな。
เรื่องนี้ประเด็นคงไม่ได้อยู่ที่ว่า นายควรจะบอกหรือไม่บอก แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราทำเต็มที่แล้วหรือยัง 精一杯やったかどうか。

中間報告 Interim report การรายงานสถานการณ์ความคืบหน้า
เป็นคำที่อาจจะใช้บ่อยในการสื่อสารระหว่าง ผู้มอบหมายงาน (หัวหน้า) 指示する側(上司)กับผู้ถูกมอบหมายงาน (ลูกน้อง ) 指示される側(部下)โดยเฉพาะในบริษัทญี่ปุ่นที่เน้นการสื่อสารแบบรายงาน ประสาน ปรึกษา 報告・連絡・相談
แต่มีหลายครั้งเหมือนกันที่พบว่าผู้ถูกมอบหมายงานเข้าใจกันผิดว่า การรายงาน ที่ว่าหมายถึงการรายงานหลังจากที่งานเสร็จแล้วเท่านั้น 最終報告
ด้วยเหตุนี้เองจึงเคยได้ให้คำชี้แนะกับน้องๆชาวไทย (น้องคำ : นามสมมุติ) ฟังว่า 最終報告 ก็สำคัญแต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ 中間報告 เพราะว่า
1.โดยปกติของผู้มอบหมายงานจะมีตัวเลขในใจอยู่แล้วว่างานที่สั่งไปควรจะเสร็จเมื่อไหร่ ส่วนจะพูดให้ฝ่ายตรงข้ามทราบหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับทักษะการสื่อสารของแต่ละคน
ดังนั้นการรายงานให้ทราบว่างานคืบหน้าไปแค่ไหน 進捗状況 ก็จะช่วยให้ผู้มอบหมายงานสามารถประเมินสถานการณ์ 状況の把握 ได้ว่างานนั้นเป็นไปตามแผน, เร็วกว่าแผนหรือเกิดความล่าช้า 計画通り・先行・遅れる
2.อีกทั้งกรณีที่งานเกิดความล่าช้าอันเนื่องมาจากอุปสรรคในการทำงานต่างๆ การแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วค่อยมารายงานทีเดียวเลยแบบ 最終報告 จะใช้เวลาและเนื้อหาในการสื่อสารมากกว่าการนำปัญหาดังกล่าวมาแจ้งให้ทราบผ่าน 中間報告 ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเวลาที่ต้องล่าม 通訳 หรือแปลเอกสาร 翻訳 ที่เกี่ยวข้องก็จะนานขึ้นตามไปด้วย
หลายคนอาจจะมองว่า 中間報告 นั้นใช้เวลาและทำให้การทำงานยุ่งยากกว่า 最終報告 แต่หลังจากที่ลองยกตัวอย่างให้น้องคำฟังว่า “คุณก็มีลูกน้อง ลองนึกดูซิว่าถ้าคุณเป็นผู้มอบหมายงานไม่ใช่ผู้ถูกมอบหมายงาน คุณคิดว่าการรายงานแบบไหนจะทำให้คุณทำงานได้ง่ายและใช้เวลาน้อยกว่ากัน” น้องคำจึงตอบมาว่า “ก็ต้องแบบ 中間報告 สิพี่” なるほど!!!

พอทำงานในแผนกประกันคุณภาพไปสักพัก เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร 組織変更 ทำให้มีการแยกงานควบคุมคุณภาพ 品質管理業務 ออกมาเป็นอีกแผนกหนึ่งเนื่องจากการเพิ่มไลน์การผลิต 製造ラインの増設 เพื่อรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้ารายใหม่ 新規顧客 ที่เพ่ิมมากขึ้น ด้วยความที่ยังเป็นแผนกใหม่จึงต้องการล่ามพอจะเป็นงานบ้าง คุณก็จึงต้องย้ายสังกัดไปอยู่ที่แผนกดังกล่าว
1.校正 การสอบเทียบ
2.標準 มาสเตอร์
3.試験所 ห้องปฏิบัติการ
4.限度見本 Limit sample
5.不良見本 ตัวอย่างของเสีย
6.良品見本 ตัวอย่างของดี
7.計測器 เครื่องมือวัด
8.精度 ความแม่นยำ
9.桁数 จำนวนจุดทศนิยม
10.分析 การวิเคราะห์

根回し การขุดล้อมหรือการล็อบบี้
เคยสังเกตุสีหน้าของคนญี่ปุ่นเวลาฟังการบรรยายในที่ประชุมจากคนไทยไหมครับ มีหลายหลายรูปแบบทั้ง
แบบวางอุเบกขา 別に
แบบงงสงสัย 何を言いたいのかよく分からない
แบบโต้แย้ง 違う!!!
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็ยังไม่สาหัสเท่ากับช็อตเด็ดที่พบเจอมาเมื่อวันก่อน เรื่องก็มีอยู่ว่าคนไทยอธิบายว่ามีความจำเป็น…….. จึงขอให้ผู้บริหารตัดสินใจ 判断 เพื่อให้อนุมัติ 承認 การสั่งซื้อตามที่ได้นำเสนอมา การนำเสนอแบบนี้บ้านผมเรียกว่า การมัดมือชก ครับ
เหตุผลหรือครับเพราะโดยปกติวิสัยของผู้บริหารคุณจะต้องมีแพ็คเกจมาให้เขาเลือก เหมือนกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีการออกโปรโมชั่นต่างๆ 料金プラン มาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของตน เพราะหากมีตัวเลือก 選択肢 หลายตัวเลือกผู้บริหารก็จะสามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนั้นๆ その時の状況に合わせて
ในวัฒนธรรมการทำงานของคนญี่ปุ่น ส่ิงหนึ่งซึ่งพึงกระทำกันก่อนจะมีการประชุมคือ 根回し ซึ่งแปลเป็นไทยได้ 2 ความหมายคือ 1.การขุดล้อม (ซึ่งเป็นความหมายเดิม) 2.การล็อบบี้ (เป็นความหมายที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้) อธิบายได้คือการไปชี้แจงเพื่อให้ผู้เข้าประชุมที่มีสิทธิลงมติ 決議 คล้อยตามและเห็นด้วย 賛成 เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่า เมื่อถึงคราวประชุมแล้วผู้ลงมติจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนนำเสนอ
ถามว่าทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากอย่างนั้นด้วยทั้งที่ก็ต้องทำเรื่องอย่างเดียวกันในการประชุมอยู่แล้ว แถมเสียเวลาในการที่จะต้องไปคุยกับคนหลายคน อย่างแรกเลยประเด็นเรื่องเสียเวลานั้นตอบได้เลยว่า “ใช้เวลา 時間が掛かる。” แต่ “ไม่เสียเวลา 時間がロスする。” เพราะการทำเช่นนี้นั้นถือเป็นการฝึกอบรมไปพร้อมกับการปฏิบัติงาน หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า OJT ในเรื่องทักษะการสื่อสาร コミュニケーションのスキル อย่างที่สองลองคิดดูนะครับถ้าคุณต้องอธิบายเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการจะบอกแก่คนหลายคนกับคนๆเดียว อย่างไหนน่าจะประสพความสำเร็จมากกว่ากัน 成功率 หากคุณต้องทำให้คน 5 คนเห็นด้วยโดยมีเวลาจำกัดเพียง 5 ชั่วโมงแรงงาน (Man-hour) คุณจะใช้เวลากับคน 5 คนคนละ 1 ชั่วโมง หรือ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพร้อมกันกับคนทั้ง 5 คน
ลิ้งค์ที่อยู่แสดงอยู่ด้านล่างนั้นเป็นบทความที่จะบอกได้ดีว่า 根回し สำคัญและส่งผลต่อการประชุมเช่นไร

เพื่อเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งเปิดมุมมองให้มีความหลากหลาย จึงได้ความเอื้อเฟื้อมาจากคุณ Peerawat Superfly Saowakhon สำหรับบทความต่อไปนี้ในการนำข้อมูลส่วนตัวมาแชร์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ท่านอื่นๆ ทางเพจขอขอบคุณมาณ.ที่นี้ด้วยครับ
เริ่มรู้จักกับภาษาญี่ปุ่นจนกระทั่งมาทำงานโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไรครับ
ถ้าพูดถึงเริ่มรู้จักกับภาษาญี่ปุ่นจริงๆ ก็เป็นช่วงเรียนวัยรุ่นที่เริ่มหัดเล่นดนตรี ตอนนั้นพยายามฟังเพลงให้หลากหลาย いろんなジャンルの音楽を聞く。 ช่วงนั้นเองที่ได้รู้จักกับวงดนตรีญี่ปุ่นอย่าง X-JAPAN, LUNA SEA หรือ L’arc-en-ciel พอฟังมากๆ เข้าก็เริ่มสนใจเนื้อหาในเพลง จึงพยายามหาคำแปลของเพลงจากรายการโทรทัศน์นิตยสารเกี่ยวกับญี่ปุ่นต่างๆ ที่บางครั้งมีการเอาคำแปลของเนื้อเพลงมานำเสนอ 歌詞の翻訳 (สมัยนั้นการเข้าถึงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตยังไม่ง่ายเหมือนในสมัยนี้) พอเห็นคำแปลแล้วก็รู้สึกว่าเนื้อเพลงของเขามีความเป็นบทกวีสูงมาก ทำให้เริ่มรู้สึกสนใจใภาษาญี่ปุ่น แต่ตอนนั้นก็ทำได้แค่ซื้อหนังสือบทสนทนาภาษาญี่ปุ่นมาอ่านเท่านั้น 会話練習帳 เพราะก็ยังไม่มีเวลาเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง
จุดเริ่มต้นการเรียนภาษาญี่ปุ่นจริงๆ เกิดขึ้นหลังจากเรียนจบและเข้าทำงานแล้ว พอดีมีโอกาสได้เข้าทำงานในบริษัทญี่ปุ่น 日経企業 ซึ่งก็เหมือนบริษัทญี่ปุ่นหลายๆ ที่ซึ่งสนับสนุนให้เรียนภาษาญี่ปุ่น ตอนนั้นจึงเริ่มเรียนที่โรงเรียนสอนภาษา ระหว่างที่เรียนก็มีความรู้สึกว่าชอบภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ และโชคดีที่มีเพื่อนคนญี่ปุ่นหลายคน 日本人の友達 ทำให้มีโอกาสได้ใช้ภาษาอย่างสม่ำเสมอ พอเรียนไปได้สักเกือบปีก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าตัวเองชอบจริง และอยากจะทำงานด้านนี้ให้ได้ ก็เลยลาออกจากงานประจำแล้วมาเรียนอย่างจริงจัง 本格的に勉強する。 ประมาณว่าเรียนตอนบ่ายที่หนึ่ง ตอนค่ำไปเรียนอีกที่หนึ่งเลย จนกระทั่งมีช่วงหนึ่งที่ The nation ประกาศรับสมัครนักแปลการ์ตูนญี่ปุ่น ก็เลยลองไปสมัครดู 応募 ปรากฏว่าทำแบบทดสอบแล้วผ่าน ก็เลยได้เริ่มงานด้านภาษาญี่ปุ่นมาตั้งแต่ตอนนั้นครับ รวมเวลาตั้งแต่เริ่มเรียนก็ประมาณ 2 ปี แต่หลังจากได้งานแล้วก็ยังเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Japan Foudation บนอาคารเสริมมิตรอีกหลายเทอมเหมือนกัน ระหว่างนั้นก็ลองรับงานหลากหลายขึ้น แปลบทการ์ตูนโทรทัศน์บ้าง เป็นล่ามบ้าง แต่งานที่ชอบจริงๆ ก็คือการแปลหนังสือ 本の翻訳 จนตอนนี้ งานด้านอื่นก็แทบจะไม่ค่อยรับแล้วครับ
ปัจจุบันนำภาษาญี่ปุ่นไปใช้ประโยชน์ในการทำงานลักษณะใดบ้างอย่างไร
ตอนนี้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในงานด้านการแปลหนังสือ โดยรับงานแปลหนังสือการ์ตูนและนวนิยาย 小説 เป็นหลักครับ
ถึงจะเป็นการใช้ภาษาเช่นเดียวกันกับงานล่าม แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าทักษะสำคัญในการทำงานล่าม 通訳のスキル คือ จำเป็นจะต้องมีคำศัพท์มากมายเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะแปลอยู่ในหัวก่อนแล้ว เพราะเราต้องนำมันมาใช้ ณ ตรงนั้นทันที ส่วนทักษะในแปลหนังสือหรือเอกสาร ผมขอเรียงลำดับความสำคัญดังนี้ละกันนะครับ
1.ไวยากรณ์ 文法 ต้องดีเยี่ยม โดยเฉพาะในการแปลนวนิยายที่บางครั้งมีรูปประโยคที่ซับซ้อน 複雑な文章 ถ้าไวยากรณ์ไม่แม่น อาจทำให้เราเข้าใจความหมายผิดไปเลย 誤解する
2. ภาษาไทย タイ語 ต้องดีไม่แพ้กัน แน่นอนว่าเราแปลให้คนไทยอ่าน เราจึงต้องแปลประโยคให้มีความเป็นธรรมชาติของภาษาไทยมากที่สุด นักแปลมือใหม่บางคนแปลโดยยึดโครงสร้างประโยค 文章の構成 หรือคำศัพท์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นมากเกินไป ซึ่งบางครั้งอาจจะใช้ได้ แต่บางครั้งอ่านแล้วอาจจะรู้สึกแปลกๆ หรือถึงกับอ่านไม่รู้เรื่องเลยก็มีครับ
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องตลกเรื่องหนึ่งของสำนักพิมพ์หนึ่งที่ผมรับงานอยู่ มีนักแปลรุ่นน้องคนหนึ่งเขาเจอคำพูดในการ์ตูนว่า 「本当に甘い男だな、お前」 น้องเขาก็แปลตรงตัวไปเลยว่า “แกเป็นผู้ชายที่หวานจริงๆ” ทำเอาคนในกองบก.ฮาไปเลย ซึ่งที่จริงถ้ายึดตามธรรมชาติภาษาไทย ควรแปลว่า “แกเป็นผู้ชายที่อ่อนต่อโลกจริงๆ” หรือ “แกเป็นผู้ชายที่ใจอ่อนจริงๆ” น่าจะเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับบริบทด้วยครับ
ขอเสริมเรื่องการฝึกทักษะภาษาไทย タイ語のスキル นิดหนึ่งนะครับ มีคนที่เก่งภาษาญี่ปุ่นหลายคนที่มาทำงานแปลหนังสือแล้วทำได้ไม่ดี บางคนเข้าใจความหมายของประโยคทั้งหมด แต่ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือไม่ได้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “เป็นนักแปลหนังสือโดยที่ไม่ได้เป็นนักอ่านหนังสือมาก่อน” ผมเชื่อว่าเราจะได้ทักษะการใช้ภาษาไทยเชิงวรรณกรรมที่ดีที่สุดจากการอ่านวรรณกรรมนั่นล่ะครับ พอไม่ได้เป็นนักอ่านมาก่อน ก็คงยากที่จะถ่ายทอดภาษาออกมาได้อย่างละเมียดละไมครับ
3. คำศัพท์ 単語 ถึงแม้เราจะเจอศัพท์ที่ยาก แต่การแปลหนังสือเรามีเวลาที่จะเปิดพจนานุกรม ค้นในอินเตอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งถามคนญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ความหมายที่แท้จริงของคำศัพท์นั้น ตรงนี้จึงต่างจากงานล่ามที่ต้องมีศัพท์มากมายอยู่ในหัวครับ
ปล.ภาษาไทยของแอ็ดมินเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ในช่วงการเรียนรู้ภาษาไทยเช่นเดียวกันครับ 勉強中

サルモネラ Salmonella ซาลโมเนลลา
เป็นแบคทีเรียที่ทำให้อาหารเป็นพิษที่เรียกว่า Salmonellosis
เมื่อร่างกายรับเชื้อ –> เชื้อโรคจะมุ่งเข้าสู่เซลล์น้ำเหลืองของลำไส้เล็ก และจะเจริญแบ่งตัวที่นั่น (ยังไม่มีอาการ เป็นระยะฟักตัว) –> เชื้อแพร่เข้าสู่กระแสเลือดกระจายสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย –> เริ่มแสดงอาการ
อาการจะเกิดขึ้นหลังบริโภคประมาณ 6-48 ชั่วโมง, มีอาการอยู่ในระหว่าง 1-5 วัน
อาการทั่วไป : ชีพจรเต้นช้ากว่าปกติ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปวดศรีษะ ปวดท้อง มีไข้ หนาวสั่น และอ่อนเพลีย
ผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้มักเนื่องจากเลือดออกในลำไส้เล็ก และลำไส้ทะลุ
โรคที่เกิดจากเชื้อซาลโมเนลลาที่สำคัญได้แก่ โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Gastroenteritis) โรคโลหิตเป็นพิษ (Septicemia) และไข้ไทฟอยด์ (Typhoid Fever)
การป้องกัน
เชื้อทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 4-5 นาที หรือ 100 องศาเซลเซียส นาน 1 นาที
รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และรับประทานในขณะที่ยังร้อน
แช่เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Salmonella ได้
ไข่มีเชื้อ Salmonella เข้าไปได้ จึงควรจะปรุงให้สุกด้วยความร้อนที่พอเหมาะ
ล้างอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ใช้ในการบรรจุ หั่นหรือรองหั่นอาหารที่ใช้เสร็จแล้วให้สะอาด

時刻板 ตารางการเดินรถ

切符売り場 ที่จำหน่ายตั๋ว

乗り場 ชานชาลา

汽車(ディーゼル機関車)หัวรถจักรดีเซล

จากการแชร์ประสพการณ์ของคุณ Peerawat Superfly Saowakhon เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา วันนี้เราได้รับเกียรติจากล่ามท่านหนึ่งที่จะมาแชร์ประสพการณ์ให้ฟังดังนี้คือ
เริ่มมารู้จักกับภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไร และมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันอย่างไร
รู้จักกับอะไรญี่ปุ่นๆครั้งแรกสมัยมัธยมค่ะ ตอนนั้นอยู่ประมาณม.5-6 แล้วค่ะ 高校時代 ช่วงนั้น X-Japan ดังมากเลยลองหาเพลงมาฟังแล้วก็เริ่มชอบเพลงญี่ปุ่น 日本の音楽 ฟังมาเรื่อยๆจนมาเจอวง Direngrey ค่ะ ชอบนักร้องนำมาก ヴォーカル จนเริ่มซื้อนิตยสารดนตรีญี่ปุ่นมาดู นิตยสาร 雑誌 แพงมากนะคะซื้อมาก็ได้แต่ดูรูปอย่างเดียวเลยรู้สึกว่าชั้นอยากอ่านออก 読めるようにしたい อยากรู้ว่าเค้าให้สัมภาษณ์อะไร เลยลองหาหนังสือสอนภาษาญี่ปุ่นมาเรียนเอง เรียนเองไปๆมาๆ 自習 รู้สึกว่ายากแต่สนุกดี ตัวอักษรน่ารักดีเลยลองยื่นคะแนนเข้าไปที่คณะศิลปศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งดู แล้วก็ติดค่ะเลยได้เรียนเอกญี่ปุ่นตั้งแต่นั้น
พบจบก็ลองไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ต้อนรับที่โรงแรมแถวสุขุมวิทค่ะ フロント กะว่าจะไปฝึกพูด แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดแถมเจอลูกค้าวีน เลยค้นพบว่าตัวเองไม่ชอบงานบริการ サービス業務 ก็เปลี่ยนงานมาทำเป็นผู้ประสานงานขาย แต่บริษัทที่ไปทำเป็นบริษัทเล็กๆนาย ボス ไม่ค่อยอยู่ไม่ได้ฝึกพูด แถมอยู่ในเมืองรถติด 渋滞 แย่งกันอยู่สุขภาพจิตแย่ สุขภาพกายก็แย่ก็เลยลาออกมาทำเป็นล่ามที่บริษัทผลิตพาร์ทรถยนต์ 自動車部品 ที่อมตะนครค่ะ
ที่บริษัทนี้เข้าไป 2 สัปดาห์แรกก็เจองานหินเลยค่ะแปล 業務監査 ออดิทจากผู้บริหารบริษัทแม่ เป็นอะไรที่ยากมากเลยนะคะสำหรับคนที่ไม่เคยทำงานล่ามตอนนั้น แม้แต่คำว่า 実績 ยังแปลไม่ได้เลยค่ะ ร้องไห้กลางห้องประชุมเลยรู้สึกแย่มากๆ แต่เจ้านายดีค่ะ ไม่ว่าแถมยังสอนการพูด คำศัพท์ที่เป็นศัพท์เฉพาะขององค์กรให้ด้วย 専門用語 ทำงานที่นั่นไปประมาณ 3 ปีค่ะนายกลับประเทศเศร้ามาก 帰国 เลยทำให้รู้สึกติดลบกับนายที่มาใหม่จนไม่อยากทำงาน แต่ก็อดทน 我慢 ทำได้จนเข้าปีที่ 4 แล้วแม่ป่วยเลยต้องลาออก 退職 กลับบ้านที่กทม.มาดูแลแม่
กลับกทม.ก็โชคดีค่ะ ได้งานล่ามกึ่งเลขาที่บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้า 電化製品 แต่ด้วยความที่ไม่ชอบชีวิตในกทม.+แม่อาการดีขึ้นเรื่อยจนหาย ก็เลยย้ายงานกลับมาทำที่ชลบุรีอีกครั้ง ปัจจุบันทำงานเป็นล่ามอยู่ที่บริษัท ผลิตน๊อต ナット+ボルト ในอมตะเหมือนเดิมค่ะ ทำมาได้ 5 เดือนแล้วสนุกดี มีเรื่องให้ต้องเรียนรู้เยอะแยะเลย ^^
อยากให้ช่วยแชร์มุมมองที่มีต่อการทำงานในกรุงเทพและการทำงานในต่างจังหวัดครับ
งานในกทม.ส่วนใหญ่จะเป็นงานแปลในสำนักงานนะคะ 事務の通訳 หรือไม่ก็ประสานงาน
ส่วนต่างจังหวัด จะเป็นโรงงานซะมาก ส่ามโรงงาน 工場の通訳 ที่ทำงานนานๆน่าจะได้ความรู้และก็เจออะไรท้าทายกว่า チャレンジ ส่วนตัวเองชอบต่างจังหวัดนะ ชิวดีค่ะ
พอจะให้แนวทางเรื่องการวางตัวสำหรับการทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นได้ไหมครับ
การวางตัวให้เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญค่ะ
ที่ตนเองเคยเจอมา ล่ามผู้หญิงมักเจอปัญหาเจ้านายลวนลามทางคำพูดหรือไม่ก็การกระทำ セックスハラ
เคยประสบปัญหาโดนเจ้านายลวนลามค่ะ ซึ่งเราแก้ปัญหาด้วยการบอกกับนายตรงๆ はっきり言う ว่าไม่ชอบและหลีกเลี่ยงเท่าที่จะทำได้ 出来るだけ避ける。
ปกติจะไม่ใช่คนที่พูดจาล้อเล่นกับเจ้านาย หรือตีซี้นะคะ แปลจบคือจบ 仕事のみ แต่ที่โดนลวนลามนี่ตอนทำเป็นล่ามเลขาซึ่งต้องออกไปทำธุระข้างนอกกับนาย 上司と一緒に出かける。
สังเกตุเห็นจากเพื่อนและคนรอบตัวเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าได้ยินเรื่องต้องลาออกเพราะปัญหาชู้สาวในที่ทำงาน 社内不倫 เยอะพอสมควรค่ะ
ต้องขอขอบคุณล่ามท่านนี้ที่มาแชร์ประสพการณ์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการทำงานโดยเฉพาะการวางตัวในการทำงานกับเจ้านายที่เป้นเพศตรงกันข้ามครับ

“ทำโอ” ภาษาปากที่นิยมใช้แทนคำว่า “การทำงานล่วงเวลา 残業” แต่บางทีก็ใช้แทนคำอื่น เช่น การทำงานในวันหยุด 休日出勤 เป็นต้นดังตัวอย่างที่จะเล่าผ่านบทสนทนาต่อไปนี้
田中 : ソムシーさん今週の土曜日はラインを動かしますか。
ล่าม : คุณสมศรีครับวันเสาร์นี้จะเดินไลน์ไหมครับ
สมศรี : เดินไลน์คะ
ล่าม : ラインを動かします。
田中 : その日に休日出勤する人を教えて下さい。
ล่าม : ช่วยแจ้งด้วยครับว่าใครจะมาทำงานในวันดังกล่าวบ้าง
สมศรี : ก็มีสมชาย, สมศักดิ์แล้วก็สมยศคะที่จะมาทำโอในวันนั้น
ล่าม : その日に残業する人はソムチャイ、ソムサックとソムヨットです。
田中 : 8時間稼働だけで十分ではないでしょうか。
ล่าม : เดินไลน์แค่ 8 ชั่วโมงก็พอแล้วไม่ใช่หรือครับ
สมศรี : ใช่คะ
ล่าม : そうですね。
田中 : じゃなんで残業しないといけないでしょうか。
ล่าม : ก็แล้วทำไม่ต้องมาทำงานล่วงเวลาด้วยละครับ
สมศรี : อ๋อสมศรีไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น สมศรีหมายความว่ามาทำโอวันเสาร์เท่านั้นคะ
ล่ามหันไปมองหน้าคุณทานากะแล้วก็บอกว่า
ล่าม : ソムシーさんにタイ語の意味を確認させて下さい。(ขอเวลาผมเคลียร์ภาษาไทยกับคุณสมศรีก่อนนะครับ)
จากนั้นก็หันกับมาพูดกับคุณสมศรีว่า
ล่าม : ถ้าคุณสมศรีพูดว่าทำโอวันเสาร์ ในภาษาญี่ปุ่นนายเขาจะเข้าใจว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาในวันเสาร์ คือหลัง 5 โมงเย็นของวันเสาร์ครับ
สมศรี : เข้าใจแล้วคะ งั้นสมศรีขอพูดใหม่ว่าคนที่จะมาทำงานในวันเสาร์ ได้แก่ สมชาย, สมศักดิ์แล้วก็สมยศคะ
ล่าม : 土曜日に休日出勤する人はソムチャイ、ソムサックとソムヨットです。
田中 : 了解です。
ล่าม : รับทราบครับ
เรื่องนี้ไม่ได้ต้องการบอกว่าใครผิดหรือถูก แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่าคนสองฝ่ายที่เข้าใจในสิ่งเดียวกันไม่เหมือนกันจะทำให้การสนทนาต้องใช้เวลามากเกินกว่าความจำเป็น บางทีการที่คนกลางคือ ล่าม จะใช้เวลาสักเล็กน้อยในการอธิบายถึงสิ่งที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจคลาดเคลื่อนกัน ก็จะช่วยให้ครั้งต่อไปไม่ต้องประสพปัญหาเช่นนี้อีก
時間外労働 การทำงานนอกเวลา (ทำงานปกติ)
休日出勤 การทำงานในวันหยุด
休日残業 การทำงานล่วงเวลาในวันหยุด

แอมโมเนีย アンモニア ที่รั่วไหลออกมาจากโรงงานทำน้ำแข็งริมลำตะคอง คือ สาเหตุเบื้องต้นที่คาดว่าทำให้ปลาขาดออกซิเจนและลอยตายเป็นกิโล 窒息死
แอมโมเนียที่ว่านี้ถูกใช้เป็นสารทำความเย็น Coolant 冷媒 สำหรับเครื่องทำความเย็นในโรงงานน้ำแข็งดังกล่าว โดยปกติแล้วเมื่อแอมโมเนียไปผสมกับน้ำจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี 化学反応 ในลักษณะที่ดึงเอาออกซิเจนไปใช้จำนวนมาก ทำให้เกิดเป็นแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ 水酸化アンモニウム
สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานสารแอมโมเนียไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียน ไม่ควรใส่สายล้างท้อง และไม่ต้องให้ผงถ่านกัมมันต์ activated charcoal 活性炭 หากเป็นไปได้ควรได้รับการตรวจหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารด้วยกล้อง (fiberoptic endoscope) เพื่อประเมินความรุนแรงของภยันตราย ที่เกิดซึ่งจะทำให้วางแผนการรักษาได้ถูกต้องมากขึ้น

来週の月曜日、私は手術を受けに行きます。
ภาษาญี่ปุ่นประโยคนี้คุณจะแปลเป็นภาษาไทยอย่างไรครับ
๑.วันจันทร์หน้า ฉันจะไปรับการผ่าตัด
๒.วันจันทร์หน้า ฉันจะไปผ่าตัด
เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกแปลเป็นข้อ ๑. แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกจะพูดเป็นข้อ ๒. การพูดในลักษณะที่ “ละไว้ในฐานที่เข้าใจ当たり前” เช่นนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในการสื่อสารโดยเฉพาะการสนทนาที่ใช้คำพูดเป็นสื่อกลาง
หากเราสามารถแยกแยะได้ 使い分け โดยการใช้ข้อ ๑. กรณีที่ต้องการจะสื่อผ่านข้อความและใช้ข้อ ๒. ในกรณีที่ต้องการจะสื่อผ่านคำพูด ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ข้อ ๒.ในกรณีที่ต้องการจะสื่อผ่านข้อความด้วยเช่นกัน
ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเวลาแปลออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นก็จะแปลได้ว่า 来週の月曜日、私は手術をしに行きます。 คนฟังก็อาจจะงงและนึกสงสัยว่าคุณเป็นผู้ป่วย 患者 หรือเป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด 手術医 กันแน่
การนำเอาภาษาพูด 話す言葉 มาใช้เป็นภาษาเขียน 書く言葉 ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การสื่อสารด้อยประสิทธิภาพลงได้

“เคลมクレーム” เป็นคำที่ทุกคนซึ่งทำงานเกี่ยวกับคุณภาพ เช่น แผนกประกันคุณภาพ品証 ไม่ค่อยอยากจะได้ยินสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะตอนที่จะต้องตอบเรื่องการเคลม クレーム回答 นั้นสมาธิอาจจะไปจดจ่ออยู่กับเรื่องดังกล่าว จนทำให้ไม่มีสมาธิในการฟังดังตัวอย่างที่จะเล่าผ่านบทสนทนาต่อไปนี้
山田 : クレーム対象品の加工履歴を調べたか。
ล่าม : ตรวจสอบประวัติการผลิตของงานแล้วหรือยัง
สุดสวย : ตรวจสอบแล้วคะ
ล่าม : 調べました。
山田 : 記録には異常があったか。
ล่าม : ในบันทึกพบความผิดปกติหรือเปล่า
สุดสวย : พบคะ
ล่าม : 有りました。
山田 : じゃなんで流出したのか。
ล่าม : แล้วทำไมถึงหลุดรอดไปละ
สุดสวย : ???
山田 : 異常の記録があったにも関わらず不良品の流出が止められなかったことが大きな問題と認識して下さい。
ล่าม : ขอให้ตระหนักว่าทั้งที่มีบันทึกเรื่องความผิดปกติแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะยับยั้งการหลุดรอดของงานเสียได้นั้นเป็นปัญหาที่รุนแรง
山田 : その原因及び対策について検討し対策案を報告下さい。
ล่าม : ขอให้พิจารณาเรื่องสาเหตุและมาตรการ จากนั้นก็ให้รายงานข้อเสนอแนะเรื่องมาตรการ
สุดสวย : แต่มันยากนะคะที่จะตอบในทันทีว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก
ล่าม : ??? すぐ、再発防止策を回答するのは難しいです。
山田 : そんなことは聞いていません。
ล่าม : ไม่ได้ถามเรื่องนั้น
สุดสวย : ???
ล่ามเห็นท่าไม่ดีก็เลยหันไปถามนายว่า
ล่าม : 流出のことを聞いているですよね。
山田 : そうだ。
จากนั้นก็หันไปอธิบายให้คุณสุดสวยฟังว่า
ล่าม : คือนายเขาถามเกี่ยวกับการหลุดรอดที่พูดไว้ตอนแรก ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเกิดครับ
สุดสวย : ถ้าเรื่องการหลุดรอดขอปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนคะ
ล่าม : 流出についてまずは関連部門に相談します。
山田 : システムにも問題はあるかどうかをよく確認して下さい。
ล่าม : ขอให้ตรวจสอบดูดีๆนะว่ามีปัญหาที่ระบบหรือไม่
สุดสวย : เรื่องนี้ขอไปปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนคะ
ล่าม : この件については関連部門に相談します。
山田 : 納期は今日ですけどいつ相談する気でしょうか。
ล่าม : กำหนดแล้วเสร็จวันนี้นะครับไม่ทราบว่าตั้งใจจะปรึกษากันเมื่อไหร่
สุดสวย : ถ้างั้นจะปรึกษาแล้วก็ตอบวันนี้เลยคะ
ล่าม : 今日中相談してから回答します。
山田 : ちゃんとやって下さい。
ล่าม : ช่วยทำให้เรียบร้อยนะครับ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหากลังเลไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่ วิธีการหนึ่งที่ให้ผลได้ดีคือ การยืนยัน 確認 ซึ่งคนกลางก็คือล่ามจะเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้เพราะเข้าใจทั้ง 2 ฝ่ายว่าแต่ละฝ่ายเข้าใจว่าอย่างไร
発生原因 สาเหตุการเกิด
流出原因 สาเหตุการหลุดรอด
回答納期 กำหนดการที่ระบุว่าจะต้องตอบภายในเมื่อไหร่

深耕 การไถลึก เป็นคำศัพท์ที่มักจะใช้กับการเกษตร วัตถุประสงค์ของการไถลึกก็คือการเพิ่มผลผลิตโดยการใช้พื้นที่เพาะปลูกเท่าเดิมดังที่ได้แสดงข้อความตัวอย่างไว้ดังต่อไปนี้คือ
“พบว่าการเตรียมดินปลูกโดยการไถลึกสามารถเพิ่มผลผลิตได้ในทุกพื้นที่ที่ทําการศึกษา เมื่อเทียบกับวิธีการเดิมที่เกษตรกรทําอยู่”
แต่คำศัพท์ดังกล่าวก็ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของฝ่ายขาย ในลักษณะที่ต้องการจะสื่อถึง “การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับลูกค้ารายเดิมเพื่อให้ได้คำสั่งซื้อเพ่ิมมากขึ้น” โดยมีคำอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นดังนี้คือ
会社で営業などをしていると「この顧客を深耕する」などと言います。つまりは、その顧客との取引を拡大するとかいろいろな取引に進展させるなどという意味で使っています。
(営業場面で使われる場合)新規開拓が見込客や新たな受注を獲得する活動に対して、深耕拡大とは既存の顧客やルートを掘り下げることで受注を拡大すること。

このドラマはフィクションであり登場する人物は架空です。
ละครเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ตัวละครที่กล่าวถึงเป็นเพียงสิ่งที่สมมุติขึ้นมา
สวัสดีครับผมชื่อ “เคโรโระケロロ” ครับ ผมเป็นคนญี่ปุ่นที่ถูกส่งตัวมาที่ไทย タイに派遣された日本人 เพื่อมาช่วยงานที่นี่ ผมอยู่ที่นี่มาได้สามปีแล้วครับ พอจะพูดภาษาไทยได้บ้าง ผมทำงานกับคนที่นี่ 現地の人と働き กินข้าวกับคนที่นี่ 一緒に食事をしている。 แต่ยังมีบางอย่างที่ผมเห็นจากพนักงานชาวไทยส่วนใหญ่ที่นี่คือ พวกเขาชอบใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปก่อนกินอาหารกันครับ 食事する前に写真を撮る。 ผมเกิดความสงสัยจึงได้ถามเพื่อนชาวไทยคนหนึ่งว่าพวกเขากำลังทำอะไรกัน หรือว่ามันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนไทย タイ人の習慣 ที่ผมควรจะต้องทำตาม แต่คำตอบที่ผมได้รับกลับทำให้ผมประหลาดใจเป็นอย่างมาก…“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกเคโรโระ พวกเขาเพียงแค่ถ่ายรูปอาหารที่น่ารักๆ ตกแต่งให้สวยแล้วก็อัพโหลดขึ้นเฟซบุ๊ค เอาไว้อวดเพื่อนๆ 友達に見せる ในนั้นกันเท่านั้น” เพื่อนชาวไทยของผมกล่าวไว้ ผมจึงมีความคิดที่จะลองทำบ้างด้วยความนึกสนุก 自分もやってみようか。 นับจากวันนั้นผมเริ่มใช้ไอโฟนของผมถ่ายรูปอาหารไทยทุกวันๆ และอัพโหลดขึ้นเฟซบุ๊ค
ในทุกๆวันจะคนเข้ามากดไลค์รูปภาพของผมทุกวัน ผมเริ่มสนุกและอัพโหลดทุกวันไม่มีขาด 楽しくて毎日アップロードしている。 คนที่เข้ามากดไลค์และคอมเม้นท์รูปของผมก็เริ่มมีมากขึ้นทุกวัน จึงทำให้ตอนนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผมไปเสียแล้ว 日常生活の一部 ไม่ว่าผมจะอยู่ไหน จะกินอะไร ผมจำเป็นที่จะต้องถ่ายรูปอาหารก่อนเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนชาวญี่ปุ่นของผมอีกคน เขาเริ่มถ่ายรูปอาหารไทยบ้าง เขามีชื่อว่า “ชินจังシンちゃん” ทุกวันเขาเริ่มถ่ายรูปอาหารแต่เขาไม่ได้อัพโหลดเฟซบุ๊คแต่อย่างใด ผมมองเขาทุกวัน เขาก็ถ่ายรูปทุกวันเช่นกัน 毎日を見ても彼は写真を取っている。 ตรงข้ามกับผมที่ตอนนี้ค่อยๆลดการถ่ายรูปลงไป เพราะงานเริ่มหนักขึ้น เวลาว่างไม่ค่อยมี เวลาพักก็หมดไปกับงาน ซึ่งชินจังเพื่อนชาวญี่ปุ่นของผมก็มีงานหนักเหมือนกัน แต่เขาก็ยังถ่ายรูปอยู่เสมอ ทำให้ผมเกิดความสงสัยและได้เดินเข้าไปถามเข้าในเวลาพักกลางวัน คำตอบที่ผมได้รับจากเขายิ่งทำให้ผมประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก…彼の答えは私を驚かせた。
“ผมไม่ได้ถ่ายรูปตามกระแสนะครับ ที่ผมถ่ายรูปอาหารไทยทุกวันเพราะผมจะทำเก็บเป็นรูปคอลเลคชั่นอาหารไทยในโทรศัพท์ เวลาผมไปสั่งอาหาร 料理を注文する時に ผมก็สามารถเอารูปให้เขาดูได้ เพราะอาหารบางอย่างผมก็ไม่รู้จักชื่อของมัน 名前の分からない料理 แต่การที่อัพโหลดรูปอาหารสวยๆขึ้นเฟซบุ๊ค มันเป็นเพียงผลพลอยได้เฉยๆนะครับ” ชินจังตอบผมด้วยรอยยิ้ม 微笑んで答えた。 คำตอบที่ได้รับทำให้ผมคิดอะไรได้บางอย่าง จากที่ในตอนแรกผมก็คิดเพียงว่าเขาคงทำตามกระแสที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกัน แต่หากเราลองมองในมุมอื่น 違う視点から見る。 และใช้ความคิดที่จะดัดแปลง แก้ไข 自分で工夫して ก่อนที่จะทำอะไรก็ตาม บางสิ่งบางอย่างที่หลายคนมองว่าไร้สาระ อาจทำประโยชน์อย่างมากให้กับเราก็ได้…つまらにことが役に立つかもしれない。

ローテーション เป็นคำที่ได้ยินบ่อยเมื่อพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงหน้าที่การงาน ซึ่งย่อมาจากคำว่า ジョブ・ローテーション Job Rotation การหมุนเวียนงาน โดยในบางกรณีอาจจะใช้คำว่า 人事異動 แทนแต่ขอบเขตของความหมายระหว่างคำทั้ง 2 จะไม่ตรงกัน 100% จึงควรที่จะศึกษาความหมายจากทบความต่อไปนี้
ジョブローテーションとは、戦略的人事異動のこと。人事異動や配置転換と一言でいうと、一度きりの人事異動や配置転換のことを指すことになってしまう。一方、ローテーションという言葉が指し示すように、ジョブローテーションという場合には、人材の育成を勘案して継続的かつ戦略的に人事異動をすることと解される。ジョブローテーションは、長期雇用を前提とした人材育成方法であり、日本企業のお家芸ともいえる。
ローテーション สำหรับบางคนอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เพราะอาจจะไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง แต่อีกหลายคนก็พร้อมที่จะยอมรับกับสิ่งนี้เพราะรู้ว่า นี่คือบันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางด้านการงาน 出世 เนื่องจากการเรียนรู้งานที่ต่างออกไปจะสามารถทำให้เข้าใจถึงขอบเขตงานที่กว้างขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึง หน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น 責任範囲 ที่อาจจะมาพร้อมกับตำแหน่งที่สูงขึ้นก็เป็นได้ 昇格
แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่กลัวในสิ่งดังกล่าวเพราะไม่มีใครที่รับประกันได้ว่า 保証できない เมื่อเปลี่ยนแปลงหน้าที่การงานแล้วจะได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน หรืออาจจะเข้าใจผิด 誤解 ว่าหน่วยงานใหม่ที่ย้ายไปมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชา 部下の人数 น้อยลงกว่าเดิม แสดงว่าอำนาจ 権限 ที่เคยมีก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย
จริงๆแล้วหากเราไม่ไปใส่ใจกับเรื่องตำแหน่ง 役職 มากนักจนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ 苦 แล้วลองมองในมุมที่ต่างออกไปว่า การที่เราไปทำงานในแผนกอื่นอาจจะทำให้เราเข้าใจความทุกข์ของคนที่ทำงานอยู่ในแผนกดังกล่าวได้ดีขึ้น และสามารถหาวิธีการทำงานแบบที่สามารถดับทุกข์ได้ทั้งทุกข์ของแผนกเดิมและแผนกใหม่ที่ทำงาน ซึ่งเข้ากับคำพูดที่ว่า “ใจเขาใจเรา อกเขาอกเรา” ท้ายที่สุด เราก็จะได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามมาโดยอัตโนมัติอย่างมีความสุข 幸せ

เนื้อหาของการสื่อสารบ่อยครั้งที่จะต้องมีการระบุถึงเรื่องเวลา การบอกเวลาในบางกรณีอาจจะไม่สำคัญมากนัก แต่บางกรณี เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเป็นการเดินทางระหว่างประเทศก็อาจจะมีผลกระทบที่รุนแรงได้เช่นกัน โดยจะขออธิบายผ่านบทสนทนาต่อไปนี้คือ
林 : 来週、日本に出張するのでエアチケットの予約をよろしくお願いします。
ล่าม : สัปดาห์หน้าจะเดินทางไปปฏิบัติงานที่ญี่ปุ่น รบกวนจองตั๋วเครื่องบินให้ด้วยครับ
สมนึก : จะออกเดินทางวันไหนครับ
ล่าม : 出発日はいつでしょうか。
林 : 来週金曜日だが深夜1時出発の便でお願いします。
ล่าม : วันศุกร์หน้าครับ แต่ขอเป็นเที่ยวบินที่ออกเดินทางเวลาตี 1 ครับ
สมนึก : ได้ครับ จะจัดการจองให้เที่ยวที่ออกกลางคืนของวันพฤหัสนะครับล่าม : 了解です。では木曜日のよる出発の便を予約します。
林 : ???(”木曜日の夜出発の便”はチェックインが木曜日という意味で言ったと思った。)
พอถึงคืนวันพฤหัสบดีพนักงานขับรถก็พาคุณฮายาชิพร้อมกับล่ามไปสนามบินก่อนเวลาออกเดินทาง 2 ชั่วโมงเพื่อทำการเช็คอิน แต่ในขณะที่คุณฮายาชิยื่นตั๋วเพื่อทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ของสายการบินว่า “เที่ยวบินนี้ได้ออกเดินทางไปตั้งแต่เมื่อเช้าของวันนี้แล้ว” จึงได้ให้ล่ามเจรจากับเจ้าหน้าที่สายการบินเพราะเข้าใจว่ามีปัญหาเรื่องการสื่อสาร
林 : チケットは深夜1時出発の便で予約したはず。ล่าม : ตั๋วใบนี้จองมาเป็นเที่ยวที่ออกเดินทางเวลาตี 1 นะครับเจ้าหน้าที่สายการบิน : ใช่ค่ะจองมาเป็นเที่ยวที่ออกเดินทางเวลาตี 1 แต่เป็นของวันพฤหัสบดีซึ่งเครื่องบินเที่ยวนี้ได้ออกเดินทางไปแล้วเมื่อเข้านี้ล่าม : チケットには深夜1時出発の便と記載しているが今朝既に出発した木曜日の便となっている。
林 : 通訳さん、電話ですぐソムヌックさんに確認してくれないかな。
ล่าม : わかりました。すぐ確認します。
ล่าม : พี่สมนึกครับตั๋วที่จองให้พอนำมาเช็คอินแล้ว เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าเที่ยวบินนี้ออกเดินทางไปแล้วครับ
สมนึก : เป็นไปได้ยังไงก็พี่จองให้เป็นเที่ยวตี 1 วันพฤหัสให้แล้วไม่ใช่หรือ
ล่าม : คงมีการเข้าใจกันผิดแล้วครับ เพราะนายเขาวางแผนว่าจะออกเดินทางเวลาตี 1 ของวันศุกร์เพื่อให้ไปถึงญี่ปุ่นแล้วก็เดินทางไปบริษัทแม่เพื่อเข้าประชุมต่อเลยครับ
สมนึก : อ้าวแล้วเอาไงดีละ
ล่าม : งั้นขอผมถามนายก่อนนะครับ
จากนั้นล่ามก็หันไปปรึกษากับนายว่า
ล่าม : ソムヌックさんに確認したところチケットは木曜日の深夜1時出発の便で予約された。
林 : しょうが無いな。会議の変更ができないので別の便で行くか。別の便はあるかどうか聞いてくれない?
ล่าม : 探してみます。
ล่ามหายไปสักพักแล้วก็กลับมาบอกนายว่า
ล่าม : 別の航空会社に聞いて2時出発の便があるので席を押さえておきましょうか。
林 : 取りあえずそれでお願いします。
ก็เป็นอันว่าเรื่องก็ลงเอยด้วยดี ハッピーエンディング คือคุณฮายาชิสามารถเดินทางไปประชุมที่ญี่ปุ่นได้ทันเวลา
สิ่งที่ต้องการจะบอกเล่าผ่านเรื่องนี้นั้นไม่ใช่การระบุว่าใครผิด 誰が悪い แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง 反省 อันดับแรกก็คือการถ่ายทอดคำว่า 深夜 ได้ไม่ครบถ้วน อันดับต่อมาก็คือ การยืนยันความถูกต้องระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ไม่เพียงพอ 不十分

総溶解性蒸発残留物 TDS:Total Dissolved Solids ปริมาณของแข็งที่ละลายเจือปนอยู่ในน้ำ
水中に含まれる蒸発残留物のうち懸濁物質を分離した透明な、ろ液を蒸発乾固したときの残留物。TDSは蒸発残留物のうちJIS K0101に示される溶解性蒸発残留物に相当するが、乾燥温度を300℃に高めて測定する場合もある。
全蒸発残留物は 「試料水をそのまま蒸発乾固して残った物質」
懸濁物は 「試料水をろ過してろ過器に残留する物質を105℃で乾燥したもの。」
総溶解性蒸発残留物は 「試料水を一度ろ過して得られた透明な水を蒸発乾固したときに残る物質」
น้ำจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสารต่างๆ ที่ละลายปะปนอยู่ในน้ำการที่มีสารต่างๆ ละลายปะปนอยู่ในน้ำ คุณสมบัติของน้ำมีรายละเอียดดังนี้
1. คุณสมบัติทางกายภาพของน้ำ คือ ลักษณะทางภายนอกที่แตกต่างกัน เช่นความใส ความขุ่น กลิ่น สี เป็นต้น
– ของแข็งทั้งหมด (total solid: TS) คือ ปริมาณของแข็งในน้ำ สามารถคำนวณจากการระเหยน้ำออก ได้แก่ ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (Total Dissolved Solids: TDS) จะมีขนาดเล็กผ่านขนาดกรองมาตรฐาน คำนวณได้จากการระเหยน้ำที่กรองผ่านกระดาษกรองออกไป ของแข็งแขวนลอย (Suspended Solids: SS) หมายถึง ของแข็งที่อยู่บนกระดาษกรองมาตรฐานหลังจากการกรอง แล้วนำมาอบเพื่อระเหยน้ำออก ของแข็งระเหยง่าย (Volatile Solids: VS) หมายถึง ส่วนของแข็งที่เป็นสารอินทรีย์แต่ละลายน้ำ สามารถคำนวณได้โดยการนำกระดาษกรองวิเคราะห์เอาของแข็งที่แขวนลอยออก แล้วนำของแข็งส่วนที่ละลายทั้งหมดมาระเหยอุณหภูมิประมาณ 550 องศาเซลเซียส นำน้ำหนักน้ำที่ชั่งหลังการกรองลบด้วยน้ำหนักหลังจากการเผา น้ำหนักที่ได้คือ ของแข็งส่วนที่ระเหยไป
2. สมบัติทางด้านเคมีของน้ำ คือ ลักษณะทางเคมีของน้ำ เช่น ความเป็นกรด – เบส ความกระด้าง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ เป็นต้น

強制終了 Force quit การบังคับปิด
คือ คำสั่งที่ใช้บ่อยกรณีที่โปรแกรมไม่ตอบสนอง 応答なし หรือ แฮ็งค์จะกดอะไรทำยังไงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามมา มักจะเกิดขึ้นตอนที่เรามีการปิดโปรแกรมหรือเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างกระทันหันจนอาจจะทำให้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์คิดตามไม่ทัน 処理しきれない สมองของนักแปลหรือล่ามก็เช่นเดียวกัน หากเรากำลังจะมีสมาธิอยู่กับงานแปล 翻訳に集中して แล้วอยู่ดีๆมีคนมาให้ล่ามในทันทีทันใด อาการแฮ็งค์ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะยังเตรียมตัวเตรียมใจไม่ทัน 準備ができていない
สำหรับเรื่องในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะล่ามหรือนักแปลเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นได้กับคนที่ทำงานอย่างอื่นซึ่งต้องใช้สมาธิอยู่ตลอดเวลา 常に集中して仕事をする人 เช่น น้องๆที่ทำงานอยู่ในไลน์การผลิตแบบโตโยต้า กล่าวคือทำแทบไม่ได้หยุด 連続的に ไม่ว่าจะเป็นการหยิบชิ้นส่วน, การตรวจสอบชิ้นส่วน, การเซ็ทชิ้นส่วน, การบังคับเครื่องจักร 機械の操作, การหยิบชิ้นงานออก, การตรวจสอบชิ้นงาน เป็นต้นซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ฉะนั้นหากคุณไปเรียกน้องเขาเพื่อที่จะคุยตอนที่ยังทำงานค้างอยู่ไม่จบกระบวนการ 途中で呼び出すとทำให้เสียสมาธิ และหลังจากที่เสร็จธุระการพูดคุยก็ต้องกลับมานึกอีกว่า [ทำไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว どこまでしたのかな?] [ชิ้นงานที่วางอยู่ตรวจสอบไปแล้วหรือยัง 置いてあるものは検査したかな?] เป็นต้น งานแปลเอกสารก็เช่นเดียวกันพอเราหยุดแปลกลางคันแล้วกลับมาแปลกว่าจะอุ่นเครื่อง 準備運動 จนเข้าที่เข้าทางก็อาจจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาทีก็เป็นไปได้
นอกจากนั้นหากการพูดคุยระหว่างที่เราผละงานไปทำให้เสียสมาธิ เช่น พูดไม่ตรงประเด็น, พูดแบบจับประเด็นไม่ได้ เป็นต้นก็จะยิ่งทำให้เวลาที่ต้องใช้ในการอุ่นเครื่องยิ่งนานขึ้นไปอีก ลองนึกตามดูนะครับว่าหากเราเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เสียสมาธิอย่างรุนแรงวันละ 2~3 ครั้งต่อวัน เราจะยังคงมีสมาธิพอที่จะแปลเอกสารได้หรือไม่ หรือจะมีวิธีจัดการอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว บางทีนอกจากการบังคับปิดแล้วคุณอาจจะต้องรีสตาร์ทระบบปฏิบัติการใหม่เลยก็ได้

加糖れん乳(加糖煉乳、かとうれんにゅう、英: Sweetened condensed milk)นมข้นหวาน
とは、牛乳に糖分を加えて濃縮させた、粘度の高い液体状の食品である。一般的にはれん乳(時には練りミルク)と略称されることが多い。また、れん乳を意味する英語からコンデンスミルクとも呼ばれる。

誰が悪いということじゃなくて何が悪いのかを知りたい。
ไม่ต้องการบอกว่าใครผิด แต่อยากรู้ว่ามันผิดพลาดตรงไหน
ความหมายของคำพูดนี้แฝงนัยที่ว่าหากแก้ที่ตัวบุคคล ความผิดพลาดที่เกิดจากคนผู้นั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกกับบุคคลอื่น ถ้าไม่แก้ที่ต้นตอคือข้อผิดพลาดที่แท้จริง ซึ่งอาจจะไม่ใช่สาเหตุที่เกิดจากตัวบุคคล

事業継続計画(Business continuity planning、BCP)แผนดำเนินธุรกิจให้ต่อเนื่อง は「競争的優位性と価値体系の完全性を維持しながら、組織が内外の脅威にさらされる事態を識別し、効果的防止策と組織の回復策を提供するためハードウェア資産とソフトウェア資産を総合する計画」[1]のこと。事業継続と復旧計画(BCRP)とも呼ばれる。
ตัวอย่างการนำคำศัพท์ดังกล่าวไปใช้ในภาษาไทย
โครงการศึกษาแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP)คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอดังนี้
1. รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่องของประเทศ
2. เห็นชอบให้ สศช. กันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 วงเงิน 10 ล้านบาทไว้เบิกเหลื่อมปีสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการศึกษาแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่องต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ความก้าวหน้าการดำเนินการของ สศช.
2. กรอบการศึกษาแนวทางในการจัดทำแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (BCP) ภาคธุรกิจเอกชน
2.1 วัตถุประสงค์
2.2 ขอบเขตของการศึกษา
3. วิธีดำเนินการ
ดำเนินการศึกษาโดยการจัดจ้างที่ปรึกษาภายใต้วงเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2552 ที่ได้เจียดจ่ายไว้จำนวน 10 ล้านบาท โดยคุณสมบัติของที่ปรึกษาควรมีประสบการณ์ในการจัดทำแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง มีความเข้าใจเกี่ยวกับ แนวคิด หลักการ กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ กลไกและความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน มีความเข้าใจในการเชื่อมโยงการดำเนินการระหว่างภาครัฐและเอกชนในบริบทของการบริหารจัดการและการกำกับดูแลแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง และสามารถจำลองสถานการณ์ในการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ภาวะการณ์ภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ และ แนวทางการซักซ้อมความเข้าใจ

現に生きる just do it. เฮ็ดซื่อๆ
มีหน้าที่อะไรก็จงทำไปตามนั้นไม่ต้องคิดปรุงแต่งอะไรให้มันมากเกินไป

鉄柵(窓用)เหล็กดัด (หน้าต่าง)

階段の手すり banister ราวจับบันได

การสอบกลับไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของบริษัทเรา
ประโยคข้างบนอ่านแล้วจะเข้าใจว่าบริษัทเราถูกหรือผิดครับ
จริงแล้วต้นฉบับเขียนไว้ว่า “トレサビリティが取れないのは当社の責任です。”
ตอนแรกที่ผู้รับเมล์อ่านส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าบริษัทเราถูกไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา แต่พอเว้นวรรคดังนี้ “การสอบกลับไม่ได้ เป็นความรับผิดชอบของบริษัทเรา” หรือเติมคำว่านั้นเข้าไปดังนี้ “การสอบกลับไม่ได้นั้นเป็นความรับผิดชอบของบริษัทเรา”
ก็เลยทำให้ทุกคนถึงบางอ้อว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร อดคิดไม่ได้ว่า “อย่างนี้ก็มีด้วย”

การรักษาอาการป่วย 治療 ส่วนใหญ่อาจจะแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ
1.การให้ยา 薬
2.การฉีดยา 注射
3.การผ่าตัด 手術
การรักษาอาการป่วยเรื่องการสื่อสารก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะโรคคุยไม่รู้เรื่อง 話の通じない病気 สำหรับวิธีการรักษาแบบชั่วคราวของอาการนี้ก็มี 3 ขั้นตอนเหมือนกันคือ
1.ย้ำคำพูดเดิม 同じ言葉を繰り返す เป็นวิธีแรกที่จะนำมาใช้เพื่อช่วยเตือนสติ และบอกเป็นนัยว่าคุณกำลังพูดไม่ตรงประเด็น
2.ยืนยันความหมาย 意味を確認する เป็นวิธีต่อไปที่ต้องนำมาใช้เนื่องจากคู่สนทนายังไม่สามารถที่จะเบี่ยงเบนความสนใจ 関心を向かせる ของตนให้เข้าประเด็นได้ วิธีการนี้ล่ามจะต้องพอทราบคร่าวๆได้ว่าบทสนทนา 脚本家 ควรจะออกมาในรูปแบบใดราวกับเป็นผู้เขียนบทละคร และต้องไม่ทำให้คู่สนทนารู้สึกว่าเรากำลังยืนยันความหมายเชิงชี้นำ เหมือนกับหมอหรือพยาบาลบางคนที่มือเบามากจนคนไข้แทบไม่รู้สึกตัวเลยว่ากำลังถูกฉีดยา
3.อธิบายเสริม 補足の説明 วิธีการสุดท้ายนี้ 最後の手段 จะใช้เฉพาะในสถานการณ์ที่เร่งด่วนและหวังผลสูงเช่นเดียวกับการผ่าตัดซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ スキル ในระดับหนึ่ง ถ้าแพทย์ผ่าตัดไม่ชำนาญไปผ่าผิดที่ก็จะทำให้อาการคนไข้แย่ลง เช่นเดียวกันถ้าล่ามอธิบายเสริมแต่ไม่ตรงประเด็นก็จะทำให้การสนทนานั้นแย่ลง 悪化する สำหรับล่ามแล้วก่อนจะอธิบายเสริมจะต้องมีการวินิจฉัย 見極める อย่างถี่ถ้วน เหมือนกับแพทย์ผ่าตัดที่ต้องวินิจฉัย 診断 คนไข้ให้ได้ก่อนว่าควรจะผ่าตรงไหน

安全レバー Safety latch สลักนิรภัย, ขาล็อค, ตัวล็อคตะขอ

担当者ผู้ปฏิบัติ・管理者ผู้ควบคุมดุแล・責任者ผู้รับผิดขอบ
3 คำนี้เป็นคำที่ทำให้พบกับความสับสนในชีวิตหรือไม่แน่ใจในตัวเองบ่อยมาก วันนี้คงต้องเป็นวันสิ้นสุดกับปัญหาดังกล่าวเสียที จึงได้สืบค้นข้อมุลก็พบว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็เลยนำมาแชร์ดังนี้คือ
ปล.เนื้อหาอาจจะเยอะไปหน่อยแต่เพื่อความหลากหลายทางด้านความคิด จึงต้องมีข้อมูลที่เพียงพอในระดับหนึ่ง
日本語を勉強している外国人です。
会話表現として、「担当者はどなたですか。」という言い方はありますか。
もし存在であれば、どんなシチュエーションで使われるのか、教えていただけませんか。
「どなたが担当者ですか。」と微妙的に違うところがあれば、それも教えていただければありがたく思います。
日本語を何年間も勉強していますが、まだ文章がうまく書けません。質問文の中で不自然な表現があれば、それも併せて指摘していただければ助かります。よろしくお願いします。
まず「担当者はどなたですか。」という表現ですが、普段よく耳にする言葉です。
シチュエーションですが、あるパーティーが催されたとします。
そこに参加の申し込みをしたいとき、まず電話なり、開催する会社の受付に行きますよね。
そこで「×〇△パーティーへ参加の申し込みをしたいのですが(受付の)担当者はどなたでしょうか?」
若しくは「担当者に代わっていただけますか?」という感じで使います。
ただ、このシチュエーションでは後者の「~代わって~」をよく使うと思います。
前者でも間違いではありません。
ただ、”担当者が誰か”を訊ねる場合は、
自分の目の前に複数の人がいる場合や、
相手(複数)の名前を知っていて、その中の誰か?
を聞く場合でしょうね。
例に挙げた「パーティーの受付」のように
相手側(主催者側)のことを何も知らない状況で
電話をする場合は「担当者に代わって~」を使います。
「どなたが担当者ですか。」という表現でも
そんなに違いはないと思いますが、個人的には、あまりお勧めしません。
ちょっと威圧的というか、責められてる感じを受けます。
管理=手を加えて実質的にコントロールする。
責任=特に手を加えず、形式的にコントロールする。
例えば直属の上司だと管理者になるが、それ以上の上司だと責任者になるということではないでしょうか。
課長は管理者だけど、会長は責任者になる。
「最高経営責任者」とはいいますが、「最高経営管理者」とは言わないでしょう。
英語で、担当者と責任者はどう区別して表現したらよいでしょうか?
日本人的感覚だと、担当者がいてその上に責任者がいますよね?ところが辞書等で調べると、どちらもthe person in charge of ~ となっていて、英語表現の区別がありません。この言い方だと、どちらかといえば責任者的な意味合いになるようなのですが、では担当者はなんと表現したらよいでしょうか?
the person in charge of ~の、~にどういう言葉を入れるかによって責任・役割をはっきりさせることができます
責任者は、以下のように表わすことができます。
the person in charge of management of our sales department
the person responsible for our sales department
the person surpervising our sales activities
等々。
~の担当者はin charge ofの後に業務自体を書きます。
また、
the person assigned to (業務)であれば、(業務)に任命された人、

the person directly engaged in (業務)であれば、(業務)に直接従事している人、になります。

責任者と担当者、思いはこう違う
組織においては、必ず責任者と担当者という役割分担があります。

多くの場合、責任者は部下やメンバーを率い方向性を示す役目を負います。

担当者は自分の担当業務をしっかりこなす役目を負います。

ところで、責任者と担当者ではその思いが違います。それは当然そうならざるをえないのです。やや極論ですが、簡単にいえばこういう違いです。担当者は自分の担当範囲だけに集中し、そのことを成し遂げることに関心がありますが、責任者は複数の部下やメンバーの思いを汲みつつ、組織の目標達成のために部下やメンバーを率いていく必要があるので、全体をうまく機能させることに関心があります。

部下、従業員の立場だと、「うちの課長は全然部下の苦労をわかっていない」とか、「うちの経営陣は現場のことがわかっちゃいない」などと上、経営を批判しがちですが、そう批判をした人が上、経営の立場になってみるとその時はじめて立場の違いを実感できるようになります。私自身、一般社員の頃とマネージャーになった時ではその思いに違いがあることがはっきりわかりました。

だからね、私はこう思うんです。自分が担当者の時は、上や経営の苦労、役割について勉強し、逆に責任者になったら担当者の思いを務めて理解するようにしたほうがよいと。両方の立場の思いの違いを理解し、その上で仕事をすることができるようになれば、それこそ仕事人としては鬼に金棒です。

批判するだけでは何も生みません。ただまぁ、仕事の現場に身を置いて日々感じることですが、双方の思いというのはすれ違うことはあれ、その距離を縮めることはなかなか難しいですね。だからこそ歩み寄る努力が必要なのでしょうが。

การเรียนรู้กับการอ่านสารบัญของหนังสือ
เคยมีล่ามอยู่ท่านหนึ่งถามผมว่าทำความเข้าใจ 学習 เกี่ยวกับเรื่องมาตรฐานไอเอสโอ ISO規格 ได้อย่างไรทั้งที่เรื่องดังกล่าวมีปริมาณเนื้อหาที่มาก ผมจึงได้อธิบายไปว่าลองมองว่ามาตรฐานไอเอสโอเป็นหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งอยู่ในร้านหนังสือ ลองนึกภาพดูสิครับว่าเวลาคุณเดินเข้าไปในร้านหนังสือและสนใจ 興味 ในหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งคุณจะทำยังไงกับมันบ้าง
สำหรับผม ผมจะหยิบมันขึ้นมาดูปกหน้า 表紙 และปกหลังซึ่งอาจจะมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้แต่ง การทำความรู้จักกับหนังสือชื่อไอเอสโอก็เช่นเดียวกับเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าใครเป็นคิดหรือสร้างมาตรฐานไอเอสโอขึ้นมาก่อน
จากนั้นก็จะเปิดดุสารบัญ 目次 ของหนังสือว่าประกอบไปด้วยหัวข้ออะไรบ้างแล้วค่อยเลือกอ่านเฉพาะที่ตัวเองสนใจเป็นพิเศษ มาตรฐานไอเอสโอก็เช่นเดียวกันต้องทำความเข้าใจก่อนว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง 構成 กล่าวคือประกอบไปด้วยข้อกำหนด 要求事項 เรื่องอะไรบ้าง
สุดท้ายหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้คร่าวๆ 概略 จนพอใจแล้วจึงตัดสินใจที่จะซื้อหนังสือเล่มดังกล่าว พอกลับมาบ้านถ้ามีเวลาก็ค่อยๆอ่านไปทีละบทละตอน อยากอ่านส่วนไหนก่อนก็ได้ตามถนัด 事由に ถ้าอ่านจบแล้วรอบหนึ่งวันหลังหยิบหนังสือเล่มดังกล่าวมาอ่านอีกรอบ เราอาจจะพบว่ายังเก็บรายละเอียดบางส่วนของหนังสือได้ไม่ดีพอ 不十分 ก็อาจจะเป็นไปได้
สำหรับอาชีพล่ามแล้วคงหลึกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอ่านหนังสืออย่างเช่น มาตรฐานไอเอสโอ ให้หลากหลายเข้าไว้เพื่อที่จะสามารถทำงานได้หลากหลายเช่นเดียวกัน

ทัศนวิสัยในการขับขี่ 運転する時の視界
ทัศนวิสัย Visibility ระยะทางไกลที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวัตถุด้วยตาเปล่า และบอกได้ว่าวัตถุนั้นเป็นอะไร

ジャンプスーツ(カバーオール)coverall ชุดหมี
カバーオール coverall
《主に米国で用いられる》 カバーオール 《上着とズボンが一緒になった作業服; overalls と違ってそでがある》 (《主に英国で用いられる》 boiler suit)
ジャンプスーツ Jump suit
落下傘兵の制服を真似して流行したワンピースの服

การจดแบบ 点 線 面
จากครั้งที่แล้วกับการพูดแบบ 面 線 点 มาครั้งนี้จะเป็นการประยุกต์ใช้กับการจดโดยขออธิบายดังนี้คือ
เนื่องจากการจดในระหว่างการทำหน้าที่มีเวลาที่จำกัดจึงจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพ กล่าวคือใช้เวลาน้อยแต่ได้ใจความซึ่งจะอธิบายผ่านคำ 3 คำได้แก่ 面 線 点 แต่จะมีตำแหน่งก่อนหลังสลับกันกับกรณีของการพูดดังนี้คือ
1.点 หมายถึง จุด การจดแบบจุดคือการจำเป็นคำ ซึ่งในทางปฏิบัติเราก็พบว่ายากที่จะจดคำพูดทุกคำที่ได้ยิน ดังนั้นเราจึงต้องเลือกจดเฉพาะบางคำ แล้วคำไหนละที่เราควรจะเลือกจด เคยได้ยินคำว่า 5W1H ไหมครับมันหมายถึง ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่ออะไร「いつ」「どこで」「だれが」「なにを」「なぜ」「どうしたか」
2.線 หมายถึง เส้น การจดแบบเส้นคือการจดคำเหล่านั้นให้เป็นบรรทัดเพื่อที่จะมองแล้วรู้ได้ทันทีถึงลำดับเวลาก่อนหลัง การเขียนเรียงเช่นนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการกวาดสายตาเพื่อค้นหา คำว่าเส้นไม่ได้หมายถึงการเขียนเรียงเป็นเส้นเพียงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการขีดเส้นจริงๆด้วย จากประสพการณ์ตรงพบว่าบ่อยครั้งที่ผู้พูดจะพูดคำบางคำซ้ำๆในประโยคที่ต่างไป เมื่อเราลากเส้นระหว่างคำที่ซ้ำกันเหล่านี้ก็จะช่วยให้เวลาที่เราล่ามสามารถพูดออกมาแบบร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ストリー的に ที่ฟังได้ง่าย
3.面 หมายถึง พื้นที่ การจดแบบพื้นที่คือการจดแบบไม่กระจัดกระจายมีการกระชับพื้นที่เพื่อให้มีความชัดเจนโดยการวงกลมเนื้อหาส่วนดังกล่าว 範囲を決める。 เวลาพูดออกไปจะได้มีแต่ส่วนที่เป็นสาระสำคัญ สาเหตุที่ต้องกระชับพื้นที่เพราะพบว่ามีผู้พูดส่วนน้อยเท่านั้นที่จะสนทนาโดยการพูดแบบกระชับ コンパクト และการพูดแบบไม่กระชับนี้เองจะทำให้เนื้อหาส่วนเกิน 無駄 ที่พูดออกมาส่งผลให้ผู้ฟังเกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด 誤解
อธิบายไปซะยืดยาว ขอสรุปเป็นคำพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้สั้นๆดังนี้คือ “จดคำ ลากเส้น เน้นวงกลม”

อึ้งไปสักพักกับคำถามจากชาวญี่ปุ่นที่ว่า “วันสารทจีนってなんですか。”
หลังจากตั้งสติได้ก็ค้นหาและได้คำตอบว่าคล้ายกับ お盆 ของญี่ปุ่น
สำหรับรายละเอียดลึกๆคงต้องไปดูจากเนื้อหาด้านล่างที่นำมาจากวิกิพีเดียครับ
一般にはこの「盂蘭盆会」を、「盆会」「お盆」「精霊会」(しょうりょうえ)「魂祭」(たままつり)「歓喜会」などとよんで、今日も広く行なわれている。
この行事は本来インドのものではなく、仏教が中国に伝播する間に起こってきたものであろう。現在、この「盂蘭盆会」のよりどころとしている『盂蘭盆経 』は、『父母恩重経』や『善悪因果経』などと共に、中国で成立した偽経であると考えられている。したがって、本来的には安居の終った日に人々が衆僧に飲食などの供養をした行事が転じて、祖先の霊を供養し、さらに餓鬼に施す行法(施餓鬼)となっていき、それに、儒教の孝の倫理の影響を受けて成立した、目連尊者の亡母の救いのための衆僧供養という伝説が付加されたのであろう。[2]
盂蘭盆経に説いているのは次のような話である。
安居の最中、神通第一の目連尊者が亡くなった母親の姿を探すと、餓鬼道に堕ちているのを見つけた。喉を枯らし飢えていたので、水や食べ物を差し出したが、ことごとく口に入る直前に炎となって、母親の口には入らなかった。
哀れに思って、釈尊に実情を話して方法を問うと、「安居の最後の日にすべての比丘に食べ物を施せば、母親にもその施しの一端が口に入るだろう」と答えた。その通りに実行して、比丘のすべてに布施を行い、比丘たちは飲んだり食べたり踊ったり大喜びをした。すると、その喜びが餓鬼道に堕ちている者たちにも伝わり、母親の口にも入った。

นายครับรับหมัดแทนผมที
บทสนทนาต่อไปนี้มาจากคำบอกเล่ารุ่นพี่ที่นำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อที่จะบอกต่อว่า บางครั้งการแปลแบบตรงตัวแบบได้อารมณ์ก็ไม่สามารถทำได้เสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกาลเทศะ

นาย : おい、通訳さん運ちゃんに早くしろと彼に言いなさい。

ล่าม : พี่ครับ นายเขาบอกว่าให้ขับเร็วหน่อยครับพนักงานขับรถฟังอย่างหน้าตายไร้ความรู้สึกไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด

นาย : 通訳さん君ちゃんと感情をいれて言ってみなさい。

ล่าม : わかりました。

แล้วล่ามก็เปลี่ยนน้ำเสียงที่พูดเล็กน้อยเพื่อให้ได้อารมณ์มากขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของนายญี่ปุ่น

นาย : 声だけじゃない、顔つきもちゃんとするのだ。

ล่ามอึ้งไปสักพักแล้วก็พูดขึ้นมาว่า

ล่าม : もし、そんなことをして運転者が起こって僕を殴ろうとした時に◯◯さんは自分の顔でその拳を受けてくれるでしょうか。

นาย : ???

キャンピングトレーラーとは、箱型の居室にドア、窓、ベッド、ダイニングテーブル、キッチン、トイレ、シャワーなど生活に必要な装備を一通り整えたトレーラーを言う。トラベルトレーラー (Travel trailer) とも言う。欧州ではWohnwagenもしくはキャラバンCaravanと呼ばれる。牽引する車両をトラクターと呼ぶ。

รถบ้าน (อังกฤษ: Recreational vehicle หรือ RV (อเมริกัน-อังกฤษ), อังกฤษ: Recreational vehicle (อังกฤษ-อังกฤษ)) เป็นรถที่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวได้ และเวลาไปเที่ยวที่ไหนก็อาจขับรถบ้านไปได้โดยเราไม่จำเป็นต้องพักโรงแรมหรือกางเต็นท์ รถบ้านโดยส่วนมากจะเป็นรถตู้, รถบัส หรือรถกระบะดัดแปลง
ในอเมริกาเหนือและสหราชอาณาจักรรถบ้านโดยทั่วไปมักหมายถึงยานยนตร์ที่ประกอบด้วยบริเวณที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับที่มีในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ที่มักจะรวมทั้งครัว, ห้องน้ำ, บริเวณที่ใช้หลับนอน และ บริเวณที่ใช้นั่งเล่น พักผ่อน และรับประทานอาหาร ในประเทศอื่นอาจจะใช้คำว่า “รถคาราวาน” หรือคำว่า “รถแคมพ์” (Campervan) มากกว่า และตัวรถที่เป็นรถบ้านก็แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วรถบ้านในประเทศอื่นๆ จะมีขนาดย่อมกว่าที่ใช้กันในสหรัฐอเมริกา
วัตถุประสงค์ของรถบ้านมีด้วยกันหลายประการ ตั้งแต่ใช้ในการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะสั้น ไปจนถึงการเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวร ในกรณีหลังนี้ก็มักจะจอดตามสถานที่เฉพาะกิจที่เรียกว่า “Trailer park” (ซึ่งต่างกับที่จอดรถบ้านประเภทอื่น) นอกจากการเป็นเจ้าของรถบ้านเองแล้ว รถบ้านก็มีบริการให้เช่าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากจะใช้สำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว รถบ้านก็ยอาจจะใช้สำหรับสำนักงานเคลื่อนที่สำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องเดินทางบ่อยครั้ง รถประเภทหลังนี้ผู้เป็นเจ้าของอาจจะสั่งสร้างพิเศษ เช่นมีห้องทำงาน, เพิ่มระบบไฟฟ้าให้มีพลังสำหรับการใช้สอยเพิ่มขึ้น, ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้ดาวเทียมเป็นต้น

国民総幸福量 Gross National Happiness, GNH ความสุขมวลรวมประชาชาติ
国民総幸福量は、精神面での豊かさを「値」として、或る国の国民の社会・文化生活を国際社会の中で評価・比較・考察することを目的としている。この目的は、国民総生産 (Gross National Product, GNP)や国内総生産 (GDP) との大きな違いである。つまり、GNPまたはGDPが、計算方法に違いはあっても、或る国の社会全体の経済的生産及び物質主義的な側面での「豊かさ」だけに注目し、その国の国民生活を数値化、つまり「金額」として表現していることを批判するものである。GNPやGDPに示される或る国の資本主義的価値が、その国の国際的貿易経済での成長指数であるのは明白だが、この数値だけが、その国や国民を、国際社会の中で評価・比較・位置付けする一般的な手段となっていることに疑問視する観点から、国民の生活を、全く別の方向から比較・評価する基準を示すものとして注目され、使用されている。

避雷針 Lightning rod สายล่อฟ้า
は建築物を雷・落雷から保護する仕組みのひとつ。地面と空中との電位差を緩和し落雷の頻度を下げ、また落雷の際には避雷針に雷を呼び込み地面へと電流を逃がすことで建物などへの被害を防ぐ。そのため、「雷を避ける針」という表記ではあるが、実際には必ずしも雷をはねのけるものではなく、字義とは逆に避雷針へ雷を呼び寄せる、いわば「導雷針」ともなる。
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
落雷 ฟ้าผ่า 雲と地面との間に起きる放電現象で、必ずしも稲妻を伴うとは限らない。
稲妻 ฟ้าร้อง 気象を原因とする放電に伴う閃光で、特に放電経路が筋のように光るもの。雲と雲との間の放電もあるので、必ずしも落雷を伴うとは限らない。また、あたり一面がぱっと光るようなものは稲妻とは呼ばない。

อีกครั้งกับบทสัมภาษณ์ของล่ามอีกท่านคุณ Phongsak Sukthong ที่ต้องการแชร์ประสพการณ์ชีวิตเพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับรุ่นน้องที่กำลังศึกษาอยู่หรือกำลังจะศึกษาภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องการจะสื่อว่าการเรียนไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

รู้จักกับภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไรครับ

เหตุผลที่ผมเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เพราะผมเป็น hikikomori + otaku ตั้งแต่เด็ก 幼い頃 ผมชอบและฝันอยากเป็นนักเขียน manga แต่พอเข้าวัยรุ่นผมรู้ว่าจะเป็นนักเขียน manga 漫画家 ที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยมันเป็นเรื่องยาก เลยเบนเข็มมาเป็นการฝันอยากเป็นนักแปล 翻訳家 manga จะได้อ่าน manga ทุกวัน และก็เลยเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นตอน ม.ปลาย 高校 โดยเลือกเรียนศิลป์ภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย แต่ถึงจะรักภาษาญี่ปุ่น ช่วงนั้นผมกลับมีผลการเรียนที่ย่ำแย่มากในภาษาญี่ปุ่นยกเว้นเทอมแรก 第1学期 เทอมที่เหลืออีก 5 เทอมผมสอบตกเรียบทุกเทอม เหตุผลก็เนื่องมาจากผมติดเกมส์ออนไลน์ ragnarok ตอนนั้นในวันที่มีเรียนผมใช้เวลาเล่นเกมส์ไม่ต่ำกว่า 5 ช.ม. 5時間以上 ในวันหยุดผมเล่นเกมส์ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ช.ม. แต่กลับไม่มีเวลาได้อ่านหนังสือเรียนเลย ผลลัพธ์ตอนจบ ม.ปลายก็คือ ผมได้ Assassin level 85, Black smith level 81, Wizard level 95 ส่วนเรื่องเรียนแม้แต่ hiragana ยังจำได้ไม่ครบ สอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด

พอเรียนจบม.ปลายแล้วได้เรียนภาษาญี่ปุ่นต่อไหมครับ

เรียนต่อครับ 進学 เพราะการเล่นเกมส์ออนไลน์นี้ก็ทำให้ผมมีความฝันใหม่เพิ่มเข้ามา 新たな夢 นั่นก็คืออยากเป็นโปรแกรมเมอร์ระดับเทพ ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปเรียนต่อคณะ computer application ที่อินเดีย インド แต่พอไปถึงที่นั่นปรากฏว่ามหาลัยเปิดเรียนกันหมดแล้ว หมดเขตลงทะเบียนก็เลยต้องรอลงทะเบียนปีถัดไป 来年の学期 ตอนนั้นผมต้องรอ 8 เดือน ระหว่างนั้นผมก็ตระเวน 回る ไปหลายเมืองในอินเดีย แต่เมืองที่ผมไปพักอยู่นานที่สุดคือเมือง พุทธคยา รัฐคยา ซึ่งเป็นเมืองที่มีต้นโพธิ์ 菩提樹 (ต้นลูก) ที่พุทธเจ้าเคยมานั่งก่อนตรัสรู้ ระหว่างนั้นผมมีโอกาสได้พบเพื่อนญี่ปุ่น 日本人の友だち ผู้แสนดีท่านหนึ่งซึ่งมาเรียนโยคะที่อินเดีย ชื่อ tomiyama noriyuki (冨山 典之)และได้รับการสอนภาษาญี่ปุ่นฟรีทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ซึ่งทำให้ผมรู้สึกประทับใจมาก 印象的 ผมก็เลยย้อนกลับมาคิดว่าน่าจะเลือกเรียนคณะภาษาญี่ปุ่น เพราะก็เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาดีกว่าจะเริ่มต้นใหม่กับคอมพิวเตอร์ จึงเลือกเข้าคณะ Bachelor of Japanese language and culture ของมหาลัย JNU เมือง New Delhi แทน

หลังจากเรียนจบจากอินเดียแล้วกลับมาทำอะไรต่อครับ

หลังจากเรียนจบ ผมก็ทำงานเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น 日本語の通訳者 เรื่อยมาจนปัจจุบัน งานที่ทำก็มีแปลการแข่งขันระหว่างเครือข่ายบริษัท เช่น แข่ง QCC 小集団活動 แข่ง TPS トヨタ生産方式 ประชุมประจำเดือน พวกประชุมความปลอดภัย ประชุมคุณภาพ ประชุมฝ่ายผลิต ประชุมต้นทุน และก็มีแปลในไลน์ เช่น เครื่องจักรมีปัญหา เกิดอุบัติเหตุ ตรวจ 5 ส ตรวจความปลอดภัย 安全パトロール ตรวจด้านคุณภาพ 品質パトロール และจากนั้นก็เป็นเรื่องการแปลเอกสารต่างๆ

มีมุมมองยังไงเกี่ยวกับการทำงานโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นครับ

จากที่ได้ทำงานมาผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการทำงานในฐานะล่าม ก็คือ ความสามารถทางภาษา 言語能力 และความเข้าใจในเรื่องที่กำลังแปล แต่ผมอยากจะฝากเรื่องความเข้าใจในเรื่องที่กำลังแปลไว้ เนื่องจากหลายคนมักจะเน้นเรื่องความสามารถทางภาษา และมักคิดไปว่าก็แค่แปลตามที่ได้ฟังมาเท่านั้นเองไม่เห็นต้องมีความรู้เรื่องที่แปล แค่ได้ยินอะไรมาก็แปลไปแบบนั้น แต่จริงๆแล้วผมว่าการทำงานแบบนั้นไม่ถือว่าเป็นล่ามที่ดีได้ การที่ล่ามมีความรู้เรื่องที่จะแปลอยู่ในหัว 翻訳する内容について深い知識 อยู่แล้วทำให้สามารถทำให้การสื่อสารนั้นๆ มีความถูกต้องมากขึ้น 正確な翻訳 ยกตัวอย่าง เช่น คนไทยบอกขึ้นมาว่า เดือนนี้มีของเสีย 250 ล่ามที่ไม่เข้าใจเนื้องานก็แปลไปตรงๆกับที่ได้ฟังมาเลยว่า 今月、不良が250 พอญี่ปุ่นได้ฟังก็ตกใจ ถามกลับมาว่า どうして250も発生したか?และก็คุยกันยาวไปเรื่อยๆ จนในที่สุด 30 นาทีต่อมาคนไทยก็บอกขึ้นว่า 250 ppm เรื่องถึงได้จบลงที่ว่า ที่จริงแล้วหน่วยนับ 単位 คือ pmm นั้นหมายความว่าเสียน้อยกว่า 250 ชิ้น ถ้าล่ามมีความรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ก็จะถามคนไทยกลับไปได้ตั้งแต่ตอนที่คนไทยพูดว่า เดือนนี้มีของเสีย 250 เช่น ล่ามอาจจะถามว่า 250 ของพี่น่ะ หมายถึง 250 ppm หรือ 250 ชิ้น เรื่องก็จบแค่นั้น ตัวอย่างแบบนี้เกิดกับผมบ่อยมาก よくあるシチューエーション แบบว่าคนไทยพูดมากำกวม แถมล่ามก็ไม่มีความรู้เรื่องที่แปล เลยไม่รู้ว่าต้องแก้ยังไง ก็เลยทำให้สนทนากันยาวมาก แถมบางทีเข้าใจกันผิดๆอยู่ ตัวล่ามเองก็บอกไม่ได้ว่าคนไทยกับคนญี่ปุ่นเข้าใจผิดกันอยู่หรือเปล่า เพราะล่ามเองก็ไม่มีความรู้เรื่องที่แปล เรื่องเล่าของผมก็มีเท่านี้หละครับ ขอบคุณครับที่กรุณาอ่าน

เนื้อหาดีๆเรื่องไวรัส ウィルス แบคทีเรีย 細菌 และเชื้อรา カビ จากเว็บไซต์ของยายี่ห้อ “เซโรงัง” ของญี่ปุ่น
http://www.seirogan.co.jp/fun/infection-control/infection/dengerous_pathogen.html

蝶番 Hinge บานพับ

การนำยางเก่ากลับมาใช้ใหม่ タイヤの再生 หรือที่นิยมเรียกว่า การหล่อดอก
เมื่อเช้าได้คุยกับชาวญี่ปุ่นเรื่องปะยาง ซึ่งคู่สนทนาของผมเข้าใจว่าคือ การนำยางกลับมาใช้ใหม่ หรือที่เรียกว่า タイヤの再生 ซึ่งก็ได้ตอบกลับไปว่าไม่เชิงซะทีเดียว จากการค้นหาข้อมูลก็พบว่า

タイヤの再生方法 วิธีการนำยางกลับมาใช้ใหม่ としては主に下記の3種類が挙げられる。

1. リトレッド(リキャップ)Retread, Recap การปะยาง:タイヤに新たなトレッドが刻まれたゴムを貼り付け、熱加工で接着する。多品種少量生産に適する。

2. リモールド Remold การหล่อดอกยาง:タイヤに新たなゴムを貼り付ける点はリトレッドと同じだが、金型でトレッド面を刻む。大量生産向き。

3. リグルーブ Regroove การเซาะร่องดอกยาง:新品タイヤの時点でトレッドを厚く造り、溝が浅くなったら彫り直すことで新品状態の排水性やグリップ力を維持する。

เพื่อนชาวเกาหลีกับ 国語辞典

เมื่อวานได้มีโอกาสสนทนากับล่ามรุ่นน้องและถูกถามว่า “คำว่า จ่ายชุดให้พนักงาน แปลว่า 制服を配る ได้หรือไม่” ก็เลยตอบไปว่า “ได้แต่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้คำว่า 支給” ก็เกิดข้อโต้แย้งว่าในพจนานุกรมญี่ปุ่น-ไทยที่ใช้ 支給 จะแปลว่า “การจ่ายเงินค่าตอบแทน” จึงได้ให้ลองค้นหาความหมายจากพจนานุกรมญี่ปุ่น-ญี่ปุ่น 国語辞典 ได้คำแปลออกมาว่า 金銭・物品などを払い渡すこと。แถมยังมีประโยคตัวอย่างมาให้ดังนี้คือ「ボーナスを-する」「ユニフォームを-する」ซึ่งตรงกับเรื่องที่พูดพอดี ก็เลยแนะนำว่าต่อไปให้ใช้ 国語辞典 ประกอบการแปลด้วยจะดีกว่า

จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้นึกถึงเมื่อคราวที่ผมเรียนภาษาญี่ปุ่นกับเพื่อนนักเรียนชาวต่างชาติ มีอยู่วันหนึ่งที่เพื่อนชาวเกาหลีของผมลืมนำพจนานุกรมติดตัวมาด้วยจึงขอยืมจากเพื่อนๆคนอื่น ผมมีพจนานุกรมญี่ปุ่น-อังกฤษ-ไทยจึงยื่นไปให้แต่หลังจากที่เขาเปิดดูได้ไม่นานก็โยนคืนกลับมาให้ผม ผมรุ้สึกไม่พอใจจึงถามไปว่าทำไมคุณต้องใช้พจนานุกรมไม่ใช่หรือ เขาก็ตอบกลับมาว่าจะใช้เฉพาะพจนานุกรมที่เป็น 国語辞典 เท่านั้น พจนานุกรมอย่างนี้ไม่ช่วยให้เรียนภาษาญี่ปุ่นได้ดี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมจึงเร่ิมหาซื้อ 国語辞典 มาใช้งานบ้าง

สิ่งที่ควรรู้สำหรับการพาชาวญี่ปุ่นไปงานศพ

คำศัพท์ที่ควรรู้

棺おけ โลงศพ
綿の紐 ด้ายสายสิญจน์
香典 เงินทำบุญงานศพ
葬儀 พิธีงานศพ
(葬式用)花輪 พวงหรีด
主催者 เจ้าภาพ
合掌 การพนมมือ
読経 การสวดมนต์
法衣 จีวร
木を薄く削り花の形した薪 ดอกไม้จันทน์ : ฟืนที่ทำจากไม้ที่ไสมาบางๆแล้วทำเป็นรูปดอกไม้
献花 การวางดอกไม้จันท์
火葬 การประชุมเพลิง

พิธีการบางส่วนที่ควรรู้

タイでの葬式は五日間行われると聞いたときはびっくりしました。もちろん値段により短い(三日)日もあります。とりあえず私の場合は五日間で行うことにしました。日本ですとまず隣近所がお手伝いに来てくれますが、タイでは一切近所は関係なく身内、親族だけでとり行います。

葬儀に主催者がいる・・・?
例えば、親族、職場、関連会社、故人の友人一同、それに我が社、などなど・・・奇数回数を原則として連日行われる、従って弔問は自分が関係する主催日の時に行けばいい

葬儀の主催者になる、これも大事なお付き合いなのだ

通夜は普通、僧侶が9人、お経を唱え、参列者代表9名がお坊さんにお供え物を捧げ、先祖の御霊に水を手向ける・・・これら儀式が滞りなく進められていく

そして、最後に短い読経で終る、その間約2時間ほど

ขอบคุณสำหรับคำศัพท์ดีๆที่เกี่ยวข้องกับการสอบใบขับขี่ที่ประเทศญี่ปุ่นครับ
http://menkyo.ne.jp/menu/kiso/yogo.html

พวงหรีด a funeral wreath(葬式用)花輪

花環(はなわ)とは、生花または造花で作られたリング状のものをいう。花輪とも書く。

「花環」と「花輪」

どっちでもいいと思いますよ。環は、両端がつながった「線がめぐっている状態」であり、輪はそれに加えて形が円であることが条件です。花輪のお葬式版は、白を基調とした色合いのものになります。デザインに関しては地方によって様々です。その地方独特のものなどもあります。

あまりにも違ったデザインの花輪を贈ってしまい、自分の花輪が浮いてしまうなどならないよう、その地方で使われているものをお贈り致しますのでご安心下さい。

葬儀用花輪は会社・団体の方から贈られるケースの方が多いのですが、個人の方から贈られるケースもかなり増えております。

最近では、地域や式場により、お届け出来ない事もございますので、贈るときは必ずご葬家、または斎場の方へ直接ご相談される事をおすすめいたします。

タイ語の時刻の呼び方 การบอกเวลาด้วยเครื่องดนตรี

เคยได้มีโอกาสพาแขกชาวญี่ปุ่นไปเที่ยววัดโสธรฯในฐานะไกด์จำเป็น หลังจากที่พาเดินชมไฮไลท์ของวัดได้แก่ อุโบสถ และ หลวงพ่อโสธร แล้วก็พาไปชมเครื่องดนตรีไทยคือ กลองยักษ์ たいこ(太鼓) และ ฆ้องยักษ์ どら(銅鑼) เพราะเข้าใจว่าน่าจะเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ แต่เพื่อให้ความน่าสนใจของเครื่องดนตรียักษ์ดังกล่าวจึงได้อธิบายเสริมถึงการใช้เสียงของเครื่องดนตรีในการบอกเวลาในสมัยก่อน และสิ่งดังกล่าวก็ยังคงหลงเลืออยู่จนถึงปัจจุบันในรูปแบบของการบอกเวลา คือ โมง และ ทุ่ม

ซึ่งจะขออ้างอิงจากบทความต่อไปนี้คือ

นาฬิกาหกชั่วโมง เป็นระบบการนับเวลาแต่โบราณซึ่งใช้ในภาษาไทยและภาษาลาว ควบคู่กันไปกับนาฬิกายี่สิบสี่ชั่วโมงที่ใช้อย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับระบบอื่นที่ใช้กันทั่วไป ระบบดังกล่าวนับว่าหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ในหนึ่งวันจะแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ส่วนละหกชั่วโมง

การเรียก

ชั่วโมงในแต่ละส่วน (ยกเว้นชั่วโมงที่หก) จะมีการบอกด้วยคำหรือวลีที่กำหนดขึ้น อันประกอบด้วย

… โมงเช้า ใช้กับครึ่งแรกของกลางวัน (7:00 – 12:59 น.)
บ่าย … โมง ใช้กับครึ่งหลังของกลางวัน (13:00 – 18:59 น.)
… ทุ่ม ใช้กับครึ่งแรกของกลางคืน (19:00 – 00:59 น.)
ตี … ใช้กับครึ่งหลังของกลางคืน (01:00 – 06:59 น.)

คำเหล่านี้เชื่อกันว่ามีที่มาจากเสียงของอุปกรณ์นับเวลาแต่โบราณ ซึ่งใช้ฆ้องในการบอกโมงยามในเวลากลางวัน และใช้กลองในเวลากลางคืน คำว่า “โมง” อันเป็นเสียงเลียนธรรมชาติของเสียงฆ้อง และ “ทุ่ม” ซึ่งเป็นการเลียนเสียงกลอง ตี เป็นคำกริยาสามารถหมายถึงทำให้เกิดเสียง และสันนิษฐานว่ามีที่มาจากการตีอุปกรณ์นับเวลานั้น[1] ส่วน “เช้า” และ “บ่าย” เป็นคำช่วยแบ่งครึ่งช่วงกลางวัน

ชั่วโมงที่หกของแต่ละส่วนนั้นเรียกโดยใช้คำแตกต่างกัน ชั่วโมงที่หกที่ตรงกับรุ่งเช้านั้นจะเรียกว่า ย่ำรุ่ง ชั่วโมงที่หกในช่วงเย็นนั้นจะเรียกว่า ย่ำค่ำ ซึ่งทั้งสองคำหมายถึงการตีฆ้องหรือกลองเป็นลำดับเพื่อบอกให้ทราบถึงการเปลี่ยนช่วงเวลา (ย่ำ) ส่วน รุ่ง และ ค่ำ หมายถึง ช่วงเช้าและช่วงเย็น ที่ใช้แสดงถึงเวลา ช่วงที่อยู่กลางกลางวันและกลางคืนเรียกว่า เที่ยงวัน และ เที่ยงคืน ตามลำดับ

เที่ยงคืนยังถูกเรียกว่า สองยาม ซึ่งหมายความว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการนับยามช่วงที่สอง นอกเหนือจากนี้ หกทุ่ม และ ตีหก ยังอาจใช้หมายถึงเที่ยงคืนหรือหกโมงเช้า และชั่วโมงที่สี่และที่หกในช่วงบ่ายยังอาจเรียกด้วยคำว่า โมงเย็น ได้ด้วย

ส่วนรูปแบบยี่สิบสี่ชั่วโมงตามแบบสากลนั้นใช้ในระดับเป็นทางการ อย่างเช่น ข่าว รายงานหรือประกาศ การอ่านให้เติมคำว่า นาฬิกา หลังตัวเลข 0 ถึง 24

พอพูดถึงเรื่อง “ตี” แล้วก็นึกถึงตอนที่สมัยเด็กๆจำได้ว่าในตำบลที่ตัวเองเคยอยู่อาศัยจะมียามคอยเดินตรวจตราและเคาะแท่งเหล็กกลวงทรงกระบอกเพื่อบอกเวลา เช่น ถ้าตอนนี้ตี ๓ ก็จะตีบอกเวลา ๓ ที

“หมาตายหน้าบริษัทตัวเดียวก็ต้องบอก” คือ คำพูดที่ได้ยินออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ชาวไทยท่านหนึ่ง ซึ่งบ่งบอกถึงอาการหงุดหงิดที่จะต้องรายงานให้เจ้านายญี่ปุ่นชาวญี่ปุ่นทราบทุกเรื่องไป ฟังดูแล้วน่าตกใจใช่ไหมครับว่าจำเป็นต้องรายงานขนาดนี้เชียวหรือ แต่จากการที่ผมได้ลองสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวกับผู้พูดชาวญี่ปุ่นแล้วก็ได้รับคำชี้แจงว่า “犬が会社の前に死んでいることを知りたい事ではなく犬を死なせる原因は会社に関係するかどうか又は関係している場合会社としてはどういう対応をしないといけないのかを知りたい訳” ก็เลยถึงบางอ้อว่า “มันเป็นเช่นนี้เอง”

ผมเคยไปรับการสัมภาษณ์เพื่อเป็นล่ามของบริษัทแห่งหนึ่งโดยผู้บริหารชาวญี่ปุ่นที่ต้องทำงานด้วยกัน หลังจากที่ท่านได้สัมภาษณ์ผมไปเสร็จแล้ว จึงได้ถามท่านกลับไปว่า “ทำไมถึงต้องรับสมัครล่ามด้วยครับ ทั้งที่บริษัทของท่านเป็นองค์กรใหญ่ ซึ่งโดยปกติเจ้าหน้าที่ชาวไทยระดับผู้จัดการที่จะต้องทำงานกับท่านก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับท่านได้อยู่แล้ว” ก็ได้รับคำตอบมาว่า “あの程度の英語では仕事には使えない” จึงได้โต้แย้งกลับไปว่า “根本的な問題は言語能力ではなくそれは表現力ではないでしょうか。” และสังเกตุเห็นได้ว่าสีหน้าของท่านนั้นเปลี่ยนไปในทางที่ไม่สู้ดี จึงยกมือและกล่าวคำลา ก่อนจะโดนมิใช่น้อย

จะว่าไปแล้วล่ามและหัวหน้างาน 職制 ก็จำเป็นที่จะต้องทำหน้าที่คล้ายกันในเรื่องการของการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร 情報伝達 เพราะหัวหน้างานต้องรับนโยบายมาจากผู้บริหารและขยายผล 展開 ไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้นทักษะต่างๆที่จะเป็นต้องใช้ในการสื่อสาร เช่น การกลั่นกรอง การเรียบเรียง 整理 เป็นต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นมิใช่น้อย

“คุณลาออกจากที่เก่ามาเพราะอะไร なぜ前の会社を辞めたか。” คือคำถามที่มักจะถูกถามตอนสัมภาษณ์งาน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเหตุผลในการอธิบายแตกต่างกันไป เช่น เรียนต่อ 進学 กลับไปดูแลพ่อเแม่ 親孝行 เป็นต้น จริงๆแล้วเวลาที่เราเปลี่ยนงานผู้ถูกสัมภาษณ์ควรจะมีโอกาสได้ซักถามบ้าง เช่น ที่บริษัทรับตำแหน่งนี้เพราะอะไร (คนเก่าลาออก 前の担当者が辞めた, ขยายงานจึงรับตำแหน่งเพิ่ม 事業拡大)
หมายเหตุ : การเปลี่ยนงานมีความเสี่ยงผู้เปลี่ยนงานควรศึกษารายละเอียดก่อนคิดเปลี่ยนงาน

การตรวจทานงานแปลเอกสาร 翻訳資料の検証

หลังจากที่ได้ตรวจทานงานแปลเอกสารของล่ามรุ่นน้อง 後輩 โดยการแนะนำไปเลยว่าควรจะแปลออกมาอย่างไร 答えを教える แล้วค่อยอธิบายจุดที่ควรแก้ไข 修正すべき点 เสริมเข้าไปในเวอร์ชั่นที่ ๑ มาสักระยะ ก็พิจารณาแล้วว่าสมควรแก่เวลาที่อัพเกรดวิธีการชี้แนะ 指導方法のアップグレード ตามทักษะในการแปล 翻訳スキル ของผู้รับการชี้แนะที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับโดยคิดขึ้นมาเป็น ๒ เวอร์ชั่นด้วยกันคือ

เวอร์ชั่นที่ ๒ ชี้แนะเฉพาะจุดบกพร่องพร้อมอธิบายเพ่ิมเติมให้มากกว่าเดิมโดยการเสริมความหมายของคำ 言葉の意味 หรือประโยคตัวอย่าง 例文 เข้าไปด้วย

เวอร์ชั่นที่ ๓ แปลกลับไปเป็นภาษาไทยเพื่อให้ค้นหาจุดบกพร่อง 不具合を見つける และทำการแก้ไขด้วยตนเอง

เวอร์ชั่นที่ ๑

工場内に飲料禁止又は販売禁止。⇛工場内アルコール飲料の消費及び販売を禁止する。
แปลขาดไป ๒ คำคือ
แอลกอฮอล์ アルコール
ดื่ม (บริโภค) 消費

เวอร์ชั่นที่ ๒

外部の人から見やすくように工場登録した数表示及び営業種を付くることについて関係者へ分かるように実施した。
ต้องแยกส่วนประกอบก่อนเพื่อง่ายต่อการอธิบายและทำความเข้าใจดังนี้คือ

外部の人から見やすくように
⇛ไม่พบความหมายของคำว่า 見にやすい เคยเจอแต่คำว่า 見やすい
⇛วิธีการนำคำว่า 見やすい ไปเชื่อมกับคำอื่นสามารถทำได้หลายแนวทาง เช่น
見やすい+ように
見やすく+動詞

工場登録した数表示及び営業種を付くることについて
⇛工場登録した数 แปลว่า จำนวนที่มาขึ้นทะเบียนโรงงาน ถ้าต้องการแปลว่า เลขทะเบียนโรงงาน จะใช้คำว่า 工場登録番号 ครับ
⇛ประเภทกิจการจะไม่ใช้คำว่า 業種(ぎょうしゅ)は、事業や営業の種類という意味であり、産業と同じ意味かより細かい分類として使われることが多い。
⇛คำว่า แสดง ในต้นฉบับเป็นคำกริยาของกรรรม ๒ ตัวคือ เลขทะเบียนโรงงาน และ ประเภทกิจการ จึงต้องนำไปไว้หลังกรรมตามหลักไวยากรณ์ญี่ปุ่น คือ 工場登録番号及び業種を表示する。
⇛ข้อความนี้กับข้อความถัดไปเป็นคนละประโยคกัน จึงไม่ควรที่จะใช้คำว่า について ควรจะขึ้นเป็นประโยคใหม่

関係者へ分かるように実施した。
⇛เข้าใจว่าต้นฉบับอาจจะพิมพ์คำว่า เพื่อ ผิดที่ถูกต้องน่าจะเป็นคำว่า เมื่อ จะอย่างไรก็ตามคำนี้ก็ไม่ได้ถูกแปลเอาไว้
⇛ประโยคนี้ต้องการสื่อว่า เมื่อ (ก.) แล้วจะ (ข.) ซึ่งจะแปลได้ว่า (ก.) をした時に (ข.) する。

⇛คำว่า แจ้งให้รับทราบ ไม่แนะนำให้แปลว่า 分かる เพราะความหมายไม่ตรงกัน ขอแนะนำเป็นคำว่า 周知【しゅうち】世間一般に広く知れ渡っていること。また、広く知らせること。「―の事実」「―の通り」「運動の趣旨を社会に―させる」

เวอร์ชั่นที่ ๓

ทดสอบการให้คำชี้แนะโดยการแปลกลับไปเป็นภาษาไทยเพื่อให้ลองตรวจทานดู

委員会に待ち打ち合わせる。
รอที่คปอ.มีตติ้ง

保全用の作業服は詳細を調べてもうを説明する。
ชุดทำงานสำหรับการซ่อมบำรุงจะตรวจสอบรายละเอียดอธิบายแล้ว

作業服型について作業者を話たが経営者と相談した。
รุ่นของชุดพนักงานนั้น…พนักงานแล้วแต่ได้ปรึกษากับผู้บริหารแล้ว

คำว่า “การประชุม” ในภาษาไทยบางครั้งก็อาจจะแปลว่า 会議 หรือบางครั้งก็อาจจะแปลว่า 打ち合わせ ด้วยเหตุนี้เองจึงนำมาซึ่งการค้นหาว่าภาษาญี่ปุ่นทั้ง ๒ คำนี้แตกต่างกันอย่างไร

【会議】関係者が集まって相談をし、物事を決定すること。また、その集まり。
例→「編集方針について―する」「―室」

【打ち合わせ】前もって相談すること。下相談。
例→「仕事の―をする」

会議は「物事を決定すること」に対して、打ち合わせは「事前に相談事をすること」という意味みたいですね。

「会議」だと 単なる「話し合い」という感じしかなく、その会合・討議自体がメインイベントだったり
特に理由はなくても 定期的にメンバーが集まって話題を交わすことになっている場合もありますが、
「打ち合わせ」という単語は 「“何かの行事・仕事などを間近に控えて”、準備のために 必要な議論を詰めておく」というシチュエーションが大前提だと思います。打ち合わせの方が、「何か主目的の前の下準備」という要素を含んでいます。

ความสัมพันธ์ระหว่างความขัดข้อง 不具合 failure และความผิดพร่อง 欠陥 fault
http://d.hatena.ne.jp/tacohachi/20080706/p1

งาน ๓ ประเภทที่อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดจากการทำงานของคนได้

初めて(はじめて、Hazimete) – 初めてやる作業
久しぶり (ひさしぶり、Hisashiburi) – 久しぶりに行う作業
変更 (へんこう、Henkou)- 手順や方法が変更された作業

ขอขยายความเรื่อง 自立化 และ 自走化 ดังนี้คือ หากจะเปรียบคำสองคำนี้ให้เห็นภาพก็อาจจะเปรียบได้กับการสอนเด็กขี่จักรยานกล่าวคือ แรกเริ่มเดิมทีเด็กอาจจะขี่จักรยานไม่เป็น เราก็จะเริ่มจากการสอนโดยการให้ลองขึิ้นไปนั่งบนจักรยานและช่วยประคองเพื่อให้สามารถออกตัว 発進 ได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะออกตัวไปแล้วและขี่ไปสักพักหนึ่งอาจจะล้มลง แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในขั้นตอนเริ่มต้นของการขี่จักรยาน เมื่อเริ่มออกตัวเป็นแล้วขั้นตอนต่อไปคือการสอนให้สามารถขี่ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเสร็จสิ้นการสอนทั้ง 2 ขั้นตอนแล้ว ก็จะทำให้เด็กสามารถขี่จักรยานไปยังจุดหมาย 目的地にたどり着く ได้ด้วยตนเอง

ในแง่ของภาษา 自立化 จะมีความสัมพันธ์กับ 立ち上げ ซึ่งแปลว่า การเร่ิมต้น หมายถึง การสอนให้ผู้ถูกสอน 被教育者 สามารถเริ่มต้นโครงการหรือโปรเจคได้ด้วยตนเอง อันได้แก่ การเตรียมงานและการวางแผน เป็นต้้น ส่วน 自走化 นั้น หมายถึง การขับเคลื่อนโครงการหรือโปรเจคนั้นๆให้เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งรวมถึงการประสานงาน 調整 กับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 問題解決 เป็นต้น

จะว่าไปแล้ว การส่งมอบงานจากคนญี่ปุ่นมายังคนไทยนั้นก็คงจะไม่แตกต่างจากการที่หัวหน้า 上司 ต้องถ่ายทอดงานให้กับลูกน้อง 部下 ของตน ก่อนที่จะไรับตำแหน่งที่สูงขึ้นเท่าไหร่นัก กล่าวคือ จะต้องมีกระบวนการในการที่จะยืนยันให้มั่นใจว่าผู้ที่รับโอนงานไปนั้น สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ในระดับที่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จึงจะถือว่าสิ้นสุดภารกิจในการโอนงาน 業務移行

洪水後の復活状況 จะแปลว่าอะไรดี
ก.สภาพการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
ข.สภาพการฟื้นฟูหลังน้ำลด
ค.สภาพการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย
ง.อื่นๆ

冗長設計 Redundant design
คือการออกแบบให้ระบบยังคงสามารถทำงานต่อไปได้ถึงแม้ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งจะเสียหายจนไม่สามารถทำงานได้ก็ตาม โดยการเตรียมสิ่งเดียวกันสำรองเอาไว้ สำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไปจะไม่นิยมออกแบบในลักษณะนี้นอกจากต้องการความไว้วางใจสูง เช่น ยานอวกาศ เป็นต้น (ยังหาคำแปลภาษาไทยที่เหมาะสมไม่ได้ครับ)

ต้องขอขอบคุณล่ามอาวุโสอีกท่านที่ได้ให้โอกาสกับทางเพจ “ล่ามอิสระ” ได้สัมภาษณ์เพื่อแบ่งปันประสพการณ์ดังนี้คือ

รู้จักกับภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไรครับ

ช่วงขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวเอง 自分で稼ぐ พอดีมีรุ่นพี่ 先輩 ที่ชมรมของมหาวิทยาลัยสอบติดไปรับราชการจึงไม่สามารถทำงานเดิมต่อไปได้ จึงมอบงานดังกล่าวให้กับรุ่นน้อง 後輩 พร้อมกำชับว่าให้พาผมไปทำงานในฐานะผู้ช่วย アシスタント ด้วย เนื่องจากงานดังกล่าวคือการสอนเด็กญี่ปุ่นทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ภาษาขึ้นมา 重要性を意識する。 จึงเริ่มหาตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นมาเรียนด้วยตัวเอง 独学 โดยเริ่มจากการนำคำศัพท์ที่ต้องใช้ในการทำงานมาเทียบเคียงกับภาษาอังกฤษที่เรียนมาเพื่อให้งานดังกล่าวลุล่วงไปได้ด้วยดี

นอกจากการเรียนภาษาญี่ปุ่นโดยนำคำศัพท์มาเทียบเคียงแล้วยังมีวิธีการเรียนอย่างอื่นเสริมอีกไหมครับ

สำหรับรายละเอียดของงานนั้นจะเน้นไปที่การอธิบายเนื้อหาในการสอน 教育内容の説明 ให้เด็กเข้าใจด้วยภาษาญี่ปุ่น (แบบเรียนด้วยตัวเองจากตำรา) โดยพื้นฐานเป็นคนที่มีนิสัยรักเรื่องการใช้ภาษาไทย タイ語の言葉使いが好き ในลักษณะต้องการสื่อความหมายให้กับคนต่างชาติเข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะบอก ในทางกลับกัน 逆に เราก็ได้เรียนรู้ความต่างของภาษาไปพร้อมกัน พอทำงานมาได้ระยะหนึ่งก็มีความต้องการจะพูดให้ได้เหมือนคนญี่ปุ่น 日本人のように話したい จึงขอร้องให้คนญี่ปุ่นช่วยอ่านออกเสียงตามเนื้อหาในหนังสือที่ให้ไปลงเทปคาสเซ็ท เพื่อนำมาฝึกสำเนียงการพูด 発音を練習する。

ไม่ทราบว่ามีมุมมองเรื่องการใช้ภาษาญี่ปุ่นในการทำงานอย่างไรบ้างครับ

เราควรใช้ภาษาญี่ปุ่นให้ได้อย่างคนญี่ปุ่น 日本人のように日本語を操れること。 กล่าวคือ ใช้คำให้เหมาะสมกับระดับชั้นของภาษา เช่น การพูดกับผู้ใหญ่ 目上の人 หรือ การพูดกับผู้น้อย 目下の人 เป็นต้น และควรเปิดใจให้กว้างเพื่อเรียนรู้ความเหมือนและความต่างของวัฒนธรรมทางด้านภาษา 言語の文化違い

禁煙 แปลว่าอะไรได้บ้างครับ
ก. การห้ามสูบบุหรี่
ข. การงดสูบบุหรี่
ค. การเลิกสูบบุหรี่
ง. อื่นๆ

しばらく車が走ると แปลว่าอะไรดีเอ่ย
ก.เมื่อรถวิ่งไปได้สักพัก
ข.เมื่อรถแล่นไปได้สักระยะ
ค.เมื่อเดินทางออกไปได้สักพัก
ง.อื่นๆ

ทำไมผมต้องบอกนายว่าจะกลับบ้านแล้ว(帰宅前の挨拶)

เป็นคำถามที่มักจะเกิดขึ้นในใจของเจ้าหน้าที่ชาวไทยที่มีหัวหน้าเป็นชาวญี่ปุ่นซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากความแตกต่างด้านวัฒนธรรมในการทำงาน 仕事の文科違い กล่าวคือตามธรรมเนียม 習慣 ของชาวญี่ปุ่นหลังจากเลิกงานก่อนกลับบ้านในแต่ละวันจะต้องมีการกล่าวลาหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ถึงกับต้องกล่าวลาทุกคนในบริษัทนะครับ โดยคำกล่าวลาที่ใช้พูดก็จะค่อนข้างตายตัวและมีนัยสำคัญแฝงอยู่ 意味が含まれている เช่น “ขอตัว (เสียมารยาท) กลับก่อนนะ (ครับ/คะ) お先に失礼します。” เป็นต้น สำหรับสำนวนดังกล่าวเป็นการกล่าวลาในลักษณะที่ให้เกียรติผู้ที่ต้องทำงานต่อในขณะที่ตนเองกำลังจะลากลับบ้าน ซึ่งก็เป็นการแสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน 謙虛 ด้วย

นอกจากนัยสำคัญดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีนัยสำคัญในแง่อื่นอีกด้วย เช่น ในแง่ของการทำงานร่วมกัน เป็นต้น สมมุติว่าหัวหน้ามีงานที่ต้องทำหลัง 5 โมงเย็น (เวลาเลิกงานโดยทั่วไป) อยู่ 2 เรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่ด่วนและต้องมีการประชุมร่วมกันกับลูกน้อง 部下との打合せが必要 ส่วนอีกเรื่องเป็นเรื่องที่ด่วนกว่าแต่หัวหน้าสามารถจัดการงานนั้นได้เพียงลำพัง 自分一人で出来る仕事 หากหัวหน้าเข้าใจไปเองโดยไม่มีการยืนยัน 確認 กับลูกน้องก็อาจจะเข้าใจไปเองหรือคาดหวังว่า “ลูกน้องคงอยู่ทำงานต่อหลัง 5 โมงเย็น” และตัดสินใจที่จะทำงานที่ด่วนกว่าก่อนแล้วค่อยทำงานที่ด่วนและต้องประชุมร่วมกันกับลูกน้องมาทำในภายหลัง แต่พอจะประชุมก็พบว่าลูกน้องได้กลับบ้านไปแล้วและทำให้งานดังกล่าวไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

จากเหตุการณ์สมมุติกล่าวก็พอจะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าความต่างระหว่าง การกล่าวหรือไม่กล่าวคำลาก่อนกลับบ้าน จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างในแง่ของการทำงาน 仕事の面ではどのように影響するか。 ฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท่านที่จะเลือกนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของตน 自分の状況に合わせる。 ต่อไป อนึ่งหากท่านต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาในลักษณะดังกล่าวก็อาจจะมีการสอบถามกับหัวหน้าก่อนเวลาเลิกงานโดยพูดว่า “ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ May I help you?”

切断砥石 cut off grinding wheel ใบตัด (เหล็ก, สแตนเลส) に関する知識の内容が記載されているウェーブサイトです。

สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีกับโปรโมชั่นของโทรศัพท์มือถือ

EPZ, Free zone คือคำที่อาจจะก่อให้เกิดความมึนงงหรือสับสน 混乱させる。 เวลาแปลหรือล่ามในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี 税金の恩典 จึงได้อธิบายให้กับล่ามรุ่นน้องท่านอื่นๆเข้าใจโดยเปรียบเปรยเรื่องดังกล่าวกับโปรโมชั่นของโทรศัพท์มือถือ 携帯電話のパッケージ กล่าวคือถ้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรู เป็นต้น ผู้ให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีในประเทศไทยก็อาจจะประกอบไปด้วยหลายหน่วยงาน เช่น กรมศุลกากร 関税局 The Customs Department คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) タイ投資委員会 The Board of Investment, Thailand:BOI และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) タイ工業団地公社 Industrial Estate Authority of Thailand:IEAT เป็นต้น

หน่วยงานต่างๆที่กล่าวมาแล้วนั้นเริ่มก่อตั้ง 設立 ในเวลาที่ต่างกันโดยกรมศุลกากรเห็นจะเป็นหน่วยงานที่เก่าแก่ที่สุดและยังเป็นหน่วยงานแรกๆที่ให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เช่น มาตรา 19 ทวิหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน Bonded warehouse 保税倉庫 เป็นต้น แต่เนื่องจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าวของกรมศุลกากรไม่สามารถที่จะตอบสนองการผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาประเทศ (ให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ Newly Industrialized Countries: NIC 新興工業国) ได้ เช่น การกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เป็นต้น บีโอไอจึงได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองเรื่องดังกล่าว แต่ต่อมาพบว่านอกจากสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีแล้วระบบสาธารณูปโภค インフラ ต่างๆ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า เป็นต้นก็จำเป็นต่อการดำเนินการของโรงงานอุตสาหกรรม อีกทั้งโรงงานต่างๆเหล่านั้นยังก่อให้เกิดกากอุตสาหกรรม 廃棄物 ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 環境に影響する。 จึงได้มีการจัดตั้งกนอ.ขึ้นเพื่อมารองรับปัญหาดังกล่าว

เมื่อพูดถึงพัฒนาการโดยคร่าวๆของหน่วยงานต่างๆเหล่านี้แล้ว ก็ขอพูดถึงสิทธิประโยชน์หรือโปรโมชั่นต่างๆที่หน่วยงานต่างๆเหล่านี้้ได้ให้แก่ผู้ประกอบการกัน โปรโมชั่นต่างๆเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรจากโปรโมชั่นของโทรศัพท์มือถือ กล่าวคือเนื่องจากมีผู้ให้บริการหลายรายจึงก่อให้เกิดการแข่งขัน 競争させる。 และส่งผลให้ผู้ให้บริการรายต่างๆ (กรมศุลกากร บีโอไอ กนอ. เป็นต้น) ก็จะต้องมีการออกโปรโมชั่นใหม่ๆที่จะช่วยดึงดูดให้ลูกค้าสนใจและใช้บริการ กรณีของ EPZ หรือเขตอุตสาหกรรมส่งออก 輸出加工区 นั้นเป็นโปรโมชั่นเดิมของกนอ.ที่มุ่งเน้นเรื่องการผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น ทำให้มีข้อจำกัด 制約条件 เรื่องการใช้ประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ เช่น การรีแพ็ค เป็นต้น ต่อมาเมื่อมีการประกาศนโยบายของรัฐที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นฮับของเอเซีย กรมศุลกากรจึงได้ออกโปรโมชั่นใหม่มาเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าวคือ เขตปลอดอากร หรือ Free zone フリーゾーン ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นเขตพื้นที่ที่ถูกจัดตั้งขึ้นพร้อมกับสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเป็นเช่นนี้กนอ.เองก็จำเป็นที่จะต้องออกโปรโมชั่นใหม่ที่ลดข้อจำกัดเดิมที่มีอยู่ขึ้นมาคือ เขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free Zone) เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้โรงงานมาตั้งในการนิคมอุตสาหกรรม

ปล.ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงมาจากเว็บไซต์ของกนอ.ภาคภาษาญี่ปุ่นครับ

I-EA-Tからの恩典

フリーゾーン:工業団地におけるより多くの投資機会と投資能力

タイ工業団地公社(I-EA-T)は仏暦2522年(西暦1979年)に工業団地公社法(制定法)によって設立された国営企業である。この30年間、I-EA-Tはその法律に基づいて、工業団地が事業者にとって競争力を高められる製造拠点になるようにインフラ設備や公共施設の整った工業団地を開発しながら、特典や奨励を円滑に与えるためのワンストップ・サービスシステムを設立してきた。

投資家が事業運営をより効率的に能力と可能性を高められるよう、そして世界貿易機関(WTO: World Trade Organization)の協定に準ずるために、2008年に従来の工業団地法の一部の内容を改正し、仏暦2550年(西暦2007年)工業団地公社法(第4版)として制定した。

仏暦2550年(西暦2007年)工業団地公社法(第4版)の概要

1.工業団地のエリアを、 一般工業区 とフリーゾーンに分けることにした。なお、 フリーゾーンは輸出加工区 の代わりとなるもので、世界貿易機関(WTO)の協定に基づいて、フリーゾーンにおける輸出に関する条件を設けなくなった。

2.一般工業区でサービス業の運営が可能になったことと、そのサービス業の事業者は土地を所有することが出来る。

3.フリーゾーンにおける事業者は更に税制上の恩典を受けられる。

4.フリーゾーンにおいて、事業運営の円滑化を図るために様々な手続きの簡素化を行った。

5.工業団地の設立および土地の分譲が円滑に実施できるように、手続きの簡素化を行った。

より充実した投資機会と投資の可能性

一般工業区とフリーゾーンは、より充実した特典やより便利になった手続きのおかげで工業団地が理想の戦略的製造およびサービス拠点となり、工業団地開発業者も含め、工業団地内の事業者の競争力を高めてくれる。

一般工業区における投資 (General Industrial Zone)

一般工業区で投資する事業者が以下の機会、選択肢と恩典が与えられる

1. 一般工業区でサービス業を行うことが可能

I-EA-Tは、事業者が円滑に事業運営出来るように、運搬、倉庫、研修センター、医療施設等という一貫サービスを提供している。更に、事業者は一般工業区内の土地を所有することも出来る。

2. 一般工業区における一般的な恩典(非税制上の恩典)

• 工業団地内の土地を所有する権利。 • 滞在や就労のために、外国人技術者およびその扶養家族を受け入れる権利。• 国外へ外貨を送金する権利

フリーゾーン (I-EA-T Free Zone) における投資

最新の工業団地公社法に基づいて、フリーゾーンで投資する事業者は次のような更なる税制上の恩典と事業運営上の便利な特典が与えられる。

1. 恩典

•フリーゾーンの事業者は国外輸出という条件なしに恩典を受けることが出来、フリーゾーンへの物品や原材料の輸入の円滑化が図られる。

• フリーゾーンに搬入される物品は更なる税制上の恩典を受けることが出来る。

• 減税、つまり、商品の一部がタイ国内で製造され、国内販売・消費目的に使用される場合、I-EA-Tフリーゾーンから出荷される際、そのタイ国内で製造された部分は課税対象外となる。

•従来の工業団地公社法の恩典を受けることも出来る。例えば、

税制上の恩典、つまり、輸入税、輸出税、付加価値税、製造に必要な機械・部品・原材料の物品税の免除。

一般的な恩典、つまり、土地の所有権、滞在や就労のための外国人技術者およびその扶養家族の受け入れ、そして、本国への外貨送金の許可が与えられる。

2. 事業運営上の便利な特典

• フリーゾーンでの製造・販売・サービスを目的とした物品や原材料をフリーゾーンおよび国内に持ち込むする際、それらの所有権を明らかにする必要がない。

• 輸出目的で輸入された物品や原材料がフリーゾーンで製造、調合、組み立て、包装をされたものはは、品質管理や品質基準に関係する法律に準拠する輸入許可証の取得、および捺印や標章などの取得も必要ない。但し、関税法を除く。

工業団地開発業者の競争力を高める。

最新の工業団地公社法によって、工業団地開発業者の競争力が次のように高められる。

• 勅令での制定を必要とせず、工業団地公社委員会の公示でフリーゾーンをより容易に設立することが出来る。

•工業団地公社総裁の権限で、I-EA-Tが定めた規定や条件に基づいて、土地の整備・分譲に関する手続きをより迅速に行うことが出来る。

世界におけるタイの競争力

工業団地公社法の改正により、世界におけるタイ投資家の競争力が次のように高められる。 o タイがWTO条約に準拠したということで加盟国に認められ、信頼を受けることによって、貿易と投資にとってプラスになる。o事業者はWTO加盟国に物を輸出した際に、政府の支援を受けた輸出品に対して、その加盟国からの報復に悩まされることがない。o 自由貿易という方針に従って、貿易が拡大し、結果としてタイの経済成長に繋がる。o 事業者や製造者の自信が増す。o 税制上の恩典等の様々な恩典をWTO加盟国である150カ国から受けられる。o 事業者がより機敏かつ臨機応変にビジネスを行うことが出来る。つまり、国内のみでの製造販売または輸出のための製造販売を選択するのかは、世界の競争状態に応じて迅速に対応することが出来る。結果として、国際市場への参入と拡大に繋がる。

3 thoughts on “ปี ๒๕๕๕ ไตรมาสที่ ๓ 2012年第三四半期

  1. แวะเข้ามาเก็บความรู้อยู่เรื่อย ๆ น่ะครับ…ขอบคุณมากนะครับ สำหรับการอธิบายคำศัพท์ ทำให้เข้าใจได้มากขึ้นเลยล่ะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s