พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย タイ国工業団地公社法

ขอขอบคุณคุณ 元田時男 สำหรับคำแปลของพ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฉบับภาษาญี่ปุ่นตามลิ้งค์ด้านล่าง
http://home.att.ne.jp/yellow/tomotoda/ieatlaw.htm
เป็นกฎหมายอีกหนึ่งฉบับที่ได้รวบรวมเนื้อหาที่เป็นภาษาไทยและญี่ปุ่นเข้ามาไว้ที่เดียวกันเพื่อใช้ในการศึกษาสำนวนการแปลและใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำงาน หากการคัดลอกมาลงไว้ในบล็อกนี้เป็นการละเมิดกฎหมายก็รบกวนท่านผู้ที่รู้ช่วยชี้แนะต่อไปด้วยครับ

พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒

1979年タイ国工業団地公社法
(1991年、1996年、2007年改正)

前文省略

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒”
第1条 本法を「1979年タイ国工業団地法」と称する。

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
第2条 本法は官報に告示された日の翌日から施行する。

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
第3条 1972年12月13日付革命団布告第339号は廃止する。
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
②その他の法令、規則で、この法律に反する規定があるときは、この法律を適用する。

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
 第4条 この法律において、
“นิคมอุตสาหกรรม” หมายความว่า เขตอุตสาหกรรมทั่วไปหรือเขตประกอบการเสรี
「工業団地」とは、一般工業地区または自由事業区をいう。
“เขตอุตสาหกรรมทั่วไป” หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม การบริการ หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการบริการ
「一般工業区」とは、工業、サービス業またはその他の工業、サービス業に有益もしくは関連する事業を営むための地域をいう。
“เขตประกอบการเสรี” หมายความว่า เขตพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงของรัฐ สวัสดิภาพของประชาชน การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม หรือความจำเป็นอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี อากร และค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามที่กฎหมายบัญญัติ
「自由事業区」とは、工業、商業または経済、国家の安全、国民の福祉、環境保護に有益な、その他の工業、サービス業に有益もしくは関連する事業、その他委員会が定める事業を営むための地域をいい、当該地域へ移入する物品は法律で定められた租税および課徴金に関する特典が与えられる。
“ผู้ประกอบอุตสาหกรรม” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมหรือการบริการในนิคมอุตสาหกรรม
「工業事業者」とは、工業団地において工業またはサービス業を営むことを許可された者をいう。
“พาณิชยกรรม” หมายความว่า การค้าหรือการบริการในเขตประกอบการเสรี
「商業」とは、自由事業区内における売買またはサービスをいう。
“ผู้ประกอบพาณิชยกรรม” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าหรือการบริการในเขตประกอบการเสรี
「商業事業者」とは、自由事業区内において、売買またはサービスを行うことを許可された者をいう。
“ผลิต” หมายความรวมถึงทำ สร้าง ผสม ประกอบ หรือบรรจุด้วย
「製造」とは、製作、建造、混合、組立てまたは梱包をいう。
“ภาษีสรรพสามิต” หมายความว่า ภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
「物品税」とは、税法典の物品税をいう。
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
「委員会」とは、タイ国工業団地公社委員会をいう。
“ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
「総裁」とは、タイ国工業団地公社総裁をいう。
“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้ว่าการ
「職員」とは、総裁を含むタイ国工業団地公社の職員をいう。
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
「雇員」とは、タイ国工業団地公社の雇員をいう。
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
「担当官」とは、本法の執行のため大臣から任命された者をいう。
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
「大臣」とは、本法を執行する大臣をいう。

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
第5条 工業大臣が本法を執行し、担当官を任命し、本法に基づく省令を公布する。
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
②省令は官報に掲載されたときから発効する。

หมวด ๑ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
第1章 タイ国工業団地公社

ส่วนที่ ๑ การจัดตั้ง
第1節 設立

มาตรา ๖ ให้จัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมขึ้น เรียกว่า “การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” เรียกโดยย่อว่า “กนอ.” และให้เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
第6条 タイ国工業団地公社という工業団地公社を設立し、公社と略称し、法人とする。その目的は以下の通りとする。
(๑) การจัดให้ได้มาซึ่งที่ดินที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรมหรือเพื่อดำเนินธุรกิจอื่นที่เป็นประโยชน์ หรือเกี่ยวเนื่องกับ กนอ.
(1)工業団地を造成、拡張するため、または、公社に有益または関係する事業を行うために適する土地を保有すること。
(๒) การปรับปรุงที่ดินตาม (๑) เพื่อให้บริการ ตลอดจนจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบพาณิชยกรรม* และผู้ประกอบกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม*เช่น การจัดให้มีถนน ท่อระบายน้ำ โรงบำบัดน้ำเสีย ไฟฟ้า ประปา และโทรคมนาคม เป็นต้น
(2)(1)に基づき土地を造成し、工業事業者、商業事業者、その他の工業、サービス業に有益もしくは関連する事業者にサービスと環境を整備する。道路、排水設備、排水処理場、電力、水道および電話などの建設を含む。
(๓) การให้เช่า ให้เช่าซื้อ และขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรมหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการของนิคมอุตสาหกรรมโดยตรง
(3)工業団地内において不動産および動産を賃貸し、ハイヤーパーチェスし 、販売すること。また、直接工業団地に益するためこれらの事業を行うこと。
(๔) การดำเนินธุรกิจอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของ กนอ.
(4)公社の目的の範囲内において有益な関連事業を行うこと。
(๕) การร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่นตามวัตถุประสงค์ใน (๑) (๒) หรือ (๓) รวมทั้งการเข้าเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือถือหุ้นในนิติบุคคลใดๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของ กนอ.
(5)(1)、(2)および(3)の目的に基づき有限会社の責任範囲内において他人と合弁または他の法人の株式を保有すること。すなわち、公社の目的の範囲内において有益、かつ、関連するものであること。
(๖) การส่งเสริมและควบคุมนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ
(6)民間または政府機関の工業団地を振興し、監督すること。

มาตรา ๗ ให้โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และความรับผิดของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้แก่ กนอ.
第7条 1972年12月13日付革命団布告第339に基づく事業、資産、権利、負債および責任は公社へ引き継ぐ。
ทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งเมื่อได้หักหนี้ออกแล้วให้ถือเป็นทุนของ กนอ.
②第1項の資産は、負債を差し引いた後、公社の資本金とする。

มาตรา ๘ ทุนของ กนอ. ประกอบด้วย
第8条  公社の資本金は以下により構成する。
(๑) ทรัพย์สินที่ได้รับโอนตามมาตรา ๗
(1)第7条に基づき引き継いだ資産
(๒) เงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน
(2)国家予算からの資金
(๓) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับจากรัฐบาลหรือบุคคลอื่น
(3)政府またはその他の民間から受け取った現金または資産
(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่างประเทศ
(4)国内または国外からの支援として受け取った現金、資産

มาตรา ๙ ให้ กนอ. ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง และจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนในจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมด้วยก็ได้
第9条 公社の主たる事務所は、バンコク都またはその近隣の県におくものとし、工業団地がある県内に支所をおくことができる。

มาตรา ๑๐ ให้ กนอ. มีอำนาจกระทำกิจการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
第10条 公社は、第6条の目的の範囲内において以下の権限を有する。
(๑) การสำรวจ วางแผน ออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบพาณิชยกรรม* และผู้ประกอบกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม* แล้วแต่กรณี
(1)調査、企画、設計、建設、および社会施設の管理、工業事業者、商業事業者、その他の工業、商業に有益なまたは関連する事業を行う者に対するサービス提供を行うこと。
(๒) การกำหนดประเภทและขนาดของกิจการอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม*หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องที่พึงอนุญาตให้ประกอบในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
(2)委員会が定める基準と条件により、工業、商業、または、工業団地内において事業を許可される事業の業種および規模を定めること。
(๓) การตรวจตราความเป็นอยู่ของคนงานในนิคมอุตสาหกรรม
(3)工業団地内の労働者の労働条件に関する調査を行うこと。
(๔) การควบคุมการดำเนินงานของผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบพาณิชยกรรม* ผู้ประกอบกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม* และผู้ใช้ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายรวมทั้งการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการสาธารณสุขหรือที่กระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(4)工業団地内の工業事業者、商業事業者、その他工業、商業に有益なまたは関連する事業者および土地使用者を監督し、標準、規則、法律に従わせること。更に、公衆衛生、公害対策を行うこと。
(๕) การลงทุน
(5)投資
(๖) การกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในกิจการของ กนอ.
(6)公社の事業のため借入れをすること。
(๗) การออกพันธบัตร หรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน
(7)投資のために公債その他の証券を発行すること。

มาตรา ๑๑ ให้ กนอ. มีอำนาจตรวจสอบและรับรองชนิดและปริมาณของวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ หรือชนิดและจำนวนของเครื่องจักรสำหรับกรณีที่จำเป็นจะต้องออกใบรับรองหรือในกรณีที่นำเข้ามาในหรือนำออกไปจากนิคมอุตสาหกรรมซึ่งของดังกล่าว ทั้งนี้ โดยเรียกเก็บค่าบริการตามที่คณะกรรมการกำหนด
第11条 公社は、原材料または製品の種類および数量、機械の種類および数量を工業団地へ搬入、搬出するとき必要な場合、検査し保証することができる。その場合、委員会の定める手数料を徴収することができる。

มาตรา ๑๒ ให้ กนอ. กำหนดค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ และค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนค่าบริการในนิคมอุตสาหกรรมในอัตราอันสมควรเพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับการดังต่อไปนี้
第12条 公社は工業団地内の不動産または動産の賃貸料、施設の使用料並びにその他の料金を、以下の経費を充足するための収入として定めなければならない。
(๑) การใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินกิจการของ กนอ. รวมทั้งดอกเบี้ยค่าเสื่อมราคา โบนัส และกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว
(1)公社の運営に必要な経費で、利息、減価償却費、ボーナス、担当者および家族の福祉基金またはその他の福祉に必要な費用を含むものとする。
(๒) การชำระหนี้สินเท่าที่จำนวนเงินเพื่อการชำระนั้นเกินจำนวนที่จัดสรรไว้ เป็นค่าเสื่อมราคาและสำหรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการจัดหาทรัพย์สินใหม่แทนทรัพย์สินเดิม
(2)現有の金額を越えた負債の支払で、減価償却および古い資産に代り新しい資産を追加するに必要な費用。
(๓) การจัดให้มีเงินสำรองและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการขยายกิจการและลงทุน
(3)事業拡張および投資に必要な積立金並びに費用

มาตรา ๑๓ ให้ กนอ. กำหนดค่าเช่าซื้อ และราคาขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ตามที่เห็นสมควร
第13条 公社は、不動産および動産のハイヤーパーチェス料、販売価格を適切に定めなければばらない。

มาตรา ๑๔ เมื่อได้ประกาศเขตพื้นที่ใดเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามมาตรา ๓๙ แล้ว ให้ กนอ. มีอำนาจกำหนดราคาขาย ค่าเช่า และค่าเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ และค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนค่าบริการในนิคมอุตสาหกรรมนั้น ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมในด้านธุรกิจ
第14条 第39条に基づき工業団地の区域を告示したとき、公社は不動産または動産の販売価格、賃貸料およびハイヤーパーチェス料および社会施設の使用料、管理料を事業に応じて適切に定めなければならない。

มาตรา ๑๕ รายได้ที่ กนอ. ได้รับจากการดำเนินกิจการในปีหนึ่งๆ ให้ตกเป็นของ กนอ. และเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับการดำเนินกิจการ และค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษาและค่าเสื่อมราคา ตลอดจนหักเงินสำรองตามมาตรา ๑๖ ประโยชน์ตอบแทนและโบนัสตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๕ หรือเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นตามมาตรา ๓๔ และเงินลงทุนตามมาตรา ๖๖ แล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ
第15条 公社の事業から得られる年間収益は公社の所有とする。また、適切な事業費、すなわち管理費、減価償却費、第16条に基づく積立金、第32条、第35条に基づく報酬、ボーナス、第34条に基づく福祉基金またはその他の福祉および第66条に基づく投資を差し引いた残金は国庫に納入しなければならない。
ถ้ารายได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายตามวรรคหนึ่งซึ่งมิใช่เป็นรายจ่ายที่หักเป็นเงินสำรองตามมาตรา ๑๖ และโบนัสตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๕ และ กนอ. ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่ กนอ. เท่าจำนวนที่ขาด
②収益が第1項の経費に不足する場合、すなわち、第16条に基づく積立金、第32条、第35条に基づくボーナスには該当せず、公社が他の収益源から得ることのできない経費については不足分を国庫から負担する。

มาตรา ๑๖ เงินสำรองของ กนอ. ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อขยายกิจการ เงินสำรองเพื่อไถ่ถอนหนี้ และเงินสำรองอื่นเพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร
第16条 公社の積立金は、事業拡張のための積立金が不足した場合に備える普通積立金、事業拡張のための積立金、負債償還のための積立金、その他特に委員会が適当と認める積立金に分ける。
เงินสำรองจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
②積立金の取り崩しは委員会の同意を要する。

มาตรา ๑๗ ทรัพย์สินของ กนอ. ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
第17条 公社の資産は強制執行できない。

ส่วนที่ ๒ คณะกรรมการและผู้ว่าการ
第2節 委員会および総裁

มาตรา ๑๘ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบคน รวมทั้งผู้ว่าการซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่ง
第18条 タイ国工業団地公社委員会と称する委員会を設け、委員長および10人を越えない委員で構成し、総裁はその職責により委員とする。
②委員長および職責による委員でない委員は内閣が任命する。

มาตรา ๑๙ ผู้ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้ว่าการต้องมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับบริหารธุรกิจ อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์สถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง เศรษฐศาสตร์ การพาณิชย์ การคลัง หรือกฎหมาย
第19条 委員長、委員または総裁は経営管理、工業、科学、技術、建築、都市計画、経済、商業、財政または法律に関する知識と経験を有する者でなければならない。

มาตรา ๒๐ ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ต้องมีคุณสมบัติตาม (๑) และ (๒) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ดังต่อไปนี้
第20条 内閣が任命する委員長または委員は、次の(1)および(2)の資格を有し、(3)、(4)、(5)、(6)および(7)で禁止する事項に該当しない者でなければならない。
(๑) มีสัญชาติไทย
(1)タイ国籍者。
(๒) มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์
(2)満65歳を越えないこと。
(๓) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(3)破産者であるか、あった者。
(๔) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(4)最終判決により禁固刑を受けたことがあるか、法律による命令で禁固刑を受けたことがある者。ただし、過失、軽犯罪による場合を除く。
(๕) เป็นข้าราชการการเมืองหรือดำรงตำแหน่งในทางการเมือง
(5)政治職公務員または政治に関する職に就いている者。
(๖) เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6)政党の委員または政党の職員。
(๗) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับ กนอ. หรือในกิจการที่กระทำให้แก่ กนอ. หรือในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและแข่งขันกับ กนอ. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเว้นแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นเพื่อการลงทุนโดยสุจริตในนิติบุคคลที่กระทำการอันมีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น
(7)直接、間接にかかわらず、公社と契約関係にある者、または、公社と取引関係にある者、または、公社と競争関係にある者。ただし、その場合、善意により当該法人の株主に過ぎない場合を除く。

มาตรา ๒๑ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี
第21条 内閣が任命する委員長または委員の任期は各回3年とする。
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการ และกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นรักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
②第1項の任期が切れ、新任の委員長が任命されないとき、任期の切れた委員長、委員は委員会が新たに任命されるまでその職に就くものとする。
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
③委員長または委員は再選されることを妨げない。

มาตรา ๒๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๑ ประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
第22条 第21条による退任のほか、次の場合委員長または委員は退任する。
(๑) ตาย
(1)死亡
(๒) ลาออก
(2)辞任
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก
(3)内閣が退任させるとき
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(4)成年被後見人または被保佐人になったとき
(๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐
(5)第20条の資格を喪失したか禁止事項に該当するとき
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อมให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วนั้น
②委員がまだ任期が切れないときに新しい委員または補欠の委員の任命が行われた場合、任命された委員の任期は元の委員の残りの任期と同期間とする。

มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการมีอำนาจวางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ กนอ. อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
 第23条 委員会の任務は、以下の業務を含む公社の政策の策定および一般的な監督業務とする。
(๑) การออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๖ และมาตรา ๑๐
(1)第6条および第10条を施行するため規則を作成すること。
(๒) การออกระเบียบหรือข้อบังคับการประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ
(2)委員会および小委員会の会議、および、業務に関する規則を作成すること。
(๓) การออกระเบียบหรือข้อบังคับการจัดแบ่งส่วนงาน วิธีปฏิบัติงาน และการเงินของ กนอ.
(3)公社の業務組織、業務規則および会計に関する規則を作成すること。
(๔) การออกระเบียบหรือข้อบังคับกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างของพนักงานและลูกจ้าง
(4)職員および雇員の職責、給与、賃金を定めること。
(๕) การออกระเบียบหรือข้อบังคับการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้าง การออกจากตำแหน่ง วินัย การลงโทษ และการอุทธรณ์การลงโทษของพนักงานและลูกจ้าง
(5)職員および雇員の採用、任命、昇給、辞任、規律、罰則、再審の規則を定めること。
(๖) การออกระเบียบหรือข้อบังคับการจ่ายค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางค่าเช่าที่พัก ค่าล่วงเวลา และการจ่ายเงินอื่นๆ
(6)交通費、出張日当、住宅費、超過勤務手当て、その他の支給に関する規則を定めること。
(๗) การออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับเครื่องแบบพนักงานและลูกจ้าง
(7)職員および雇員の制服を定めること。
(๘) การออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการร้องทุกข์ของพนักงานและลูกจ้าง
(8)職員および雇員の不服申し立てに関する規則を定めること。
(๙) การออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับบัตรประจำตัวหรือเครื่องแต่งกายของบุคคลซึ่งปฏิบัติงานภายในเขตประกอบการเสรี*
(9)自由事業区で勤務する者の身分証明書または徽章を定めること。
(๑๐) การออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับบุคคลซึ่งเข้าไปหรืออยู่ในเขตประกอบการเสรี*
(10)自由事業区への出入りに関する規則を定めること。
(๑๑) การออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานใน กนอ. และครอบครัวด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(11)公社で勤務する者および家族のための厚生基金またはその他の厚生に関する規則を、内閣の同意を得て定めること。
(๑๒) การออกระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สินของ กนอ.
(12)公社の財産を使用するための安全、管理の規則を定めること。
(๑๓) การกำหนดราคาขาย อัตราค่าเช่า ค่าเช่าซื้อและระยะเวลาการเช่าและเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ ค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกและอัตราค่าบริการในนิคมอุตสาหกรรม
(13)工業団地内の不動産および動産の販売価格、賃貸料、ハイヤーパーチェス料、賃貸およびハイヤーパーチェスの期間、施設使用料、手数料を定めること。
(๑๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
(14)その他委員会の権限として本法またはその他の法律が定める任務
ระเบียบหรือข้อบังคับตาม (๓) ถ้ามีข้อความจำกัดอำนาจของผู้ว่าการในการทำนิติกรรมไว้ประการใด ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
②(3)の規則について、総裁の法的権限が布告により制限されている場合、大臣が官報に告示する。

มาตรา ๒๔ เพื่อประโยชน์แห่งกิจการของ กนอ. ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดของ กนอ. และกำหนดค่าตอบแทนอนุกรรมการได้
第24条 公社の利便をはかるため、委員会は公社の業務運営のための小委員会を設け、その委員の報酬を定めることができる。

มาตรา ๒๕ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ว่าการและกำหนดอัตราเงินเดือนของผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
第25条 委員会は内閣の同意を得て総裁を任命し、給与を定める。

มาตรา ๒๖ ผู้ว่าการต้องมีคุณสมบัติตาม (๑) (๒) และ (๓) และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) ดังต่อไปนี้
第26条 総裁は次の(1)、(2)および(3)の資格を有し、(4)、(5)、(6)、(7)、(8)および(9)の禁止事項に該当してはならない。
(๑) มีสัญชาติไทย
(1)タイ国籍を有する。
(๒) มีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์
(2)満60歳を越えない。
(๓) สามารถทำงานให้แก่ กนอ. ได้เต็มเวลา
(3)公社の業務に専念することが可能である。
(๔) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(4)破産者であるか、あったことがある。
(๕) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(5)最終判決または法に基づく命令により禁固刑を受けたことがある。ただし、過失または軽犯罪によるものを除く。
(๖) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งข้าราชการการเมืองลูกจ้างของกระทรวงทบวงกรมหรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
(6)地位または定期的な給与を受ける公務員、政治職、省庁の従業員、政治団体の同等の従業員、地方政府の従業員である。
(๗) ดำรงตำแหน่งในทางการเมือง รวมทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
(7)地方政府の議員および管理者を含む政治職にある。
(๘) เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(8)政党の委員または職員である。
(๙) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับ กนอ. หรือในกิจการที่กระทำให้แก่ กนอ. หรือในกิจการที่มีสภาพเดียวกันและแข่งขันกับ กนอ. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เว้นแต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นเพื่อการลงทุนโดยสุจริตในนิติบุคคลที่กระทำการอันมีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น
(9)直接、間接にかかわらず、公社と契約関係にある者、または、公社と取引関係にある者、または、公社と競争関係にある者。ただし、その場合、善意により当該法人の株主に過ぎない場合を除く。

มาตรา ๒๗ ผู้ว่าการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
第27条 総裁は次の場合辞任する。
(๑) ตาย
(1)死亡したとき。
(๒) ลาออก
(2)辞任したとき。
(๓) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(3)成年被後見人または被保佐人となったとき。
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๖
(4)第26条の資格を失うか禁止事項に該当するとき。
(๕) คณะกรรมการให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดโดยไม่นับรวมผู้ว่าการ และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย
(5)総裁を含まない委員総数の4分の3以上の議決により辞任を求められ、大臣が同意したとき。

มาตรา ๒๘ ผู้ว่าการมีหน้าที่บริหารกิจการของ กนอ. ให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง
第28条 総裁は公社の業務が法律、規則、委員会の方針に合致するよう監督し、職員、雇員を統率する。
ในการบริหารกิจการ ผู้ว่าการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ
②総裁は監督するに当たり、委員会に対して責任を持つ。

มาตรา ๒๙ ผู้ว่าการมีอำนาจ
第29条 総裁は次の権限を有する。
(๑) กำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติงาน ในการทำงานของพนักงานหรือลูกจ้าง
ทั้งนี้ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ
(1)職員、雇員の職務執行の規則、方法を定めること。
(๒) ออกระเบียบในการบริหารกิจการของ กนอ.
(2)委員会の規則に反しない範囲において、公社の経営の規則を定めること。
(๓) บรรจุ แต่งตั้งและถอดถอน เลื่อน ลด และตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ตลอดจนลงโทษทางวินัยแก่พนักงานและลูกจ้าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ
(3)職員および雇員の採用、任命および罷免、給与の昇給、減給、処罰。ただし、委員会の規則に従わなければならない。

มาตรา ๓๐ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้ว่าการเป็นตัวแทน กนอ. เพื่อการนี้ผู้ว่าการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ
第30条 第三者に対して、総裁は公社を代表する。ただし、委員会の規則に従って他の者に権限を定めて代理をさせることができる。
นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระทำโดยฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับตามมาตรา ๒๓ วรรคสอง ย่อมไม่ผูกพัน กนอ. เว้นแต่คณะกรรมการจะได้ให้สัตยาบัน
②第22条第2項による規則に違反した総裁の法律行為は公社を拘束しない。ただし、委員会が承認したときを除く。

มาตรา ๓๑ เมื่อผู้ว่าการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือเมื่อตำแหน่งผู้ว่าการว่างลงให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานเป็นผู้ทำการแทนผู้ว่าการหรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการแล้วแต่กรณี และให้นำมาตรา ๒๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
第31条 総裁が業務を執行できないか空席のとき、委員会は総裁の代理をするか、状況により総裁の職位により管理する職員を任命しなければならない。また、第26条を準用する。
ให้ผู้ทำการแทนผู้ว่าการหรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู้ว่าการ เว้นแต่อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการในฐานะกรรมการ
②総裁の代理をする者または総裁の職位により管理する者は、委員としての総裁の職務を除き、総裁と同様の権限を有する。

มาตรา ๓๒ ประธานกรรมการและกรรมการ ย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนและอาจได้รับโบนัส ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
第32条 委員長および委員は、内閣が定める規則により報酬およびボーナスを支給される。

ส่วนที่ ๓ พนักงานและลูกจ้าง
第3節 職員および雇員

มาตรา ๓๓ ให้พนักงานและลูกจ้างมีสิทธิอุทธรณ์เกี่ยวกับการลงโทษหรือร้องทุกข์ได้ตามระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการ
第33条 職員および雇員は、委員会の規則に基づき処罰に対して再審査を請求し、苦情の申し立てをすることができる。

มาตรา ๓๔ ให้ กนอ. จัดให้มีกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานใน กนอ. และครอบครัว ในกรณีพ้นจากตำแหน่ง ประสบอุบัติเหตุเจ็บป่วย ตาย หรือกรณีอื่นอันควรแก่การสงเคราะห์
第34条 公社は、公社内で就業する者のために、退職、事故、疾病、死亡、その他必要に応じて本人並びに家族の厚生基金またはその他の厚生を設けなければならない。

มาตรา ๓๕ พนักงานและลูกจ้างอาจได้รับโบนัสตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
第35条 職員および雇員に対して、委員会の規則によりボーナスを支給することができる。

หมวด ๒ นิคมอุตสาหกรรม
第2章 工業団地

ส่วนที่ ๑ การจัดตั้ง
第1節 設置

มาตรา ๓๖ นิคมอุตสาหกรรมมีสองประเภท คือ
第36条 工業団地は次の2種類とする。
(๑) เขตอุตสาหกรรมทั่วไป
(1)一般工業区
(๒) เขตประกอบการเสรี
(2)自由事業区
การจัดตั้ง การเปลี่ยนแปลงเขต และการยุบนิคมอุตสาหกรรม ให้คณะกรรมการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีแผนที่กำหนดเขตไว้ท้ายประกาศด้วย
②一般工業区の設置、区の変更、廃止は、委員会が官報に告示し、告示に図面を添付する。

มาตรา ๓๖/๑ ในกรณีที่มีประกาศตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง จัดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงนิคมอุตสาหกรรมและมีสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในเขตดังกล่าว ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ โดยระบุแปลงและจำนวนเนื้อที่ดินโดยประมาณ ที่ กนอ. ประสงค์จะได้กรรมสิทธิ์ไว้ในพระราชกฤษฎีกานั้น และเมื่อได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่อยู่ในเขตดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กนอ. เมื่อได้ดำเนินการครบถ้วนตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
第36/1条 第36条第2項に基づき工業団地および公共施設の設置、変更が告示された場合、勅令により公共施設の状況変更を定めることができる。その場合、公社が勅令で所有権を得ようとする土地の区画と面積を明らかにしなければならない。また、勅令で告示されたとき、以下の条件が完全に満たされた場合区域内にある公有財産は公社の所有権に帰す。
(๑) ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันในกรณีที่พลเมืองเลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น หรือได้เปลี่ยนสภาพจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความยินยอมและ กนอ. ได้ชำระราคาที่ดินให้แก่กระทรวงการคลังตามราคาที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดแล้ว หรือในกรณีที่พลเมืองยังใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นอยู่หรือยังไม่เปลี่ยนสภาพจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความยินยอมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย และ กนอ. ได้จัดที่ดินแปลงอื่นให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาแล้ว ให้พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลเป็นการถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับที่ดินดังกล่าวโดยมิต้องดำเนินการถอนสภาพหรือโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน
(1)国民が共用している国家の財産である土地の場合、国民が使用を止め、または共用地であることが変更され、内務省が同意し、公社が財務省に対して、内務省が定めた価格を支払ったとき、もしくは、国民がまだ使用しているか、共用地であることに変わりないが、内務が同意し、公社が他の土地を代わりに造成、提供したとき。いずれも官報に告示することを要する。勅令により当該土地が共用地であることが廃止されたときは土地法による廃止、譲渡の手続きは不要である。
(๒) ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือที่ดินที่ได้สงวนหรือหวงห้ามไว้ตามความต้องการของทางราชการ เมื่อกระทรวงการคลังได้ให้ความยินยอมและ กนอ. ได้ชำระราคาที่ดินให้แก่กระทรวงการคลังตามราคาที่กระทรวงการคลังกำหนดแล้ว ให้พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลเป็นการถอนสภาพการเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับที่ดินดังกล่าวโดยมิต้องดำเนินการถอนสภาพหรือโอนตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ
(2)国家の財産で、国家のために使用されている土地であるか、政府の必要により保存されているか立ち入り禁止の土地である場合、財務省が同意し、公社が財務省に対して財務省が定めた価格を支払ったとき、勅令により国家の財産であることが廃止される。その場合、国有財産法に基づく変更、譲渡の手続きは不要である。
(๓) ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามประมวลกฎหมายที่ดินเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความยินยอมและ กนอ. ได้ชำระราคาที่ดินให้แก่กระทรวงการคลังตามราคาที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดแล้ว
(3)国の公共土地で使用しないで放置してあるか、収用されたか、放置された土地か、土地法により国に返還された土地で、内務省が同意し、公社が土地代を財務省に内務省が定める料率により支払ったとき。

มาตรา ๓๗ นิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
第37条 この法律により設置された工業団地は省令の定める基準、方法および条件に従わなければならない。

มาตรา ๓๘ เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรม ให้ กนอ. มีอำนาจดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
第38条 工業団地の造成、拡張に不動産が必要な場合、公社は不動産収用法に基づく収用を行うことができる。
ในการนี้ จะตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่คิดว่าจะเวนคืนไว้ก่อนก็ได้ และให้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม
②土地収用を行う場合、収用する土地の区域について勅令を発布することもできる。また、不動産収用法の規定を準用する。
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยการเวนคืนตามวรรคหนึ่งให้ตกเป็นของ กนอ. และให้ กนอ. มีอำนาจดำเนินการโอนไปยังผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบพาณิชยกรรม* หรือผู้ประกอบกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม* แล้วแต่กรณีได้
③第1項により収用した不動産は、公社の所有に帰し、公社は工業事業者、商業事業者、その他の工業、商業に有益なまたは関連する事業を行う者に譲渡することができる。

มาตรา ๓๙ เขตพื้นที่ใดที่บุคคลใดได้จัดสรรที่ดินเพื่อให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม ถ้าได้ดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๓๗ แล้ว คณะกรรมการด้วยความยินยอมของเจ้าของที่ดินอาจดำเนินการให้พื้นที่นั้นเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ได้
第39条 民間が工業団地として造成した土地は、第37条に基づく省令に定められた基準、方法、条件に合致する場合、委員会は土地の所有者の合意を得て当該土地を工業団地とすることができる。

มาตรา ๓๙/๑ ผู้ใดจะจัดสรรที่ดินในเขตพื้นที่ที่ประกาศเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามมาตรา ๓๙ ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมาย
第39/1条 第39条に基づき工業団地として告示された区域を造成する者は総裁または総裁が権限を委譲した者の許可を受けなければならない。
การขออนุญาตและการอนุญาต รวมทั้งการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
②第1項に基づく申請、許可および土地の造成は委員会が定める規準、方法、条件に従わなければならない。

มาตรา ๔๐ ห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบหรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลหรืออ่านว่า “นิคมอุตสาหกรรม”“เขตอุตสาหกรรมทั่วไป” หรือ “เขตประกอบการเสรี*” ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย ใบแจ้งความ หรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจโดยมิได้เป็นนิคมอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัตินี้
第40条 本法による工業団地以外の事業にタイ語または外国語により「工業団地」、「一般工業区」、「自由事業区」の名称を印章、看板、手紙、文書、その他の書類に使用してはならない。

ส่วนที่ ๒ การประกอบกิจการ ประโยชน์ และข้อห้าม
第2節 事業運営、恩典、禁止事項

มาตรา ๔๑ ผู้ใดจะประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมาย
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
第41条 工業団地内において事業を営む者は、総裁または総裁から権限を委譲された者の書面による許可を得なければならない。
②許可申請および許可は、委員会の定める基準、方法、条件に従わなければならない。

มาตรา ๔๒ บรรดาการปลูกสร้างอาคาร การตั้งโรงงาน และการประกอบกิจการโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร และกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง แต่การอนุญาตซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมาย
第42条 工業団地内における建物の建設、工場設置、工場操業は、工場法、建築基準法、都市計画法に従わなければならない。ただし、当該法に基づく担当官の権限による許可は、総裁または総裁から権限を委譲された者の権限とする。

มาตรา ๔๓ ในกรณีที่มีการปลูกสร้างอาคารโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๒ หรือในกรณีที่มีการปลูกสร้างอาคารผิดแผกจากแผนผังแบบก่อสร้างหรือรายการที่ได้รับอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต ให้ กนอ. มีอำนาจสั่งระงับการก่อสร้าง แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือรื้อถอนอาคารหรือส่วนแห่งอาคารดังกล่าวภายในระยะเวลาอันสมควร โดยแจ้งระยะเวลาให้ผู้ปลูกสร้าง เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารทราบ
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว และผู้ปลูกสร้าง เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กนอ. ให้ กนอ. มีอำนาจจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือส่วนแห่งอาคารนั้นได้โดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ปลูกสร้าง เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารนั้น
第43条 第42条に基づく許可を得ない建築、許可を得た図面に従わない建築、許可書の条件に従わないものについて、公社は建築の中止、変更、建物の全部、一部の撤去を命ずることができる。その場合、建物の建築者、所有者、管理者に適当と認められる期限を通知しなければならない。
②第1項の期限を経過し、建物の建築者、所有者、管理者が公社の命令に従わないとき、公社は適当と認められる方法により、建物の建築者、所有者、管理者の費用負担により変更、全部または一部の撤去を行うことができる。

มาตรา ๔๔ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบพาณิชยกรรม*อาจได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหรือในเขตประกอบการเสรี* แล้วแต่กรณี เพื่อประกอบกิจการได้ตามจำนวนเนื้อที่ที่คณะกรรมการเห็นสมควรแม้ว่าจะเกินกำหนดที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายอื่น

第44条 工業事業者および商業事業者は、工業団地または自由事業区内において委員会が適当と認める面積の土地を所有することができる。その面積は他の法律により定められた面積を超過することができる。

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม* ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเลิกกิจการหรือโอนกิจการให้แก่ผู้อื่น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม*ต้องจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์และส่วนควบกับที่ดินนั้นให้แก่ กนอ. หรือผู้รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณีภายในเวลาสามปีนับแต่วันที่เลิกหรือโอนกิจการ มิฉะนั้นให้อธิบดีกรมที่ดินจำหน่ายที่ดินและส่วนควบกับที่ดินนั้นให้แก่ กนอ. หรือบุคคลอื่นตามประมวลกฎหมายที่ดิน
外国人である工業事業者または商業事業者が、事業を中止するか他人に譲渡する場合、工業事業者または商業事業者は所有を許可された土地および土地に付属しているものを、中止または譲渡の日から3年以内に、公社または被譲渡者に売却しなければならない。そうでなければ、土地局局長が土地法に基づき土地および土地に付属しているものを公社または他人に売却しなければならない。
มาตรา ๔๕ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเพียงเท่าที่พระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบพาณิชยกรรม*ได้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวซึ่งเป็น
第45条 本法で特に定めている以外、移民法に基づき工業事業者または商業事業者は次の外国人の入国を認められる。
(๑) ช่างฝีมือ
(1)技術者
(๒) ผู้ชำนาญการ
(2)専門家
(๓) คู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของบุคคลใน (๑) หรือ (๒) เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามจำนวนและภายในกำหนดระยะเวลาให้อยู่ได้ในราชอาณาจักรตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แม้ว่าจะเกินกำหนดจำนวนหรือระยะเวลาให้อยู่ได้ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
(3)(1)または(2)の配偶者、扶養者
その人数、国内滞在期間は、委員会が適当と認めるところにより、移民法による人数、国内滞在期間を超過することができる。

มาตรา ๔๖ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวเพียงเท่าที่พระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้คนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๔๕ ได้รับอนุญาตทำงานเฉพาะตำแหน่งหน้าที่การทำงานที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ตลอดระยะเวลาเท่าที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
第46条 本法で特に定めている以外、第45条により国内滞在を許可された外国人技術者、専門家は、外国人就業法に基づき、滞在を認められた期間内において委員会が認めた職務に限り就業することができる。

มาตรา ๔๗ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบพาณิชยกรรม*ซึ่งมีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักรจะได้รับอนุญาตให้นำหรือส่งเงินออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นเงินตราต่างประเทศได้ เมื่อเงินนั้นเป็น
第47条 非居住者である工業事業者および商業事業者は、次に定める資金を国外に持ち出し、または、国外に送金することができる。
(๑) เงินทุนที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและเงินปันผลหรือผลประโยชน์อื่นที่เกิดจากเงินทุนนั้น
(1)国内に持ち込む資本金、および、資本金から得られる配当その他の利益
(๒) เงินกู้ต่างประเทศที่นำมาลงทุนในการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม*ตามสัญญาที่ กนอ. ให้ความเห็นชอบ รวมทั้งดอกเบี้ยของเงินกู้ต่างประเทศนั้น
(2)公社の同意により工業または商業に投資する外国からの融資金および利息
(๓) เงินที่มีข้อผูกพันกับต่างประเทศตามสัญญาเกี่ยวกับการใช้สิทธิและบริการต่างๆ ในการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม*และสัญญานั้นได้รับความเห็นชอบจาก กนอ.
ในกรณีที่ระยะเวลาใดดุลการชำระเงินต้องประสบความยุ่งยากจำเป็นต้องสงวนเงินตราต่างประเทศให้มีสำรองไว้ตามสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจำกัดการนำหรือส่งเงินนั้นออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อผลดังกล่าวนั้นก็ได้ แต่จะไม่จำกัดการส่งเงินทุนที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักรต่ำกว่าร้อยละยี่สิบต่อปีของยอดเงินทุนดังกล่าวที่เหลืออยู่ในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปี ถ้าการส่งเงินนั้นกระทำภายหลังที่นำเข้ามาแล้วเป็นเวลาสองปี และจะไม่จำกัดการส่งเงินปันผลต่ำกว่าร้อยละสิบห้าต่อปีของเงินทุนที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และเหลืออยู่ในขณะที่ขอส่งเงินปันผลออก
(3)工業または商業のために使用するため外国からの権利、役務に関する契約で公社の同意を得ているものに対する対価
②特定の期間中、対外支払いが困難に遭遇し、外貨を節約しなければならないとき、中央銀行は外貨を国外に一時的に持ち出し、送金禁止とすることができる。ただし、国内に持ち込んだ資本金については、各年度の12月31日に保有する全資本金の20%を越えない金額を各年度国外へ送金することができる。送金が持ち込みから2年を経過している場合、持ち込み資本金で送金申請のとき余裕があるものについては資本金の15%以内の配当送金は制限しない。

มาตรา ๔๘ ให้ของที่นำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีได้รับสิทธิประโยชน์ทางอากรเช่นเดียวกับของที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และให้รวมถึงสิทธิประโยชน์ในกรณีดังต่อไปนี้ด้วย
第48条 自由事業区内に移入する物品は関税法による免税区と同様の租税上の特典が与えられ、かつ以下の特典が与えられる。
(๑) ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรี ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต สำหรับของที่เป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบของสิ่งดังกล่าวที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าหรือเพื่อพาณิชยกรรม แล้วแต่กรณี และของที่ใช้ในการสร้าง ประกอบ หรือติดตั้งเป็นโรงงานหรืออาคารในเขตประกอบการเสรี ทั้งนี้ เท่าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีตามที่คณะกรรมการอนุมัติ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
(1)国内に輸入され、自由事業区へ移入される物品で製造または商業に必要な機械、設備、機器、器具、部分品並びに自由事業区内の工場または建物の建設に使用される物品は、投資奨励法に基づく課徴金、輸入税、付加価値税および物品税が免税される。ただし、国内に輸入され自由事業区に移入された物品と同等のもので委員会が定める基準、方法、条件に従わなければならない。
(๒) ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าหรือเพื่อพาณิชยกรรม ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ผู้ว่าการกำหนด
(2)国内に輸入され、商品製造、商業のために自由事業区へ移入される物品は投資奨励法に基づく課徴金、輸入税、付加価値税および物品税が免税とされる。ただし、総裁が定める基準、方法、条件に従わなければならない。
(๓) ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีตาม (๒) รวมทั้งผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้ และสิ่งอื่นที่ได้จากการผลิตในเขตประกอบการเสรี หากส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้ได้รับยกเว้นอากรขาออก ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต
ของที่นำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงของที่นำออกจากเขตประกอบการเสรีแห่งหนึ่งไปยังเขตประกอบการเสรีอีกแห่งหนึ่งด้วย
(3)上記(2)により国内へ輸入され自由事業区へ移入される物品で製品、製造過程から発生する副産物、およびその他の物品は、国外へ輸出されたとき投資奨励法に基づく課徴金、輸出税、付加価値税、物品税が免税される。
②第1項に基づく自由事業区へ移入される物品には、自由事業区から他の自由事業区へ移出される物品を含むものとする。

มาตรา ๔๙ ในกรณีการนำของเข้ามาในราชอาณาจักรหรือนำวัตถุดิบภายในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดกับของนั้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ของนั้นได้รับยกเว้นไม่อยู่ภายในบังคับของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักร การส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของดังกล่าว หรือเกี่ยวกับการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ การประทับตราหรือเครื่องหมายใดๆ แก่ของนั้น แต่ไม่รวมถึงกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
第49条 国内に輸入した物品、または国内の原材料を製造、混合、組立て、包装、その他に使用するため自由事業区内へ移入し、国外へ輸出する場合、それらの物品は国内への移出、国外への輸出、占有、使用、または品質基準の規制、表示に関する法律が適用されない。ただし、関税法は例外とし、委員会が定める基準、手続きおよび条件に従わなければならない。
ในกรณีที่ของตามวรรคหนึ่งเป็นของที่ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประเทศ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน สุขภาพอนามัยของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม หรือเป็นของซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเข้ามาในราชอาณาจักร การส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดหรือประเภทของของดังกล่าวมิให้ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ จะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใดๆ เกี่ยวกับของนั้นไว้ด้วยก็ได้
②第1項の物品が、国家の安寧と安全、公衆の安全、衛生、公序良俗、環境に影響を及ぼすか及ぼす恐れがある場合、または国内へ輸入することについて国際条約の制約がある物品である場合、国外への輸出、占有、使用については大臣がその物品の種類を省令で基準、手続き、条件を定めて第1項を適用しないことができる 

มาตรา ๕๐ (ยกเลิก)
第50条 (削除)

มาตรา ๕๑ ของใดที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้ได้รับยกเว้นหรือคืนค่าภาษีอากรเมื่อได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แม้มิได้ส่งออกแต่ได้นำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเพื่อใช้ตามมาตรา ๔๘ (๑) หรือ (๒) ให้ของนั้นได้รับยกเว้นหรือคืนค่าภาษีอากรโดยถือเสมือนว่าได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในวันที่นำเข้าไปในเขตประกอบการเสรี
第51条 輸出したときに租税を免除または還付できる法律で定められた物品は、輸出されなくとも第48条(1)または(2)に基づき使用するため自由事業区へ移入した場合、自由事業区へ移入した日に国外へ輸出したものとみなして租税を免除または還付するものとする。

มาตรา ๕๒ ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและนำเข้าไปในเขตประกอบการเสรีตามมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙ และของตามมาตรา ๕๑ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้และสิ่งอื่น ที่ได้จากการผลิตในเขตประกอบการเสรี หากนำออกจากเขตประกอบการเสรีเพื่อใช้หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรจะต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต ตามสภาพ ราคาและอัตราภาษีอากรที่เป็นอยู่ในวันที่นำออกจากเขตประกอบการเสรี รวมทั้งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักร การส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของดังกล่าว หรือเกี่ยวกับการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ การประทับตรา หรือเครื่องหมายใดๆ แก่ของนั้น นับแต่วันที่นำออกจากเขตประกอบการเสรี แล้วแต่กรณี โดยถือเสมือนว่าได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรในวันที่นำออกจากเขตประกอบการเสรี
第52条 国内へ輸入され、第48条または第49条に基づき自由事業区へ移入された物品、および第51条に基づく物品で、製品、副産物その他自由事業区での製造で発生した物品は、国内で使用、販売するために自由事業区から移出する場合、投資奨励法による課徴金、輸入税、付加価値税および物品税を、移出した日の形状、価格、税率により納付しなければならない。また、自由事業区から移出した日に国内へ輸入されたものとみなし、国内への輸入、国外への輸出、占有、使用、品質、印章、表示に関する法律に従わなければならない。

มาตรา ๕๒/๑ ในกรณีของ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ สิ่งพลอยได้ และสิ่งอื่นที่ได้จากการผลิตในเขตประกอบการเสรีที่นำออกจากเขตประกอบการเสรีเป็นของที่ต้องเสียภาษีอากรในการคำนวณค่าภาษีอากร หากมีกรณีที่นำวัตถุดิบภายในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเพื่อผลิต ผสมประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดกับของนั้นโดยที่วัตถุดิบที่นำเข้าไปนั้นไม่มีสิทธิได้รับการคืนหรือยกเว้นอากร ไม่ต้องนำราคาวัตถุดิบดังกล่าวมาคำนวณค่าภาษีอากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด
第52/1条 自由事業区内での製造により発生した製品、副産物およびその他のものを国内へ移入した場合は租税を計算するとき租税を納付しなければ
ならないが、もし、国内の原材料を自由事業区へ製造、組立て、包装、その他を行うため移入した場合、自由事業区から国内へ移出するとき租税は免税または還付されないが、租税の計算に原材料の価格を含める必要はない。ただし、関税局長が定める基準、手続き、条件に従わなければならない。

มาตรา ๕๓ การนำของเข้ามาในหรือนำออกไปจากเขตประกอบการเสรี*การเก็บรักษา และการควบคุมการขนย้าย ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการนำของเข้า การส่งของออก และการเก็บของในคลังสินค้า ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม กับทั้งต้องปฏิบัติตามระเบียบและพิธีการที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด และให้นำบทลงโทษตามกฎหมายดังกล่าวมาใช้บังคับด้วย
第53条 自由事業区内における搬出入、保管、輸送は、税関法に基づく倉庫における搬出入、保管の規則を準用する。更に、関税局局長が定める基準と方法に従わなければならない。上記の法令による罰則を本法に準用する。

มาตรา ๕๔ ของที่ไม่ใช้หรือใช้ไม่ได้ซึ่งอยู่ในเขตประกอบการเสรี*ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม*ขออนุญาตเป็นหนังสือต่อ กนอ. เพื่อทำลาย หรือในกรณีที่ กนอ. เห็นสมควรสั่งให้ทำลายของดังกล่าว ให้ กนอ. แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบพาณิชยกรรม*แล้วแต่กรณี หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว และอธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายทราบ และให้อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายสั่งดำเนินการทำลายของนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด
第54条 自由事業区内において使用しなくなった物品、または、使用できなくなった物品については、工業事業者、商業事業者が公社に対して書面により廃棄の許可申請した場合、または公社が廃棄を命令することが相当と認めた場合、公社は工業事業者、商業事業者または代理人に対して書面により通知すると同時に、関税局長または関税局長が委任する者に通知し、関税局長または関税局長が権限を委譲する者は、関税局長が定める基準と方法に従い廃棄を命ずるものとする。
ในกรณีที่ กนอ. ไม่อาจแจ้งให้บุคคลตามวรรคหนึ่งทราบได้ เมื่อ กนอ. ได้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานของบุคคลดังกล่าวที่อยู่ในเขตประกอบการเสรี*เป็นเวลาเจ็ดวันให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวได้รับแจ้งแล้ว
②公社が第1項により関係者に通知しない場合、公社が自由事業区内の関係者の事務所において7日間公示することにより、関係者は通知を受けたものとみなす。
ของที่ได้ถูกทำลายตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวในวรรคหนึ่งให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต
③第1項の基準と方法により廃棄された物品は投資奨励法に基づく手数料、輸入税、付加価値税、物品税を免除する。

มาตรา ๕๕ ห้ามมิให้ผู้ใดนำของในเขตประกอบการเสรี* ออกไปจากเขตประกอบการเสรี*เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมาย
第55条 総裁または総裁が権限を委譲する者の書面による許可なく、自由事業区からまたは自由事業区へ物品を搬出入することを禁止する。
การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่คณะกรรมการกำหนด
②第1項の許可は、委員会が定める基準、方法、様式に従うものとする。

มาตรา ๕๖ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหรืออยู่ในเขตประกอบการเสรี*เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายและต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของ กนอ.
第56条 総裁または総裁が権限を委譲する者の書面による許可なく、自由事業区内に入ることおよび滞在することを禁止する。
การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่คณะกรรมการกำหนด
②第1項の許可は、委員会が定める基準、情報、様式に従うものとする。

หมวด ๓ พนักงานเจ้าหน้าที่
第3章 担当官

มาตรา ๕๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ของผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบพาณิชยกรรม* หรือของผู้ประกอบกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม* แล้วแต่กรณี ในนิคมอุตสาหกรรมในระหว่างเวลาทำการเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหรือเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือสิ่งของใดๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการจากบุคคลซึ่งอยู่ในสถานที่นั้นได้ตามความจำเป็นในกรณีเช่นนี้ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวต้องให้ความสะดวกตามสมควร
第57条 担当官は営業時間内において、必要な場合、書類その他物品を調査するため工業団地内の工業事業者、商業事業業者、その他の工業、サービス業に有益もしくは関連する事業者の事業所に立ち入ることができる。その場合、事業者は必要な便宜を与えなければならない。
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าการ หรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้ประกอบพาณิชยกรรม*หรือผู้ประกอบกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมหรือการประกอบพาณิชยกรรม*แล้วแต่กรณี ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง เว้นแต่กรณีที่ผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายจะเห็นว่าเป็นการเร่งด่วน
②第1項により担当官が事業所に立ち入る場合、総裁または総裁が権限を委譲した者が書面により工業事業者、商業事業者、その他の有益事業者に対して少なくとも24時間前に通告しなければならない。ただし、総裁または総裁が権限を委譲する者が緊急と認めた場合を除く。

มาตรา ๕๘ พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีอำนาจตรวจค้นโรงงาน อาคาร ยานพาหนะ และบุคคล รวมตลอดถึงของใดๆ ในเขตประกอบการเสรี*
第58条 担当官、税関吏は工場、建物、車両、個人、その他自由事業区の物品を調査することができる。

มาตรา ๕๙ ถ้าพบผู้ใดกำลังกระทำความผิด หรือพยายามกระทำความผิดหรือใช้ หรือช่วย หรือยุยง ให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายว่าด้วยศุลกากรในนิคมอุตสาหกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับผู้นั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาพร้อมด้วยของกลางเพื่อดำเนินการต่อไป
第59条 本法並びに工業団地の関税関係法に違反を犯そうとしているか、意図しているか、他人に違反を犯すよう教唆した者は、担当者が逮捕状なしに逮捕することができる。また、担当官は証拠物件とともに刑事訴訟法に基づき告訴することができる。

มาตรา ๖๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๕๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
第60条 第57条、58条または59条を発動するに当たり、担当官は省令で定める身分証明書を関係者に提示しなければならない。

มาตรา ๖๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
第61条 担当官は刑法の担当官と同じとする。

หมวด ๔ การควบคุม
第4章 管理

มาตรา ๖๒ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ กนอ. เพื่อการนี้จะสั่งให้ กนอ. ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนาจที่จะสั่งให้ปฏิบัติการตามนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของ กนอ. ได้
第62条 大臣は公社の事業全般を監督するために、公社に真実を申告させ、意見を延べさせ、政府の方針または閣議の了承事項に反する行為を抑制することができる。また、政府の方針または閣議の了承事項に従って業務を執行するように命令し、公社の業務を調査するよう命令することができる。

มาตรา ๖๓ ในกรณี กนอ. จะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีให้นำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
第63条 公社が閣議に対して報告しなければならないときは大臣に報告してから閣議に報告するものとする。

มาตรา ๖๔ ในการดำเนินกิจการของ กนอ. ให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชน
第64条 公社は事業を実施するに当たり、国と国民の利益を考慮するものとする。

มาตรา ๖๕ ให้ กนอ. เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารตามระเบียบของกระทรวงการคลัง
第65条 公社は、財務省の規則従い銀行に預金口座を開設しなければならない。

มาตรา ๖๖ กนอ. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้
第66条 公社は、次の行為を行うときは事前に閣議の了承を得なければならない。
(๑) การลงทุนเพื่อจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรม
(1)工業団地造成、拡張のための投資
(๒) การเพิ่มทุนโดยตีราคาทรัพย์สินใหม่
(2)資産再評価による資本の増加
(๓) การลดทุน
(3)減資
(๔) การกู้ยืมเงินเกินสิบล้านบาท
(4)1千万バーツを超える借入れ
(๕) การออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน
(5)投資のための債権、証券の発行
(๖) การจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาเกินหนึ่งล้านบาท เว้นแต่เป็นการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรม
(6)百万バーツを超える不動産の売却。ただし、工業団地内の不動産を除く。
(๗) (ยกเลิก)
(7)削除

มาตรา ๖๗ ให้ กนอ. จัดทำงบประมาณประจำปีโดยแยกเป็นงบลงทุนและงบทำการ สำหรับงบลงทุนให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ส่วนงบทำการให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
第67条 公社は投資勘定並びに投資のための運転資金勘定に分けて予算を作成し、投資勘定は閣議の審査と同意を得なければならない。また運転資金勘定は閣議へ通知しなければならない。

มาตรา ๖๘ ให้ กนอ. วางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีอันถูกต้องแยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ และมีสมุดบัญชีลงรายการ
第68条 公社は重要な部分に分けて正しく帳簿を記帳し、毎年内部の監査を受け、以下の勘定を設けなければならない。
(๑) การรับและจ่ายเงิน
(1)収入と支出
(๒) สินทรัพย์และหนี้สิน
(2)資産および負債
ซึ่งแสดงการงานที่เป็นอยู่ตามจริงและตามที่สมควรโดยพิจารณาตามประเภทงานพร้อมด้วยข้อความอันเป็นเหตุที่มาของรายการนั้นๆ
②以上により事業の内容に従い、正しく、かつ適切に事業の内容が開示されなければならない。

มาตรา ๖๙ ทุกปี ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชีรวมทั้งการเงินของ กนอ.
第69条 会計検査局は毎年、会計検査人として公社の帳簿並びに財政状況を検査しなければならない。

มาตรา ๗๐ ผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชีมีอำนาจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่างๆ ของ กนอ. เพื่อการนี้ให้มีอำนาจสอบถามประธานกรรมการ กรรมการอนุกรรมการ พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานและลูกจ้าง
第70条 会計検査人は公社の帳簿および証憑書類を調査し、委員長、委員、小委員会委員、担当官、従業員および雇員に対して質問をすることができる。

มาตรา ๗๑ ผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชีต้องทำรายงานผลของการสอบบัญชีเสนอคณะรัฐมนตรี ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีและให้ กนอ. โฆษณารายงานประจำปีของปีที่สิ้นไปนั้น แสดงบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน ซึ่งผู้สอบบัญชีและตรวจบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
第71条 会計検査人は決算日から120日以内に検査の結果を閣議に報告しなければならない。公社は会計検査人が証明した前年度の貸借対照表、業務勘定、損益計算書を、決算日から150日以内に公示しなければならない。

หมวด ๕ บทกำหนดโทษ
第5章 罰則

มาตรา ๗๑/๑ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๙/๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
第71/1条 第39/1 条第1項に違反した者は、2年以下の懲役および4万バーツから10万バーツの罰金に処する。

มาตรา ๗๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาทและปรับอีกวันละสองร้อยบาทตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะเลิกใช้
第72条 第40条に違反した者は、2千バーツを越えない罰金に処し、告訴の日から取りやめるまで一日当たり2百バーツの罰金に処する。

มาตรา ๗๓ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท และให้ศาลสั่งให้ผู้นั้นหยุดประกอบกิจการจนกว่าจะได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
第73条 第41条第1項に違反した者は、5千バーツを越えない罰金に処すると同時に裁判所に対して、本法による許可を受けるまで業務を停止するよう請求する。

มาตรา ๗๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
第74条 第55条第1項に違反した者は、6ヶ月を越えない懲役に処すか、6万バーツを越えない罰金に処すか、または両方を科す。
ของที่นำออกไปโดยฝ่าฝืนมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง ให้ริบเสียทั้งสิ้น
②第55条第1項に違反し搬出した物品は、全て押収する。

มาตรา ๗๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
第75条 第56条第1項に違反した者は、1ヶ月を越えない懲役に処すか、1千バーツを越えない罰金に処すか、または両方を科す。

มาตรา ๗๖ ผู้ใดไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง หรือขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตามมาตรา ๕๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
第76条 第57条第1項に従い担当官に便宜を与えないか妨げた者、または、第58条に従い担当官または税関吏に対して便宜を与えなかった者は5千バーツを越えない罰金に処する。

บทเฉพาะกาล
経過処置

มาตรา ๗๗ ให้ผู้อำนวยการ พนักงานและลูกจ้างของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นผู้ว่าการ พนักงานและลูกจ้างของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้
第77条 本法施行の日に、1972年12月13日付革命団布告第339号に基づくタイ国工業団地公社の部長、職員、雇員の地位にある者は、本法に基づくタイ国工業公社の総裁、職員、雇員とする。

มาตรา ๗๘ ให้คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ประธานกรรมการและกรรมการดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยขึ้นใหม่
第78条 1972年12月13日付革命団布告第339号に基づくタイ国工業団地公社の委員会は、本法に基づくタイ国工業団地公社の委員会とし、委員長、委員は、タイ国工業団地公社の新しい委員会が選任されるまで現職にとどまるものとする。
เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง
 ②本法に基づくタイ国工業団地公社の委員会が選任されたとき、第1項の委員会は退任するものとする。

มาตรา ๗๙ บรรดานิคมอุตสาหกรรมทั่วไปที่ได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้ถือว่าเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไปตามพระราชบัญญัตินี้
 第79条 1972年12月13日付革命団布告第339号に基づき設置された工業団地は全て本法に基づく工業団地とする。

มาตรา ๘๐ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับและคำสั่ง ซึ่งออก หรือสั่งโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ และใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษาให้ใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
第80条 1972年12月13日付革命団布告第339号に基づき布告された全ての省令、告示、規則、命令で本法が官報で布告された日に有効なものは本法に反しない限り引き続き有効とする。

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อให้การดำเนินงานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นไปด้วยดียิ่งขึ้นและเหมาะสมกับสภาวะการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเสียใหม่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

*มาตรา ๓ ให้แก้คำว่า “ภาษีการค้า” ในมาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นคำว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต”

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ยกเลิกภาษีการค้าและนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้แทน สมควรแก้ไขพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อให้ผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกที่เคยได้รับยกเว้นภาษีการค้า ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแทน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการจึงไม่เหมาะสมกับสภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมและการค้าของประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สมควรเพิ่มบทบาทในด้านการค้าและการบริการเพื่อส่งสินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศให้ต่อเนื่องกับการประกอบอุตสาหกรรมในเขตอุตสาหกรรมส่งออกเพื่อให้สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบของวงจรเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ในเขตพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมที่จะจัดตั้งขึ้นยังอาจมีพื้นที่ครอบคลุมที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินด้วย สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการถอนสภาพและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และเหมาะสมกับการดำเนินการนิคมอุตสาหกรรม และโดยที่การจัดการและการจัดสรรที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีขั้นตอนตามกฎหมายต่างๆ ที่จะต้องปฏิบัติหลายฉบับ อันทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการดำเนินการให้น้อยลงเพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศสอดคล้องกับภาวะการแข่งขันและการลงทุนระหว่างประเทศ และโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ กนอ. มีอำนาจจำหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญได้ โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

*มาตรา ๑๓ ในพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้แก้ไขคำว่า “เขตอุตสาหกรรมส่งออก” เป็น “เขตประกอบการเสรี” คำว่า “การค้าเพื่อส่งออก” เป็น “พาณิชยกรรม” และคำว่า “ผู้ประกอบการค้าเพื่อส่งออก” เป็น “ผู้ประกอบ
พาณิชยกรรม”

มาตรา ๑๔ บรรดาเขตอุตสาหกรรมส่งออกที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ถือว่าเป็นเขตประกอบการเสรีตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๕ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใดอ้างถึงเขตอุตสาหกรรมส่งออก ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้นอ้างถึงเขตประกอบการเสรี

มาตรา ๑๖ บรรดาพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศที่ออกตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป

มาตรา ๑๗ บรรดาใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นหนังสืออนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามมาตรา ๓๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๘ การดำเนินการเกี่ยวกับคำขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการของพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้สอดคล้องกับพันธกรณีว่าด้วยความตกลงขององค์การการค้าโลกในเรื่องความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนและมาตรการตอบโต้ในส่วนที่เข้าข่ายเป็นการอุดหนุนต้องห้าม กำหนดให้มีการประกอบกิจการบริการในเขตอุตสาหกรรมทั่วไปได้ กำหนดให้คณะกรรมการเป็นผู้ประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว และกำหนดให้การจัดสรรที่ดินในเขตพื้นที่ที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายนอกจากนี้ ได้กำหนดให้การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมประเภทเขตประกอบการเสรี รวมทั้งการนำของหรือวัตถุดิบเข้าไปในเขตประกอบการเสรีเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และได้รับสิทธิประโยชน์ทางอากรเช่นเดียวกับของที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

工業団地入居の特典
IEAT の工業団地に立地した場合の特典をまとめると以下のようなものがある。
外国企業(外国人出資比率 49%を超える場合及び外国人株主数が全株主の半数を超え る場合)でも土地所有が可能になる。
外国人技術者・専門家・家族の入国査証、あるいは外国人労働許可証の取得が容易になる (BOI の場合と同様)。
自由事業区では機械、原材料などに課せられる関税その他の租税が免除される。なお、IEAT Free Zonesには輸出加工区として発足した当初と異なり100%輸出は義務づけられないが、IEAT Free Zonesから国内へ移入する時に、移入する品目に課せられる輸入税、物品税(あれば)、付加価値税などを納付しなければならない。
建築基準法に基づく建築許可、工場法に基づく工場設立・操業許可、都市計画法に基づく許可等、権限が分散している各種許可が、IEAT事務所、またはIEAT本部(工業団地内のワンストップサービスセンター)限りで処理しうる。

โฆษณา

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ 労働保護法1998年

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ 労働保護法1998年 ฉบับไทย-ญี่ปุ่นนี้รวบรวมมาจากข้อมูลภาษาญี่ปุ่นที่แปลโดย 国際安全衛生センター วัตถุประสงค์ของการรวบรวมก็เพื่อต้องการให้มีฐานข้อมูลคำศัพท์และสำนวนการแปลที่เกี่ยวกับกฎหมายสำหรับศึกษาและเทียบเคียง สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานแปลที่เกี่ยวกับกฎหมายเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและแม่นยำในการแปลต่อไป อนึ่งเนื่องจากเป็นการคัดลอกข้อมูลไม่ใช่การพิมพ์ขึ้นมาใหม่ ดังนั้นอาจจะมีข้อผิดพลาดเรื่องการเว้นวรรคหรือตัวอักษรตกหล่นได้ หากท่านผู้ใช้งานท่านใดตรวจพบข้อผิดพลาดดังกล่าว กรุณาแจ้งมาที่ chakkaphan.chai@gmail.com เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขต่อไป

เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ปัจจุบันมีการปรับปรุงแก้ไขไปหลายครั้งแล้ว จึงไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในแง่ของกฎหมาย ควรจะนำไปใช้ประโยขน์ในแง่ของการแปลเพียงเท่านั้น สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก 国際安全衛生センター และนักแปลผู้แปลงานชิ้นนี้ครับ

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นปีที่ ๕๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
Bumiphol Adulyadej国王陛下により統治53年目の1998年2月12日に公布

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
Bumiphol Adulyadej国王陛下のご下命で以下のように宣言する:
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
労働保護法の改正が適切であるため、国王陛下は議会の勧告と合意に基づき慈悲を持って進んで本法を公布する。

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑”
第1条 本法の名称は「労働保護法、1998年」とする。

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
第2条 本法は官報で公表した日から起算して180日を経過した後に施行される。

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
第3条 以下は廃止されなければならない:
(๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
(1) 1972年3月16日の革命議会の声明No.103
(๒) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓  ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๓๓
(2) 1972年3月16日(No.1)、1990年の法修正革命議会声明No.103  
บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
既に本法において示されている、または本法の条項に矛盾する全ての法律、規則、その他の法令は本法で置き換える。

มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่
第4条 本法は以下には適用されない   
(๑) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น
(1) 中央政府、州政府、地方政府。
(๒) รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
(2) 法を司る国有企業の労使関係下にある国有企業。
นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่งจะออกกฎกระทรวงมิให้ใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแก่นายจ้างประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้
1項とは別に、本法の全てまたは一部が特定種類の使用者に適用されることを禁じる大臣規則が発布されることもある。

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้
第5条 本法では:
“นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึง
「使用者(boss)」とは、賃金の支払いによって労働する労働者を受け入れることに同意した者、また以下の者を指す。
(๑) ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง
(1) 使用者の代理で仕事をすることを命じられた者
(๒) ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้หมายความรวมถึง ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย
(2) 使用者が法律上認められた人物である場合、その人物の代わりに行動することを認められた者、その人物の代わりに行動することを認められた者から任命を受けた者
(๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการได้ว่าจ้างด้วยวิธีเหมาค่าแรงโดยมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดรับช่วงไปควบคุมดูแลการทำงาน และรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างอีกทอดหนึ่งก็ดี มอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาลูกจ้างมาทำงาน อันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางานก็ดีโดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของลูกจ้างดังกล่าวด้วย
(3) 事業者が、労働の監督とそれに付随する段階として労働者への賃金の支払い責任をある人物に割り当てたり、就職斡旋業ではなくその事業者の責任の下で製造ま たは事業過程の一部または全体である労働者の採用をある人物に割り当てることによって、一括人件費の形で雇用した場合、その事業者はその労働者の使用者とされる。
“ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร
「労働者(employee)」は、その名称がいかなるものであろうと、賃金を受取って使用者のために労働することに合意した者を指す。
“ผู้ว่าจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงว่าจ้างบุคคลอีกบุคคลหนึ่งให้ดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของงานใดเพื่อประโยชน์แก่ตนโดยจะจ่ายสินจ้างตอบแทนผลสำเร็จแห่งการงานที่ทำนั้น
「事業主(employer)」は自分の利益のために仕事の一部または全てを行なう別の人間を雇い、仕事の成果の見返りに雇用の報酬を支払う者を指す。
“ผู้รับเหมาชั้นต้น” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับจะดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของงานใดจนสำเร็จประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง
「元請契約者(first level contractor)」とは、事業主の意図する期間、仕事の全てまたは一部を行なうことに合意した者を指す。
“ผู้รับเหมาช่วง” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำสัญญากับผู้รับเหมาชั้นต้นโดยรับจะดำเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของงานใดในความรับผิดชอบของผู้รับเหมาชั้นต้นเพื่อประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างและหมายความรวมถึงผู้ซึ่งทำสัญญากับผู้รับเหมาช่วงเพื่อรับช่วงงานในความรับผิดชอบของผู้รับเหมาช่วง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะรับเหมาช่วงกันกี่ช่วงก็ตาม
「下請契約者(sub-contractor)」とは、元請契約者の責任の下に事業主の利益のために仕事の全てまたは一部を行なうことで元請契約者との合 意が成立した者を指す。また、下請契約が何段階あるかに関わらず、下請契約者の責任の下に下請契約した仕事を行なうことで下請契約者と合意した者を指す。
“สัญญาจ้าง” หมายความว่า สัญญาไม่ว่าเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาระบุชัดเจนหรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยายซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
「雇用契約」とは、労働者と呼ばれる者が使用者(boss)と呼ばれる別の者のために働くことに合意し、使用者が仕事の期間中賃金を支払うことに合意したことが明示され、明確に理解されている書面での合意、または口頭合意を指す。
“วันทำงาน” หมายความว่า วันที่กำหนดให้ลูกจ้างทำงานตามปกติ
「労働日」とは、労働者が通常通りに働く固定日を指す。
“วันหยุด” หมายความว่า วันที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุดประจำสัปดาห์หยุดตามประเพณี หรือหยุดพักผ่อนประจำปี
「休日」とは、労働者に対し週休、祝祭日として固定された日を指す。
“วันลา” หมายความว่า วันที่ลูกจ้างลาป่วย ลาเพื่อทำหมัน ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ลาเพื่อรับราชการทหาร ลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถหรือลาเพื่อคลอดบุตร
「特別休暇(concession leave day)」は、労働者が傷病や不妊治療手術、不可欠の用事、兵役、訓練や知識技能習得や出産のために取る休日を指す。
“ค่าจ้าง” หมายความว่า เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมงรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงานและให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้
「賃金」とは、雇用契約に基づき仕事の実行に対する報酬として通常の就労期間の時間給、日給、週給、月給、その他の時間単位の報酬、または通常の労働日の 労働時間中の労働者の労働成果に従って計算して支払われる報酬について使用者と労働者が合意した金銭を指す。また、休日または労働者が働かなくても本法の 下に賃金を受け取る資格のある有給休暇(leave day)に使用者が労働者に支払う金銭も含まれる。
“ค่าจ้างในวันทำงาน” หมายความว่า ค่าจ้างที่จ่ายสำหรับการทำงานเต็มเวลาการทำงานปกติ
「労働日の賃金」とは、通常のフルタイムの労働に対し支払われる賃金を指す。
“อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ” หมายความว่า อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้
「最低賃金」とは、本法の下に賃金委員会が定めた賃金を指す。 
“อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน” หมายความว่า อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
「基本最低賃金」とは、最低賃金を定める基準として賃金委員会が決定する賃金を指す。
“การทำงานล่วงเวลา” หมายความว่า การทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือเกินชั่วโมงทำงานในแต่ละวันที่นายจ้างลูกจ้างตกลงกันตามมาตรา ๒๓ ในวันทำงานหรือวันหยุด แล้วแต่กรณี
「時間外労働」とは、第23条の下に労働日または休日に関して使用者と労働者が合意した通常の労働時間外またはそれを超えた労働、または1日の労働時間を超えた労働を指す。
“ค่าล่วงเวลา” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน
「時間外賃金」とは、使用者が労働者に労働日の時間外労働の報酬として支払う金銭を指す。
“ค่าทำงานในวันหยุด” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในวันหยุด
「休日賃金」とは、使用者が労働者に休日労働の報酬として支払う賃金を指す。
“ค่าล่วงเวลาในวันหยุด” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด
「休日時間外賃金」とは、使用者が労働者に休日の時間外労働の報酬として支払う賃金を指す。
“ค่าชดเชย” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
「解雇手当(compensation payment)」とは、使用者が労働者に対して支払うことを合意した上記の範囲以外に、雇用終了時に支払う金銭を指す。
“ค่าชดเชยพิเศษ” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลงเพราะมีเหตุกรณีพิเศษที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
「特別解雇手当て(special compensation payment)」とは、本法に示された特例の結果として雇用契約が終了した時に、使用者が労働者に支払う金銭を指す。
“เงินสะสม” หมายความว่า เงินที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
「積立金(saving)」とは、労働者が労働者福祉基金に支払う金銭を指す。
“เงินสมทบ” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบให้แก่ลูกจ้างเพื่อส่งเข้าสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
「分担金(contribution)」とは、使用者が労働者福祉基金に労働者に対する分担金として支払う金銭を指す。
“พนักงานตรวจแรงงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
「労働監督官(labour inspection officer)」とは、本法の執行のために任命された人間を指す。
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
「局長(director general)」とは、労働保護福祉局長を指す。
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
「大臣」とは、本法施行の責任者である労働社会福祉省大臣を指す。

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานตรวจแรงงานกับออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
第6条 労働社会福祉省大臣は本法施行の責任者であり、労働監督官を任命する権限を持ち、本法施行ための大臣規則や通知を発行する。           
การแต่งตั้งพนักงานตรวจแรงงานจะกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และเงื่อนไขในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยก็ได้
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
労働監督官の任命に際しては、権限の範囲、責務と責務遂行の条件も定める。
こうした大臣規則や通知は官報で発表した後発効する。

หมวด ๑ บททั่วไป
第1章 一般的条項

มาตรา ๗ การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่น
第7条 本法に基づく権利や利益の主張、獲得によって、労働者が他の法律に基づいて得る資格のある権利や利益を奪われることはない。

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เพื่อมีอำนาจฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย และเมื่อกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแจ้งให้ศาลทราบแล้ว ก็ให้มีอำนาจกระทำการได้จนคดีถึงที่สุด
第8条 大臣は、労働者や、労働者が死亡した場合はその法定代理人側に立って提訴したり、労働裁判で弁護をする権限を 持つために、政治学学位以上の資格を持つ職員を任命する権限を有する。また、労働社会福祉省がそのことを裁判所に通知した場合、同人は裁判の決着が着くま で行動する権限がある。

มาตรา ๙ ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนเงินประกันตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา ๗๐ หรือค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘ ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๒๑ และมาตรา ๑๒๒ ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี
第9条 使用者が第10条2項に基づき保証金を返還しなかったり、第70条に基づき賃金、時間外賃金、休日賃金、休日 時間外賃金を期限までに支払わなかったり、第118条に基づき解雇手当の支払いをしなかったり、第120、121、122条に基づき特別解雇手当の支払い をしなかったりした場合は、使用者はその不履行期間中、労働者に年率15%の利息を支払わなければならない。
ในกรณีที่นายจ้างจงใจไม่คืนหรือไม่จ่ายเงินตามวรรคหนึ่งโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่ วันที่ถึงกำหนดคืนหรือจ่าย ให้นายจ้างเสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน
使用者が1項に基づき返還または支払い期限から起算して7日を経過した後に合理的な理由無く故意に返還または支払をしない場合は、使用者は7日間毎に未払い分について年率15%の課徴金を労働者に支払わなければならない。
ในกรณีที่นายจ้างพร้อมที่จะคืนหรือจ่ายเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสองและได้นำเงินไปมอบไว้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้าง นายจ้างไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่นายจ้างนำเงินนั้นไปมอบไว้
使用者が1項および2項に基づき返還または支払いをする用意があり、局長または局長によって任命された者に労働者へ支払う金銭を預けた場合は、使用者は金銭を預けた日以降は利息または課徴金を支払う必要はない。

มาตรา ๑๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๕๑ วรรคสอง ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้างเว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับเงินประกันจากลูกจ้างได้ ตลอดจนจำนวนเงินและวิธีการเก็บรักษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
第10条 第51条2項により、使用者が被害を被った場合に使用者の金銭、財産に対し労働者に責任があるような性質の 労働である場合以外は、使用者は労働者による労働被害について保証金を要求したり受け取ってはならない。これに関連して、労働被害に対する保証金を労働者 に要求したり労働者から受けとったりする性質の労働は、その金額やそれを管理する過程と合わせて、労働社会福祉省大臣が通知で定める基準や過程に従わなけ ればならない。
ในกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกัน หรือทำสัญญาประกันกับลูกจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหายที่ลูกจ้างเป็นผู้กระทำ เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง หรือลูกจ้างลาออกหรือสัญญาประกันสิ้นอายุ ให้นายจ้างคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้างหรือวันที่ลูกจ้างลาออก หรือวันที่สัญญาประกันสิ้นอายุ แล้วแต่กรณี
使用者が保証金を要求したり受け取ったり、労働者との間に労働者が起こした損害に対する賠償金について合意がある場合、使用者が雇用を終了したり労働者が 退職したり保証合意期限が終了した時点で、使用者は雇用終了または労働者の退職、保証合意の期限切れから起算して7日以内に労働者に保証金を利息と共に返 還しなければならない。

มาตรา ๑๑ หนี้ที่เกิดจากการไม่ชำระค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่มให้ลูกจ้างหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณี มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของนายจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
第11条 賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金、解雇手当、特別解雇手当、積立金、分担金、労働者または労働保護福祉局への課徴金の支払い不履行による債務は、民事商業法の下の税金に対する優先権と同じレベルで債務者である使用者の財産に対し優先権を持つ。

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง ให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปหากมีตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้างค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษเงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม
第12条 使用者が下請契約者である場合、元請契約者に至る契約者のより上位の契約者が賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金、解雇手当、特別解雇手当、積立金、分担金、労働者または労働保護福祉局への課徴金に対して使用者である下請契約者と連帯責任を持つ。
ให้ผู้รับเหมาชั้นต้น หรือผู้รับเหมาช่วงตามวรรคหนึ่งมีสิทธิไล่เบี้ยเงินที่ได้จ่ายไปแล้วตามวรรคหนึ่งคืนจากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้าง
1項に元請契約者または下請契約者は、1項に基づいて支払われた金銭の返済について使用者である下請契約者から賠償を求める権利を持つ。

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่กิจการใดมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้างเนื่องจากการโอน รับมรดกหรือด้วยประการอื่นใด หรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด สิทธิต่าง ๆ ที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมเช่นใดให้ลูกจ้างมีสิทธิเช่นว่านั้นต่อไป และให้นายจ้างใหม่รับไปทั้งสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการ
第13条 譲渡、相続などいかなる理由でも使用者が変わったり、その使用者が法律上認められた人物で、他の法律上認められた人物に交替、譲渡、吸収合併された場合、労働者は元と同じ権利を持ち続け、新旧の使用者は全ての面で労働者に関連する権利と義務を負う。

มาตรา ๑๔ ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างให้ถูกต้องตามสิทธิและหน้าที่ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
第14条 本法に特に規定がない限り、使用者は民事商業法に定められた権利と義務に従い労働者を正しく処遇しなければならない。

มาตรา ๑๕ ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างชายและหญิงโดยเท่าเทียมกันในการจ้างงาน เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้
第15条 使用者は、労働の性質上不可能な場合を除いて、雇用において男女を平等に処遇しなければならない。

มาตรา ๑๖ ห้ามมิให้นายจ้างหรือผู้ซึ่งเป็นหัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกินทางเพศต่อลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงหรือเด็ก
第16条 使用者(boss)または労働責任者(a person who is a work chief)、労働監督者(work supervisor)、労働監督官(work inspector)の立場にある者は、女性労働者または年少労働者に対する性的嫌がらせをしてはならない。

มาตรา ๑๗ สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
第17条 雇用契約は雇用契約期限の切れる時に終了する。事前通告の必要はない。
ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน
雇用契約に期限がない場合、使用者または労働者は、賃金の支払い期限またはそれ以前に相手に対し書面で事前通知して次の賃金支払い期限に労使間契約が中止されるように雇用契約を終了することができる。しかし、3か月以上前に通知する必要はない。
ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้าง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง นายจ้างจะยกเหตุตามมาตรา ๑๑๙ ขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้
使用者が雇用契約を終了する場合、使用者が雇用契約の終了通知でその理由を明示しない時は、使用者は第119条に基づいた場合に理由を挙げなくてもよい。
การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดทีบอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้และให้ถือว่าการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามวรรคนี้ เป็นการจ่ายสินจ้างให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา ๕๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2項に基づく雇用契約終了の場合、使用者は通知で示した期限に従い契約の終了時まで支払われるべき金額の賃金を支払って労働者をすぐにその労働から解放し てもよい。同項を満たす労働者への賃金の支払いは、民事商業法第582条に基づく労働者に対する雇用報酬の支払いと見なされる。
การบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่การเลิกจ้างตามมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัตินี้ และมาตรา ๕๘๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
同条に基づく事前通知は本法第119条および民事商業法第583条に基づく雇用終了には適用されない。

มาตรา ๑๘ ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อพนักงานตรวจแรงงาน ให้นายจ้างแจ้งด้วยตนเอง แจ้งโดยทางไปรษณีย์ หรือแจ้งโดยทางโทรสาร แล้วแต่กรณี ณ สถานที่ที่อธิบดีประกาศกำหนด
第18条 本法によって使用者が労働監督官に何らかの決定を知らせる必要がある場合は、使用者は直接、または郵便かファックスで局長通知で定める場所宛に知らせなければならない。

มาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นับวันหยุด วันลา วันที่นายจ้างอนุญาตให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง และวันที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง รวมเป็นระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างด้วย
第19条 本法に基づく労働者の労働期間の計算については、休日、有給休暇、使用者から労働者のための休日として認められた日、使用者が労働者に使用者のために休日とするように求めた日を労働者の労働日数として含まなければならない。

มาตรา ๒๐ การที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานติดต่อกันโดยนายจ้างมีเจตนาที่จะไม่ให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิใดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่านายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในหน้าที่ใดและการจ้างแต่ละช่วงมีระยะเวลาห่างกันเท่าใดก็ตาม ให้นับระยะเวลาการทำงานทุกช่วงเข้าด้วยกัน เพื่อประโยชน์ในการได้สิทธิของลูกจ้างนั้น
第20条 使用者が意図的に労働者が本法に基づく権利を持たせないために労働者を連続的に働かせなかった場合、使用者が労働者に命じた業務内容や労働期間の間の休止期間に関わらず、労働者に権利を与えるために全労働期間を含めなければならない。

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้นายจ้างต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเพื่อการนั้น
第21条 本法により使用者が出費を伴う行動を起こさなければならない場合、使用者はその行動に対する費用を支払う本人でなければならない。

มาตรา ๒๒ งานเกษตรกรรม งานประมงทะเล งานบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล งานที่รับไปทำที่บ้าน งานขนส่ง และงานอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาจะกำหนดในกฎกระทรวงให้มีการคุ้มครองแรงงานกรณีต่าง ๆ แตกต่างไปจากพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
第22条 農業、漁業、海運業または海運積荷取り扱い業、在宅業務、輸送業、国王命令で定められたその他の業務は、本法の適用される労働とは異なる労働保護例を扱う行政規制で定める。

หมวด ๒ การใช้แรงงานทั่วไป
第2章 労働者の一般的使用
มาตรา 23 ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้าง ทราบโดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวัน ของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงาน ตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมงและเมื่อรวม เวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่ งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างที่ กำหนดในกฎกระทรวง จะมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งต้องไม่เกิน เจ็ดชั่วโมง แต่เมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน สี่สิบสองชั่วโมง
第23条 使用者は労働者に対し通常の労働時間を示し、労働者の1日の労働開始時間と終了時間の規定が大臣規則に定め られた労働の分類に従った労働時間を超えないようにしなければならない。しかし1日の労働時間は8時間を超過してはならず、1週間の合計労働時間は48時 間を超えてはならない。ただし、大臣規則で労働者の健康と安全に有害である可能性があると定められた仕事については1日の通常の労働時間は7時間を超過し てはならず、1週間の合計労働時間は42時間を超過してはならない。
ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจประกาศกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลา สิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันได้เนื่องจากลักษณะหรือสภาพของงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดชั่วโมงทำงานแต่ละวันไม่เกิน แปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่ เกินสี่สิบแปดชั่วโมง
労働の性質上、使用者が労働の開始時間と終了時間を固定できない場合は、労使間で調整して1日に8時間まで、1週間に48時間までの労働時間を決めなければならない。

มาตรา 24 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวัน ทำงาน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป
第24条 使用者は基本的にその時その時に労働者の合意が得られなければ、労働日の時間外労働を労働者に強制してはならない。
ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานล่วง เวลาได้เท่าที่จำเป็น
中断すると業務に支障をきたしたり、緊急業務であったり、大臣規則で定められたその他の労働など労働の性質上継続して行なわなければならない場合は、使用者は必要範囲内で労働者に時間外労働を命じることができる。

มาตรา 25 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด เว้นแต่ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้ ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็น
第25条 使用者は労働者に休日労働を強制してはならない。ただし、中断すると業務に支障をきたしたり、緊急業務である場合など労働の性質上継続して行なわなければならない場合は、使用者は必要範囲内で労働者に休日労働を命じることができる。
นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้สำหรับกิจการ โรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านขายอาหาร ร้านขาย เครื่องดื่มสโมสรสมาคม สถานพยาบาล หรือกิจการอื่นตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง
ホテル、娯楽施設、輸送業、飲食料品販売店、クラブ、協会、医療機関、その他大臣規則に定められた業務に関しては、使用者は労働者に休日労働を命じることができる。
เพื่อประโยชน์แก่การผลิต การจำหน่าย และการบริการ นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงาน นอกจากที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง และสองในวันหยุดเท่าที่จำเป็น โดยได้รับความยินยอมจาก ลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป
製造、販売、サービスについては、使用者は労働者に1、2項の規定以外に、必要な範囲で休日労働を命じることができる。その際、労働者の合意が最初に得られなければならない。

มาตรา 26 ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาตาม มาตรา 24 วรรคหนึ่ง และชั่วโมงทำงานในวันหยุดตาม มาตรา 25 วรรคสอง และวรรคสาม เมื่อรวมแล้วจะต้องไม่เกินอัตราตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง
第26条 第24条1項に基づく時間外労働、第25条2、3項に基づく休日労働の時間数の合計が大臣規則に定める時間数を超えてはならない。

มาตรา 27 ในวันที่มีการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้าง มีเวลาพักระหว่างการทำงานวันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงหลัง จากที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกินห้าชั่วโมงติดต่อกัน นายจ้าง และลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักครั้งหนึ่งน้อยกว่า หนึ่งชั่วโมงได้ แต่เมื่อรวมกันแล้ววันหนึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่ง ชั่วโมง
第27条 労働日には、使用者は労働者の連続労働時間が5時間を超える前に、1日1時間以上の休憩時間を取れるようにしなけらばならない。労使間で事前に1時間未満の休憩時間で合意することもできるが、1日の休憩時間の合計は1時間以上でなければならない。
ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดเวลาพักระหว่าง การทำงานตามวรรคหนึ่งเป็นอย่างอื่น ถ้าข้อตกลงนั้นเป็นประโยชน์ แก่ลูกจ้าง ให้ข้อตกลงนั้นใช้บังคับได้
労使が1項の規定以外の休憩時間で合意した場合、その合意が労働者に有利であれば有効である。
เวลาพักระหว่างการทำงานไม่ให้นับรวมเป็นเวลาทำงาน เว้น แต่เวลาพักที่รวมกันแล้วในวันหนึ่งเกินสองชั่วโมง ให้นับเวลาที่เกิน สองชั่วโมงนั้นเป็นเวลาทำงานปกติ
労働中の休憩時間は労働時間に含まれないが、1日の休憩時間の合計が2時間を超えた場合は、2時間を超えた部分は通常の労働時間として数えなければならない。
ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อย กว่าสองชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักไม่น้อยกว่ายี่สิบ นาทีก่อนที่ลูกจ้างเริ่มทำงานล่วงเวลา
通常の労働時間終了から2時間以上経過する前に継続して時間外労働を行なった場合、使用者は労働者が時間外労働を始める前に20分以上の休憩時間をとれるようにしなければならない。
ความในวรรคหนึ่งและวรรคสี่มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ลูกจ้าง ทำงานที่มีลักษณะ หรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปโดยได้ รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือเป็นงานฉุกเฉิน
労働者が合意していたり、緊急業務であるなど労働の性質上業務を継続しなければならない仕事を労働者が行なっている場合には、1、4項の規定は適用されない。

มาตรา 28 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งวันโดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมี ระยะห่างกันไม่เกินหกวัน นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วง หน้ากำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้
第28条 使用者は労働者が週休を1日以上取れるよう、つまり週休の間隔が6日以下になるようにしなければならない。使用者と労働者は前もって週休日をいつにするか合意の上決めて良い。
ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานใน ที่ทุรกันดาร หรืองานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้าง และลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าสะสมวันหยุดประจำสัปดาห์และ เลื่อนไปหยุดเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาสี่สัปดาห์ติดต่อกัน
労働者がホテル業、輸送業、森林や地方の業務、その他大臣規則で定められた業務に従事する場合は、労使間の事前合意があれば週休を貯め、後でまとめて休日を取ってもよい。しかしこれは連続4週までとする。

มาตรา 29 ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตาม ประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่า สิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด
第29条 使用者は事前に労働者に慣習的休日(traditional holiday)を決めて通知しなければならない。年間の慣習的休日数は大臣通知で定めたメーデーを含め13日以上でなければならない。
ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจาก วันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น
使用者は慣習的休日を国家の祝日、宗教的休日、地方の慣習的休日に合わせて決めなければならない。
ในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุด ประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างได้หยุดชดเชยวันหยุด ตามประเพณีในวันทำงานถัดไป
慣習的休日が労働者の週休と重なった場合は、労働者は翌労働日に慣習的休日の代休をとることができる。
ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจให้ลูกจ้างหยุดตามประเพณี ได้ เนื่องจากลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงาน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้นายจ้างตกลงกับลูกจ้าง ว่า จะหยุดในวันอื่นชดเชยวันหยุดตามประเพณีหรือ นายจ้างจะจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้ก็ได้
労働者の労働の性質が大臣規則に定められるものであるため、使用者が労働者に慣習的休日を取らせることができない場合は、使用者は労働者が代休をとることに合意しなければならない。そうでない場合は使用者が労働者に休日賃金を支払わなければならない。

มาตรา 30 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมี สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงานโดยให้ นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือ กำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
第30条 1年間勤続した労働者は年に6日以上の年次休暇(annual leave)を取る権利があり、使用者はその休暇を事前に決定するか、使用者と労働者の合意に従ってそれを決定しなければならない。
ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ ลูกจ้างมากกว่าหกวันทำงานก็ได้
翌年、使用者はその労働者に7日以上の年次休暇を決定できる。
ในายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อน วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้
使用者と労働者は事前合意により、その年に取らない年休を貯めて翌年に持ち越し、翌年分と合わせて取ってもよい。
สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนด วันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างโดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้
勤続1年未満の労働者については、使用者は日数に応じて労働者の年休を決定する。

มาตรา 31 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดในงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความ ปลอดภัยของลูกจ้างตาม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง
第31条 使用者は第23条の1項に示したように労働者の健康と安全に有害な可能性のある時間外労働または休日労働を強制してはならない。

มาตรา 32 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การ ลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไปนายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบ รับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาล ของทางราชการในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองของแพทย์ แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ
第32条 労働者は傷病の程度に応じて傷病休暇を取る権利がある。3労働日以上の傷病休暇については、使用者は労働者 に西洋第1級医師または政府医療機関の医師の医療証明書の提出を求めることができる。労働者が西洋第1級医師または政府医療機関の医師の医療証明書を提出 できない場合は、労働者は使用者に説明しなければならない。
ในกรณีที่นายจ้างจัดแพทย์ไว้ ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบ รับรอง เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้
使用者が医師を斡旋した場合、労働者がその医師の診断を受けられない場合以外は、証明書を発行できる医師でなければならない。
วันที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานและวันลาเพื่อ คลอดบุตรตาม มาตรา 41 มิให้ถือเป็นวันลาป่วยตาม มาตรา นี้
労働者が労働に由来する傷病によって従事できない日、第41条に基づく出産休暇は、同条の下の傷病休暇とは見なされない。

มาตรา 33 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิลา เนื่องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง กำหนดและออกใบรับรอง
第33条 労働者は不妊治療手術を受けるための休暇を取る権利を持ち、西洋第1級医師または政府医療機関の医師が定める期間の不妊治療手術休暇を取る権利を持つ。これについて西洋第1級医師が証明書を発行する。

มาตรา 34 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
第34条 労働者は就業規則に従い不可欠な用事のための休暇を取る権利を持つ。

มาตรา 35 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการ เรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความ พรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
第35条 労働者は兵役に関する法律に従い、査察のための動員、軍事教練、集団検査のための兵役休暇を取る権利を持つ。

มาตรา 36 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนา ความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ กระทรวง
第36条 労働者は大臣規則に定められた基準や手続きに従い、訓練や知識技能開発のための休暇を取る権利を持つ。

มาตรา 37 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกินอัตราน้ำหนักตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง
第37条 使用者は大臣規則に定められた重量を超える重い物を両手で持ち上たり運んだり、肩に担いだ棒の両端にぶら下げて運んだり、頭上に載せて運んだり、曳いたり押したりすることを命じてはならない。

หมวด ๓ การใช้แรงงานหญิง
第3章 女性労働者の使用

มาตรา 38 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงาน อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
第38条 使用者は女性労働者に以下の労働をさせてはならない:
(1) งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา เว้นแต่ลักษณะของงานไม่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้างนั้น
(1) 労働が労働者の健康や体に有害でない場合以外は、地下、水中、洞穴、山のトンネルまたは立坑で行なわなければならない採鉱労働、建設労働。
(2) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป
(2) 地上から10メートル以上の足場で行なわなければならない労働。
(3) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ
(3) 爆発物または可燃物の製造または運搬。
(4) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(4) 大臣規則に定められたその他の労働。

มาตรา 39 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
第39条 使用者は妊婦に22時から6時までの間の労働や、時間外労働、休日労働、又は以下の労働をさせてはならない:
(1) งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่น สะเทือน
(1) 振動する機械またはエンジンに関わる労働。
(2) งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
(2) 乗り物で移動する労働。
(3) งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกิน สิบห้ากิโลกรัม
(3) 15キロを超える重い物を両手で持ち上たり運んだり、肩に担いだ棒の両端にぶら下げて運んだり、頭上に載せて運んだり、曳いたり押したりする労働。
(4) งานที่ทำในเรือ
(4) 船内労働。
(5) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(5) 大臣規則に定められたその他の労働。

มาตรา 40 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงทำงาน ระหว่างเวลา 24.00 นาฬิกาถึงเวลา 06.00 นาฬิกา และพนักงาน ตรวจแรงงานเห็นว่างานนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความ ปลอดภัยของหญิงนั้น ให้พนักงานตรวจแรงงานรายงานต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งให้นายจ้างเปลี่ยน เวลาทำงาน หรือลดชั่วโมงทำงานได้ตามที่เห็นสมควร และให้นาย จ้างปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
第40条 使用者が22時から6時の間女性労働者に労働を命じ、労働監督官がその労働がその女性の健康と安全に有害であると判断し た場合、労働監督官はそれを局長または局長が任命した人物に報告し、使用者による労働時間や労働時間数の是正を考慮し命令することを促さなければならな い。使用者はその命令に従わなければならない。

มาตรา 41 ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอด บุตรครรภ์หนึ่งไม่เกินเก้าสิบวัน
第41条 妊婦は1回の妊娠期間中に90日以下の産休を取る権利を持つ。
วันลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย
1項による休暇には、その休暇中の休日も含まれる。

มาตรา 42 ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีใบรับรอง ของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่ เดิมต่อไปได้ ให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่ เดิมเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ และให้นายจ้างพิจารณา เปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างนั้น
第42条 妊婦が現在の労働を続けることができない旨の西洋第1級医師の発行する医療証明書を提出した場合、労働者は現在の業務を出産前後に一時的に変更することを使用者に求める権利を持ち、使用者はその労働者に適当な業務に変更することを考慮しなければならない。

มาตรา 43 ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะ เหตุมีครรภ์
第43条 使用者は妊婦であるという理由で女性労働者を解雇してはならない。

หมวด ๔ การใช้แรงงานเด็ก
第4章 年少労働者の使用

มาตรา 44 ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง
第44条 使用者は労働者として15才未満の年少者を雇用してはならない。

มาตรา 45 ในกรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างปฏิบัติดังนี้
第45条 18才未満の年少者を労働者として雇用する場合、使用者は以下のようにしなければならない:
(1) แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจ แรงงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน
(1) 年少労働者の労働開始から起算して15日以内に年少労働者の雇用について労働監督官に報告しなければならない。
(2) จัดทำบันทึกสภาพการจ้างกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง พร้อมที่จะให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ในเวลาทำการ
(2) 雇用条件を使用者の事業所または事務所に保管している元の条件から変更した場合、労働時間中の労働監督官の査察に備えて雇用条件記録を作成しなければならない。
(3) แจ้งการสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั่นต่อพนักงาน ตรวจแรงงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เด็กออกจากงาน
(3) 年少労働者の雇用の中止はその年少者が労働を中止した日から起算して7日以内に労働監督官に報告しなければならない。
การแจ้งหรือการจัดทำบันทึกตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบ ที่อธิบดีกำหนด
局長が定める書式に従い、1項に基づき報告または記録の作成をしなければならない。

มาตรา 46 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กมีเวลาพัก วันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงติดต่อกันหลังจากที่ลูกจ้างทำงาน มาแล้วไม่เกินสี่ชั่วโมง แต่ในสี่ชั่วโมงนั้นให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กได้มี เวลาพักตามที่นายจ้างกำหนด
第46条 使用者は年少労働者の連続労働時間が4時間を超える前に、1日当り連続1時間以上の休憩時間をとれるようにしなければならない。いかなる場合でも、その4時間の間に年少労働者は使用者が定めた休憩時間を取らなければならない。

มาตรา 47 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำ กว่าสิบแปดปีทำงานในระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
第47条 使用者は、局長または局長の任命した人物の許可が得られなければ、18才未満の年少労働者に22時から6時までの間の労働を強制してはならない。
ให้นายจ้างอาจให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีและเป็น ผู้แสดงภาพยนต์ ละครหรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันทำงาน ในระหว่างเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก นั้นได้พักผ่อนตามสมควร
使用者は映画俳優、ショーの出演者などの18才未満の年少労働者を前項の時間に労働させることができる。これに関連して、使用者はその年少労働者が適切な休憩をとることができるようにしなければならない。

มาตรา 48 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำ กว่าสิบแปดปีทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด
第48条 使用者は18才未満の年少労働者に時間外労働や休日労働をさせてはならない。

มาตรา 49 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า สิบแปดปีทำงานอย่างหนี่งอย่างใดดังต่อไปนี้
第49条 使用者は18才未満の年少労働者に以下の労働をさせてはならない:
(1) งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ
(1) 金属の精錬、吹き付け、鋳造、圧延。
(2) งานปั๊มโลหะ
(2) 金属圧断。
(3) งานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทีอน เสียง และแสงที่มีระดับแตกต่างจากปกติ อันอาจเป็นอันตรายตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง
(3) 通常のレベルではなく大臣規則で有害の可能性があるとされる者熱、寒冷、振動、騒音、光に関わる労働。
(4) งานเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎ กระทรวง
(4) 大臣規則に定められる有害化学物質に関わる労働。
(5) งานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเชื้ออื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(5) ウイルス、細菌、黴、その他の大臣規則に定められる菌などの微生物に関わる労働。
(6) งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่ งานในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(6) 大臣規則に定められるように、ガソリンスタンドの給油サービスを除く、有害物質、爆発物、可燃物に関わる労働。
(7) งานขับหรือบังคับรถยกหรือปั้นจั่นตามที่กำหนดในกฎ กระทรวง
(7) 大臣規則に定められるようにフォークリフトやクレーンの運転、制御。
(8) งานใช้เลื่อยเดินด้วยพลังไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์
(8) 電気のこぎりまたは動力のこぎりを使用する労働。
(9) งานที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ อุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา
(9) 地下、水中、洞穴、山中のトンネルや立坑で行なう労働。
(10) งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(10) 大臣規則に定められたように放射能に関わる労働。
(11) งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ขณะที่เครื่อง จักรหรือเครื่องยนต์กำลังทำงาน
(11) 機械またはエンジンが稼動している間の機械またはエンジンの清掃。
(12) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่สิบเมตรขึ้นไป
(12) 地上10メートル以上の足場で行なわなければならない労働。
(13) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(13) 大臣規則に定めたその他の労働。

มาตรา 50 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำ กว่าสิบแปดปีทำงานในสถานที่ดังต่อไปนี้
第50条 使用者は18才未満の年少労働者を以下の場所で労働させてはならない:
(1) โรงฆ่าสัตว์
(1) 屠殺場。
(2) สถานที่เล่นการพนัน
(2) カジノ。
(3) สถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง
(3) ダンスホール、フォークダンスホール、ランジェングホール。
(注) ランジェング(ronggeng)マレーの伝統的舞踏
(4) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำ หน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า หรือโดยมี ที่สำหรับพักผ่อนหลับนอนหรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า
(4) ホステスが顧客に食品、アルコール、お茶その他の飲料を販売、提供したり、顧客に休憩、睡眠、マッサージサービスを提供する場所。
(5) สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(5) 大臣規則に定めたその他の場所。

มาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่ง เป็นเด็ก ให้แก่บุคคลอื่น
第51条 使用者は年少労働者の賃金を第3者に支払ってはならない。
ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันเพื่อการใดๆ จาก ฝ่ายลูกจ้าง ซึ่งเป็นเด็ก
使用者は年少労働者側からいかなる目的でも保証金を要求したり受けとってはならない。
ในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก บิดามารดาหรือผู้ปกครอง ของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กจ่ายหรือรับเงินหรือประโยชน์ตอบแทนใดๆ
เป็นการล่วงหน้าก่อนมีการจ้าง ขณะแรกจ้างหรือก่อนถึงงวดการ จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กในแต่ละคราว มิให้ถือว่าเป็น การจ่ายหรือรับค่าจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้น และห้ามมิให้ นายจ้างนำเงินหรือประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวมาหักจากค่าจ้าง ซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กตามกำหนดเวลา
使用者、年少労働者、その親または後見人が雇用の発生する前、雇用開始時、または年少労働者への賃金支払い段階以前の時点で金銭または報酬を支払ったり受 け取ったりした場合、それはその年少労働者の賃金への支払いまたは受領とは見なされず、使用者は期限までに年少労働者に支払わなければならない賃金からそ の金額を差し引いてはならない。

มาตรา 52 เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและส่งเสริม คุณภาพชีวิตและการทำงานของเด็กให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุ ต่ำกว่าสิบแปดปี มีสิทธิลาเพื่อเข้าที่ประชุม สัมมนา รับการ อบรม รับการฝึกหรือลาเพื่อการอื่นซึ่งจัดโดยสถานศึกษาหรือ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่อธิบดีเห็นชอบโดยให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นเด็กแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าถึงเหตุที่ลาโดยชัดแจ้ง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องถ้ามี และให้นายจ้างจ่ายค่า จ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอด ระยะเวลาที่ลาแต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน
第52条 生活の質と年少者の労働の発展と促進のため、18才未満の年少労働者は会合やセミナーに参加し、局長の認可 した教育施設や公的・民間機関が組織する訓練を受けたり活動に参加するための休暇を取る権利がある。年少労働者は使用者にこの休暇を取る理由を事前に明ら かにし、関連文書を示さなければならない。使用者はこの休暇期間中は労働日の賃金に等しい額の賃金を年少労働者に支払わなければならない。しかし、この休 暇の日数は年に30日を超えてはならない。

หมวด ๕ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
第5章 賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金

มาตรา 53 ในกรณีที่งานมีลักษณะและคุณภาพอย่างเดียวกัน และปริมาณเท่ากัน ให้นายจ้างกำหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงาน ในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างเท่าเทียมกันไม่ว่า ลูกจ้างนั้นจะเป็นชายหรือหญิง
第53条 労働の性質と質、量が同じ場合は、使用者は労働者の性別に関わらず、賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金を労働者に平等に定めなければならない。

มาตรา 54 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงาน ในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องใน การจ้าง บรรดาที่จ่ายเป็นเงินต้องจ่ายเงินตราไทย เว้นแต่ได้รับ ความยินยอมจากลูกจ้างให้จ่ายเป็นตั๋วเงินหรือเงินตราต่างประเทศ
第54条 使用者は、手形または外貨での支払いについて労働者の合意を得ている場合を除いて、賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金、その他の労働による金銭的報酬をタイ通貨で労働者に支払わなければならない。

มาตรา 55 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงาน ในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุดและเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องใน การจ้างให้แก่ลูกจ้าง ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ถ้าจะจ่าย ณ สถานที่อื่นหรือด้วยวิธีอื่นต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
第55条 使用者は労働者の作業場で賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金、その他の労働による金銭的報酬を労働者に支払わなければならない。支払いが別の場所または別の方法で行なわれる場合は、労働者の合意が得られなければならない。

มาตรา 56 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่ากับ ค่าจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุดตังต่อไปนี้
第56条 使用者は以下の休日について労働日の賃金と同じ額を労働者に支払わなければならない:
(1) วันหยุดประจำสัปดาห์ เว้นแต่ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้าง รายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(1) 週休。ただし日給、時給、または労働成果に従い単位計算した賃金を受け取る労働者を除く。
(2) วันหยุดตามประเพณี
(2) 慣習的休日。
(3) วันหยุดพักผ่อนประจำปี
(3) 年次休暇(an annual leave holiday)。

มาตรา 57 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลา ป่วย ตาม มาตรา 32 เท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอด ระยะเวลาที่ลาแต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวันทำงาน
第57条 使用者は第32条の下に傷病療休暇を取った労働者に対し、その休暇期間中は労働日の賃金に等しい額を支払わなければならない。しかし、この休暇は年間30日を超えてはならない。
ในกรณีที่ลูกจ้างใช้สิทธิลาเพื่อทำหมันตาม มาตรา 33 ให้ นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลานั้นด้วย
労働者が第33条に基づき不妊治療手術のための休暇を取る権利を行使した場合、使用者はその日にも同様に労働者に賃金を支払わなければならない。

มาตรา 58 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลา เพื่อรับราชการทหารตาม มาตรา 35 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกินหกสิบวัน
第58条 使用者は第35条の下に兵役休暇を取得している労働者には労働日と同じ賃金をその全日について支払わなければならない。ただし、この休暇は年間60日を超えてはならない。

มาตรา 59 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็น หญิงในวันลาเพื่อคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอด ระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินสี่สิบห้าวัน
第59条 使用者は産休中の女性労働者にその休暇中は労働日と同額の賃金を支払わなければならない。しかし、この休暇は45日を超えてはならない。
(注)年次休暇と特別休暇が有給休暇ということになる。

มาตรา 60 เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายค่าจ้างตาม มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 มาตรา 71 และ มาตรา 72 ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันหยุดหรือวันลาเท่ากับค่าจ้างโดย เฉลี่ยในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับในงวดการจ่ายค่าจ้างก่อน วันหยุดหรือวันลานั้น
第60条 第56、57、58、59、71、72条に基づく賃金について、労働者が労働成果に応じて単位計算で賃金を受け取る場合、使用者は労働者が休日または有給休暇前の賃金支払い日に受け取った労働日の平均賃金に等しい賃金を休日または有給休暇(leave day)について労働者に支払わなければならない。

มาตรา 61 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างอัตราไม่ น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตรา ค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับ ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
第61条 使用者が労働者に労働日の時間外労働をさせた場合、使用者は労働時間に従い労働日の時間給の1.5倍以上、 または労働成果に従い単位計算した賃金の支払いを受けている労働者については労働成果に従い労働日の単位給の1.5倍以上の時間外賃金を労働者に支払わな ければならない。

มาตรา 62 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด ตาม มาตรา 28 มาตรา 29 หรือ มาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าทำ งานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตรา ดังต่อไปนี้
第62条 使用者が第28、29、30条に従い労働者に休日労働させた場合、使用者は以下の割合で労働者に休日賃金を支払わなければならない。
(1) สำหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่าย เพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของ อัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(1) 休日賃金を受け取る資格のある労働者については労働時間に比例して労働日の時間給の1倍以上、労働成果に従い単位給で賃金の支払いを受けている労働者については労働成果に従い労働日の単位給の1倍以上の付加賃金が支払われなければならない。
(2) สำหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่าย ไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตาม จำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อ หน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้ รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(2) 休日賃金を受け取る資格のない労働者については労働時間に比例して労働日の時間給の2倍以上、または労働成果に従い単位給で賃金の支払いを受けている労働者については労働成果に従い労働日の単位給の2倍以上の賃金が支払われなければならない。

มาตรา 63 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างใน อัตราไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้าง ต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่ง ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
第63条 使用者が労働者に休日時間外労働をさせた場合、使用者は労働時間に比例して労働日の時給の3倍以上、または労働成果に従い単位給で賃金の支払いを受けている労働者については労働成果に従い労働日の単位給の3倍以上の賃金を支払わなければならない。

มาตรา 64 ในกรณีที่นายจ้างมิได้จัดให้ลูกจ้างหยุดงาน หรือจัดให้ลูกจ้างหยุดงานน้อยกว่าที่กำหนดไว้ตาม มาตรา 28 มาตรา 29 และ มาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ใน มาตรา 62 และ มาตรา 63 เสมือนว่านายจ้างให้ลูกจ้างทำงาน ในวันหยุด
第64条 使用者が労働者が休憩時間を取れるようにしなかったり、第28、29、30条の下に定められた時間未満の休 憩時間しか設けなかった場合、使用者は労働者に休日労働を命じたのと同様に、第62、63条に定められた割合で労働者に休日賃金または休日時間外賃金を支 払わなければならない。

มาตรา 65 ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่หรือซึ่งนายจ้างให้ ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตาม มาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตาม มาตรา 63 แต่ลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างให้ทำงานตาม (2) (3) (4) (5) (6) (7) หรือ (8) มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ
第65条 以下の権限と義務を負う労働者、または使用者から以下の仕事をする指示を受けている労働者は、第61条に基 づき時間外賃金、第63条に基づき休日時間外賃金を受け取る資格はない。しかし、使用者から(2)(3)(4)(5)(6)(7)(8)に基づき業務を行 なうように指示を受けている労働者は労働時間に応じて労働日の時間給に等しい報酬を受け取る資格がある。
(1) ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างสำหรับ กรณีการจ้าง การให้บำเหน็จการลดค่าจ้าง หรือการเลิกจ้าง
(1) 雇用、報酬の支払い、賃金削減、雇用中止について使用者の代わりに行動する権限と義務を負う労働者。
(2) งานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบน ขบวนรถและงานอำนวยความสะดวกแก่การเดินรถ
(2) 列車に対して行なう業務と列車の運行を円滑にする業務から成る鉄道業務準備作業。
(3) งานเปิดปิดประตูน้ำหรือประตูระบายน้ำ
(3) 水門または放水門の開閉業務。
(4) งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ
(4) 水位を読み、水量を計測する業務。
(5) งานดับเพลิงหรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ
(5) 消火業務または公的災害防止業務
(6) งานที่มีลักษณะหรือสภาพที่ต้องออกไปทำงานนอกสถาน ที่ และโดยลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่ แน่นอนได้
(6) 戸外で行なう必要のある業務や、業務の性質上業務時間が定められない業務。
(7) งานอยู่เวรเฝ้ายามดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้า ที่การทำงานตามปกติของลูกจ้าง
(7) 労働者の通常業務ではない場所や財産の監視のための交替制業務。
(8) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(8) 大臣規則に定められたその他の業務。
ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวัน หยุดให้แก่ลูกจ้าง
これらは全て使用者が時間外賃金または休日賃金の労働者への支払いに合意しない場合の規定である。

มาตรา 66 ลูกจ้างตาม มาตรา 65 (1) ไม่มีสิทธิได้ รับค่าทำงานในวันหยุดตาม มาตรา 62 เว้นแต่นายจ้างตกลง จ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง
第66条 第65条(1)の労働者は、使用者が同労働者への休日賃金の支払いに合意しなければ第62条の下に休日賃金を受け取る資格はない。

มาตรา 67 ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มี ความผิดตาม มาตรา 119 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง สำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของ วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ และรวมทั้งวันหยุด พักผ่อนประจำปีสะสมตาม มาตรา 30
第67条 使用者が第119条に基づく労働者の過失ではない理由で雇用を終了した場合、使用者は第30条に基づいて貯めた年次休暇も含めて労働者の権利である年次休暇数に従い、雇用終了年の年次休暇について労働者に賃金を支払わなければならない。

มาตรา 68 เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในกรณีที่ ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงใน วันทำงานหมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย
第68条 時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金の計算について、労働者が月給を受け取っている場合は、「労働日の時間給」は日数の30と労働日1日の平均労働時間を乗じたもので月給を割った数を指す。

มาตรา 69 เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณชั่วโมง ทำงานล่วงเวลาในกรณีที่นายจ้างกำหนดเวลาทำงานปกติ เป็นสัปดาห์ ให้นับวันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อน ประจำปี และวันลา เป็นวันทำงาน
第69条 時間外賃金の計算について、使用者が通常の1週当たり労働時間を決定している場合、慣習的休日、有給休暇は労働日として数える。

มาตรา 70 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่างล่วงเวลา ค่าทำงาน ในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้
第70条 使用者は賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金を正確に以下の期限に従って支払わなければならない:
(1) ในกรณีที่มีการคำนวณค่าจ้างรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง หรือเป็นระยะเวลาอย่างอื่นที่ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือตามผลงานโดย คำนวณเป็นหน่วย ให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งเว้นแต่จะ มีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้าง
(1) 賃金が週、日、時間、1か月を超えないその他の時間単位で計算される場合、または労働成果が単位当たりで計算される場合、労働者の利益となるようなそれ以外の合意がなければ、支払いは月1回以上でなければならない。
(2) ในกรณีที่มีการคำนวณค่าจ้าง นอกจาก (1) ให้จ่ายตาม กำหนดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
(2) 賃金が(1)以外で計算される場合、支払いは労使間で合意した期限に従って支払われなければならない。
(3) ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวัน หยุดให้จ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง
(3) 時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金は月1回以上支払われなければならない。
ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วง เวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามที่ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับ ให้แก่ลูกจ้างภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง
使用者が労働者の雇用を終了する場合、使用者は労働者が受け取る資格のある賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金を雇用終了日から起算して3日以内に労働者に支払わなければならない。

มาตรา 71 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างเดินทางไปทำงาน ในท้องที่อื่น นอกจากท้องที่สำหรับการทำงานปกติในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายค้าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานให้แก่ลูกจ้างซึ่ง ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดตาม มาตรา 56 (1) สำหรับการ เดินทางนั้น
第71条 使用者が労働者に通常の業務地域以外での業務のために休日に出張を命じた場合、使用者は出張に関して第56条(1)に従い休日時間外賃金を受け取る資格のない労働者に労働日の賃金に等しい賃金を支払わなければならない。

มาตรา 72 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างเดินทางไปทำงาน ในท้องที่อื่น นอกจากท้องที่สำหรับการทำงานปกติ ลูกจ้างไม่มีสิทธิ ได้รับค่าล่วงเวลาตาม มาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตาม มาตรา 63 ในระหว่างเดินทาง แต่สำหรับการเดินทางในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานให้แก่ลูกจ้างซึ่งไม่ มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดตาม มาตรา 56 (1) ด้วย เว้นแต่ นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ ลูกจ้าง
第72条 使用者が労働者に通常の業務地域以外での業務のために出張を命じた場合、労働者は第61条に基づき時間外賃 金を、第63条に基づき休日時間外賃金を受け取る資格はない。しかし、休日の出張については、使用者が労働者に時間外賃金または休日時間外賃金を支払うこ とに合意しなければ、使用者は第56条(1)の下に休日賃金を受け取る資格のない労働者に対し労働日の賃金に等しい賃金を支払わなければならない。使用者は労働者と労働監督官に1項に基づく事業の開始日と中止日を知らせなければならない。

มาตรา 73 ให้นายจ้างออกค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง ตาม มาตรา 71 และ มาตรา 72
第73条 使用者は第71、72条に基づき出張費用を支払わなければならない。

มาตรา 74 ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในอัตราสูงกว่า ที่กำหนดไว้ตาม มาตรา 61 มาตรา 62 และ มาตรา 63 ก็ให้เป็น ไปตามข้อตกลงดังกล่าว
第74条 使用者が第61、62、63条に定められた割合より高い時間外、休日、休日時間外賃金の支払いに合意する場合は、その旨の合意がなければならない。

มาตรา 75 ในกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุด กิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวโดยเหตุหนึ่งเหตุใด ที่มิใช่เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า ร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้าง หยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน
第75条 使用者が天災以外の理由で事業の全てまたは一部を一時的に中止する必要がある場合、使用者は労働者に仕事をさせなかった期間は事業中止前に労働者が受け取っていた労働日の賃金の50%以上を労働者に支払わなければならない。
ให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบ ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มหยุดกิจการตามวรรคหนึ่ง

มาตรา 76 ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่า ทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหัก เพื่อ
第76条 使用者は以下の理由のための天引き以外は、賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金を天引きしてはならない。
(1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระ เงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้
(1) 労働者が支払わなければならない所得税、法律で定められているその他の支払い。
(2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพ แรงงาน
(2) 労働組合の条項の下に定められる労働組合費。
(3) ชำระหนึ้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะ เดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็น ประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจาก ลูกจ้าง
(3) 事前に労働者の合意が得られている、共済組合費またはそれと同じ性質の組合費、労働者の福利厚生のためだけの負債。
(4) เป็นเงินประกันตาม มาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้ แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
(4) 労働者の合意が得られている、第10条に基づく保証金または労働者が故意または著しい不注意で起こした損害に対する使用者への弁償金。
(5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม การหักตาม (2) (3) (4) และ (5) ในแต่ละกรณีห้ามมิให้ หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของเงิน ที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกำหนดเวลาการจ่ายตาม มาตรา 70 เว้น แต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
(5) 貯蓄基金との契約に基づく積立金。(2)(3)(4)(5)に基づく天引きについては、労働者の合意が得られなければ、10%を超える天引きはしてはならず、差引き合計は労働者が第70条に基づき支払い期限に受け取る資格のある金額の5分の1を超えてはならない。

มาตรา 77 ในกรณีที่นายจ้างต้องได้รับความยินยอม จากลูกจ้าง หรือมีข้อตกลงกับลูกจ้างเกี่ยวกับการจ่ายเงินตาม มาตรา 54 มาตรา 55 หรือการหักเงินตาม มาตรา 76 นายจ้าง ต้องจัดทำเป็นหนังสือและให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในการให้ความ ยินยอมหรือมีข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ
第77条 使用者が第54、55条に基づく支払いについて、第76条に基づく天引きについて労働者の合意を得なければならない場合や、労働者との間に合意がある場合、使用者は両者の契約または合意に関して明確に書面で示し、労働者に書面を渡して署名をさせなければならない。       

หมวด ๖ คณะกรรมการค่าจ้าง
第6章 賃金委員会

มาตรา 78 ให้มีคณะกรรมการค่าจ้างประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนฝ่ายรัฐบาลสี่คนผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละห้าคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และข้าราชการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเลขานุการ
第78条 労働社会福祉省次官(permanent secretary)を委員長とし、内閣に任命された政府委員4人、使用者代表5人、労働者代表5人、大臣から書記官として任命された労働社会福祉省職員で構成される賃金委員会を設置しなければならない。
หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและ ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรี กำหนด
1項の下に使用者代表、労働者代表を決める基準と過程は、大臣の定める規則に従わなければならない。

มาตรา 79 คณะกรรมการค่าจ้างมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
第79条 賃金委員会は以下の権限と責務を負う:
(1) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายค่าจ้าง
(1) 賃金政策に関連して内閣に提言する。
(2) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ข้อแนะนำภาค เอกชนเกี่ยวกับการกำหนดค่าจ้างและการปรับค่าจ้างประจำปี
(2) 賃金の決定と年間賃金の補正に関連して民間組織に勧告するために内閣に提言する。
(3) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน
(3) 基本最低賃金率を決定する。
(4) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างควรได้รับตามความ เหมาะสมแก่สภาพเศรษฐกิจและสังคม
(4) 労働者が経済社会状況に即して受け取らなければならない最低賃金率を決定する。
(5) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาระบบค่าจ้าง
(5) 賃金システムの発展について内閣に提言する。
(6) ให้คำแนะนำด้านวิชาการและแนวทางการประสาน ประโยชน์แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในภาคเอกชน
(6) 民間組織の多様な機関の利害の調整について学術的勧告と指針を与える。
(7) รายงานเสนอรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้งเกี่ยวกับภาวะ ค่าจ้างและแนวโน้มของค่าจ้างตลอดจน มาตราการที่ควรจะได้ ดำเนินการ
(7) 賃金の現状と賃金の動向、行なうべき施策に関連して最低年1回大臣に報告する。
(8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมาย อื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้างหรือ ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมาย
(8) 賃金委員会の権限と責務として、または内閣または大臣の命に従い、本法またはその他の法律で示された内容を実行する。
ในการเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการค่าจ้าง จะมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรายได้ของประเทศด้วยก็ได้
内閣に提言する際、賃金委員会は国家の歳入システムの発展についての見解を併せて示してもよい。

มาตรา 80 ให้กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
第80条 内閣に任命された賃金委員会委員の任期は2年とする。任期を満了した委員が再び任命されることもある。
ในกรณีที่กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจาก ตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการในประเภทเดียว กันเป็นกรรมการแทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน เว้นแต่วาระของกรรมการ เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้
内閣に任命された賃金委員会委員が任期満了前に辞職した場合、内閣はその代わりに同じ分野の委員を任命し、任命された委員は前任者の残した任期を務める。その委員の残りの任期が1年未満である場合、代理の委員が任命されないこともある。
ในกรณีที่กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้ กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้แต่งตั้ง กรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่ ซึ่งต้องแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการเดิมพ้นจากตำแหน่ง
内閣に任命された賃金委員会委員が任期満了と共に辞職し新しい委員がまだ任命されていない場合、その委員は新しい委員が任命され交替するまで任務を遂行しなければならない。任命は前任者が辞職してから90日以内に行なわなければならない。

มาตรา 81 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม มาตรา 80 กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
第81条 内閣に任命された賃金委員会委員は、第80条の下に任期満了で辞職した場合とは別に以下の場合に辞職する。
(1) ตาย
(1) 死亡した場合。
(2) ลาออก
(2) 辞任した場合。
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะขาดประชุมตามที่กำหนด สามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(3) 3回連続して定期会合を適切な理由無く欠席したことにより内閣から除名された場合。
(4) เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) 破産した場合。
(5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) 禁治産者または準禁治産者である場合。
(6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ
(6) 過失、軽犯罪に対する判決を除き、最終判決で禁固刑を言い渡された場合。

มาตรา 82 การประชุมคณะกรรมการค่าจ้างต้องมีกรรมการ เข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยมี กรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน จึง จะเป็นองค์ประชุม
第82条 定足数を満たすためには、賃金委員会の会合には委員の過半数の出席が必要で、その中に最低1人ずつ使用者代表と労働者代表が含まれていなければならない。
ในการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน หรืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำตาม มาตรา 79 จะต้องมีกรรมการเข้าประชุม ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละสองคนจึงจะเป็นองค์ ประชุม และต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้าประชุม
第79条の下に基本最低賃金率または最低賃金率の決定を検討する会合では、定足数を満たすために全体の3分の2を超える委員の出席が必要で、その中に最低 2人ずつ使用者代表と労働者代表が含まれていなければならない。決議は少なくとも出席委員の3分の2の賛成が得られなければならない。
ในการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคราวใด ถ้าไม่ได้องค์ประชุมตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ให้จัดให้มีการ ประชุมอีกครั้งหนึ่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้แม้จะไม่มีกรรมการซึ่งมาจากฝ่ายนายจ้าง หรือฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุม ถ้ามีกรรมการมาประชุมไม่น้อย กว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด ก็ให้ถือเป็นองค์ ประชุม และต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้า ประชุม
最低賃金率の決定を検討する会合では、2項に定める定足数の出席がなければ、最初の会合に指定された日から15日以内にもう一度会合を設定しなければなら ない。使用者代表または労働者代表が1人も2度目の会合に出席していなくても、全体の3分の2以上のメンバーが出席していなくても、この会合は開催され、 決議は出席者の3分の2以上の賛成が得られなければならない。

มาตรา 83 ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการ ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มา ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
第83条 委員会議長が出席していない会合や、その責務を遂行できない会合では、出席した委員がその会合の議長を選出する。
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนน เสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก เสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
会合の議事進行と決議は単純多数決で行なう。1人の委員が1投票権を持つ。投票が同数であった場合、議長が追加投票して決定投票とする。

มาตรา 84 ให้คณะกรรมการค่าจ้างมีอำนาจแต่งตั้งคณะ อนุกรรมการดังต่อไปนี้เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่ง อย่างใดแทนคณะกรรมการได้
第84条 賃金委員会は、委員会の代わりに問題の検討または実行を行なう以下の小委員会の任命権を持つ:
(1) คณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
(1) 最低賃金率小委員会。
(2) คณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด
(2) 地方最低賃金率小委員会。
(3) คณะอนุกรรมการอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนด
(3) 委員会が適切と認めたその他の小委員会。
ให้คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดองค์ประชุมและวิธีดำเนินงาน ของคณะอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม
賃金委員会は小委員会の適切な定足数と運営過程を決定する。

มาตรา 85 ในการปฏิบัติหน้าที่ให้คณะกรรมการค่าจ้าง หรือคณะอนุกรรมการ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างหรือคณะ อนุกรรมการมอบหมายมีอำนาจดังต่อไปนี้
第85条 任務を遂行する際、賃金委員会または小委員会、賃金委員会または小委員会に任命された人物は、以下の権限を持つ:
(1) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น
(1) 検討に役立てるために必要と思われる場合に、ある人物を召喚し意見を述べさせたり、文書または物品の送付を依頼する書簡を発行する。
(2) ให้หน่วยงานหรือบุคคลใดให้ความร่วมมือในการสำรวจ กิจการใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจได้
(2) 経済に影響を与える可能性のある活動の調査への協力を団体または人物に求める。
(3) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของ นายจ้างในเวลาทำการเพื่อศึกษา สำรวจ วิจัย ตรวจสอบ หรือสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะใช้ใน การพิจารณาตาม มาตรา 79 ในการนี้ ให้นายจ้างหรือบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกส่งหรือแสดงเอกสาร หรือ ให้ข้อเท็จจริงและไม่ขัดขวางการปฏิบัติการตามหน้าที่ของ บุคคลดังกล่าว
(3) 第79条に基づく検討のために必要な情報を得るための研究、調査、確認、または、質問をする目的で労働時間中に使用者の事業所または事務所に立入 る。これに関連して使用者または関係者は便宜を計り、文書を送ったり作成したり、事実を提供したりしなければならず、その人物の任務の遂行を妨げてはなら ない。

มาตรา 86 ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 85 ให้ กรรมการค่าจ้าง อนุกรรมการ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้าง หรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย แสดงบัตรประจำตัวหรือ หนังสือมอบหมายแล้วแต่กรณี ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
第86条 第85条に基づく任務の遂行において、賃金委員会委員、小委員会委員、賃金委員会や小委員会に任命された人物は、関係者に対する身分証明証または証明書を作成しなければならない。
บัตรประจำตัวกรรมการค่าจ้างและอนุกรรมการตาม วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
1項に基づく賃金委員会、小委員会委員の身分証明証は大臣の定める書式に従わなければならない。

มาตรา 87 ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานให้คณะกรรมการค่าจ้างศึกษา และพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรา ฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคา ของสินค้า ความสามารถของธุรกิจผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
第87条 最低賃金率と基本最低賃金率の規定を検討する際、賃金委員会は労働者の賃金率に関連する事実を、特に生活費指標、インフレ率、生活水準、生産費、物価、事業能力、労働生産性、国民総生産、経済社会状況などその他の事実と併せて研究し検討しなければならない。
การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะกำหนดให้ใช้ เฉพาะกิจการประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทหรือใน ท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้
最低賃金率の規定を検討する際、特定業種または特定地域の全業種について特に規定することもある。
การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนด
最低賃金率の規定を検討する際、賃金委員会が規定した基本最低賃金率未満であってはならない。
ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่ใดให้ถือ ว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของ ท้องที่นั้น
ある地域で最低賃金率が規定されていない場合、基本最低賃金率がその地域の最低賃金率とされる。

มาตรา 88 เมื่อได้ศีกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 87 แล้ว ให้คณะกรรมการค่าจ้าง กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพร้อมทั้งรายละเอียดต่างๆ ตามที่ เห็นสมควรเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
第88条 第87条に定められる様々な情報と事実の研究の後、賃金委員会は基本最低賃金率と、それと併せて官報で発表するために大臣に示すのに適当と考えられる様々な詳細を規定する。

มาตรา 89 ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตาม มาตรา 88 ให้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างนั้นจะมีสัญชาติ ศาสนา หรือเพศใด
第89条 第88条の下に最低賃金率を規定する告示は、使用者と労働者の国籍、宗教、性別に関わらず、労使双方に適用される。

มาตรา 90 เมื่อประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้าง น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
第90条 最低賃金率を規定する告示の発効後、使用者は最低賃金率未満の賃金を労働者に支払ってはならない。
ให้นายจ้างที่อยู่ในข่ายบังคับของประกาศกำหนดอัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำปิดประกาศดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย เพื่อให้ ลูกจ้างได้ทราบ ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ตลอดระยะ เวลาที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
最低賃金率を規定する告示の対象である使用者は、告示の有効期間中を通して、労働者の作業場の掲示板にその声明を掲示しなければならない。

มาตรา 91 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างขึ้นใน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
第91条 労働社会福祉省内に賃金委員会の事務所を置かなければならない。その事務所は以下の権限と責務を負う:
(1) จัดทำแผนงาน โครงการเสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้าง และคณะอนุกรรมการ
(1) 賃金委員会と小委員会に示すためのプロジェクト計画を準備する。
(2) ประสานแผนและการดำเนินการของคณะกรรมการค่าจ้าง และคณะอนุกรรมการตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(2) 賃金委員会と小委員会、関連機関の計画と運営の調整。
(3) รวบรวม ศึกษา วิจัย วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ เศรษฐกิจ แรงงาน ภาวะการครองชีพ การขยายตัวของตลาด แรงงาน ผลิตภาพแรงงาน การลงทุน การย้ายถิ่นฐาน และข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ค่าจ้างและคณะอนุกรรมการ
(3) 賃金委員会と小委員会の検討の際の情報として用いる経済、労働、生活、労働力拡大、労働生産性、投資、基地移転状況、関連情報の対照、研究、調査、分析、評価。
(4) เสนอแนะผลการศึกษา และผลการพิจารณาข้อมูลทาง วิชาการ และ มาตราการเสริมอื่นๆ ต่อกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการ พัฒนาระบบค่าจ้างและรายได้
(4) 賃金と収入政策の発展のために、研究成果と学術的情報とその他の補足的方法の検討結果を労働社会福祉省と関連機関に勧告する。
(5) ติดตามและประเมิณผลการปฏิบัติงานตามมติของคณะกรรมการค่าจ้าง
(5) 賃金委員会の結論に従い労働のモニタリングと評価をする。
(6) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการค่าจ้างหรือคณะกรรมการมอบหมาย
(6) 賃金委員会または小委員会に割り当てられたその他の業務を行なう。

หมวด ๗ สวัสดิการ
第7章 福祉

มาตรา 92 ให้มีคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานประกอบ ด้วยปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเป็นประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนฝ่ายรัฐบาลสี่คน กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและ กรรมการผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละห้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็น กรรมการ และข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่ง รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเลขานุการ
第92条 労働社会福祉省次官を委員長とし、内閣が任命する政府委員4人、使用者代表5人、労働者代表5人、大臣から書記官として任命された労働保護福祉局職員で構成される労働福祉委員会を設置しなければならない。

มาตรา 93 คณะกรรการสวัสดิการแรงงานมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
第93条 労働福祉委員会は以下の権限と責務を負う:
(1) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แนวทาง และมาตรการด้านสวัสดิการแรงงาน
(1) 労働福祉分野における政策、指針、施策に関連して大臣に提言する。
(2) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการในสถานประกอบ กิจการ
(2) 事業運営における福祉に関する大臣規則(ministerial regulation)、告示(announcement)、規制の公布について大臣に提言する。
(3) ให้คำแนะนำในการจัดสวัสดิการแรงงานสำหรับสถาน ประกอบกิจการแต่ละประเภท
(3) 各分野の事業所に関する労働福祉について勧告する。
(4) ติดตามประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการต่อ รัฐมนตรี
(4) 結果をモニター、評価し、大臣に報告する。
(5) ปฎิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมาย อื่น บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสวัสดิการ แรงงานหรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
(5) 労働福祉委員会の権限と責務として、または大臣の命に従い本法またはその他の法律によって示されるその他の内容を実行する。

มาตรา 94 ให้นำ มาตรา 78 วรรคสอง มาตรา 80 มาตรา 81 มาตรา 82 วรรคหนึ่ง มาตรา 83 และ มาตรา 84 มาใช้บังคับกับคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานโดยอนุโลม
第94条 第78条2項、第80、81条、第82条1項、第83、84条に必要な変更を加えて労働福祉委員会に適用する。

มาตรา 95 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด ให้นายจ้างต้องจัดสวัสดิการในเรื่องใดหรือกำหนดให้การจัด สวัสดิการในเรื่องใดต้องเป็นไปตามมาตรฐานได้
第95条 大臣は、使用者にあらゆる面で福祉の向上を目指し、あらゆる面での福祉策が基準を満たすことを求める大臣規則を公布する権限を持つ。

มาตรา 96 ในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ห้าสิบคนขึ้นไปให้นายจ้างจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการใน สถานประกอบกิจการ ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อย ห้าคน
第96条 50人以上の労働者を擁する事業所においては、使用者は事業所に少なくとも5人の労働者代表から成る福祉委員会を設置しなければならない。
กรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการให้มาจากการ เลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด
事業所の福祉委員会委員は局長の定める基準と手続きに従い選出しなければならない。
ในกรณีที่สถานประกอบกิจการใดของนายจ้างมีคณะกรรมการ ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์แล้ว ให้คณะกรรมการ ลูกจ้างทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบ กิจการตามพระราชบัญญัตินี้
使用者の事業所が労使関係に関する法律の下に労働者委員会を持つ場合、この労働者委員会は本法の下に事業所の福祉委員会の責務を果たさなければならない。

มาตรา 97 คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบ กิจการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
第97条 事業所の福祉委員会は以下の権限と責務を負う:
(1) ร่วมหารือกับนายจ้างเพื่อจัดสวัสดิการแก่ลูกจ้าง
(1) 労働者の福祉の向上のために使用者との討議に参加する。
(2) ให้คำปรึกษาหารือและเสนอแนะความเห็นแก่นายจ้าง ในการจัดสวัสดิการสำหรับลูกจ้าง
(2) 労働者のための福祉関連問題に関して使用者に対し助言と勧告を与える。
(3) ตรวจตรา ควบคุม ดูแล การจัดสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ แก่ลูกจ้าง
(3) 使用者による労働者のための福祉策を査察、管理、要求する。
(4) เสนอข้อคิดเห็น และแนวทางในการจัดสวัสดิการที่เป็น ประโยชน์สำหรับลูกจ้างต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน
(4) 労働者の利益になる福祉策についてのコメント、指針を労働福祉委員会に提言する。

มาตรา 98 นายจ้างต้องจัดให้มีการประชุมหารือกับ คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการอย่างน้อย สามเดือนต่อหนึ่งครั้ง หรือเมื่อกรรมการสวัสดิการในสถาน ประกอบกิจการเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดหรือสหภาพ แรงงานร้องขอโดยมีเหตุผลสมควร
第98条 使用者は、少なくとも3か月に1度、または事業所の福祉委員会委員の過半数または労働組合が適切な理由でそれを求めたときに、事業所の福祉委員会との議論の場を設けなければならない。

มาตรา 99 ให้นายจ้างปิดประกาศการจัดสวัสดิการ ตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 95 หรือตามที่มีข้อตกลง กับลูกจ้างให้จัดขึ้นไว้ในที่เปิดเผยเพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบ ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง
第99条 使用者は第95条の下に発行された大臣規則または労働者との合意に基づく福祉策に関する告示を、労働者の職場の掲示板に掲示しなければならない。

หมวด ๘ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
第8章 職場の安全、衛生、環境

มาตรา 100 ให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคมเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงาน ผู้แทนกรมอนามัย ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมโยธาธิการ และ ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ เป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเจ็ดคน ซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งเป็นกรรมการ และข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ
第100条 労働社会福祉省次官を委員長とし、労働保護福祉局長、保健局代表、産業工場局代表、公的事業局代表、公害 管理局代表、大臣に任命された使用者代表7人、労働者代表7人、委員会の委員兼書記官として大臣に任命された労働保護福祉局職員を委員とする安全・衛生・ 環境委員会を設置しなければならない。

มาตรา 101 คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
第101条 安全・衛生・環境委員会は以下の権限と責務を負う:
(1) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน หรือมาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และการพัฒนา สภาพแวดล้อมในการทำงานของลูกจ้าง
(1) 労働者の安全、衛生、環境の向上に関する政策、計画、施策について大臣に提言する。
(2) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฏกระทรวง ประกาศหรือระเบียบเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
(2) 本法を施行するための大臣規則、告示、規制の公布について大臣に提言する。
(3) ให้ความเห็นแก่หน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ของลูกจ้าง
(3) 労働者の安全、衛生、環境の向上に関して公的機関に提言する。
(4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมาย อื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือตามที่ รัฐมนตรีมอบหมาย
(4) 安全、衛生、環境委員会の権限と責務として、または大臣の命に従い、本法またはその他の法律で示された内容を実行する。

มาตรา 102 ให้นำ มาตรา 78 วรรคสอง มาตรา 80 มาตรา 81 มาตรา 82 วรรคหนึ่ง มาตรา 83 และ มาตรา 84 มาใช้บังคับกับคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยอนุโลม
第102条 第78条2項、第80、81条、第82条1項、第83、84条に必要な変更を加えて安全、衛生、環境委員会に適用する。

มาตรา 103 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนด มาตรฐานให้นายจ้างดำเนินการในการบริหารและการจัดการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
第103条 大臣は職場の安全、衛生、環境の管理および調整について使用者が守るべき基準を定める大臣規則を公布する権限を持つ。
ในกรณีที่กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งกำหนดให้การจัดทำ เอกสารหลักฐาน หรือรายงานใดต้องมีการรับรองหรือตรวจสอบ โดยบุคคลหนึ่งบุคคลใดตามหลักเกณฑ์และวีธีการที่กำหนด กฎกระทรวงนั้นจะกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนและ การเพิกถอนทะเบียน อัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนไม่เกิน อัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และอัตราขึ้นสูงของค่าบริการที่ บุคคลดังกล่าวจะเรียกเก็บไว้ด้วยก็ได้
1項に基づく大臣規則で文書または報告書の作成が定められた基準や手続きを満たしているかどうかを確認することが求められる場合、その大臣規則はまた、登録や登録の取消しの基準と手続き、本法の最後の金額を超えない登録料、担当者が課すサービス料の最大限度を定める。

มาตรา 104 ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานพบว่า นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 103 ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจออกคำสั่งเป็น หนังสือให้นายจ้างปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาคาร สถานที่ หรือจัดทำหรือแก้ไขเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ที่ลูกจ้างต้องใช้ในการปฏิบัติงานหรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด
第104条 使用者が第103条に基づいて公布された大臣規則に違反したり、これを満たしていないことを労働監督官が発見した場合、労働監督官はその使用者に対し、定められた期間内に正しく適切に、労働環境条件、建物や家屋を改善したり、労働者が業務のために用いたり業 務の遂行に関連する機械や設備を準備または調整することを求める命令書を出す権限を持つ。

มาตรา 105 ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานพบว่า สภาพ แวดล้อมในการทำงาน อาคารสถานที่ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ ลูกจ้างใช้จะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ลูกจ้างหรือนายจ้างไม่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานตาม มาตรา 104 เมื่อ ได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายให้พนักงาน ตรวจแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างหยุดการใช้เครื่องจักรหรือ อุปกรณ์ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้
第105条 労働監督官が労働環境条件、建物、家屋、労働者が用いる機械、設備が労働者にとって安全でないことを発見 したり、使用者が第104条に基づく労働監督官の命令に従わなかった場合、労働監督官は局長または局長に任命された人物の承認を得て使用者に該当する機械 や設備の全てまたは一部の使用を一時的に中止する命令を出す権限を持つ。
ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างซึ่งพนักงานตรวจแรงงาน สั่งให้นายจ้างหยุดการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ตามวรรค หนึ่งเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างหยุด ทำงาน ทั้งนี้ จนกว่านายจ้างจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตาม คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานนั้นแล้ว
労働監督官から1項の下に機械または設備の使用を中止することを命じられた使用者は、使用者が労働監督官の命令に従い正しくことを進めるまで労働者が仕事を中止した期間について、労働者に労働日の賃金に等しい額を支払わなければならない。

มาตรา 106 คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม มาตรา 104 หรือ มาตรา 105 ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมกา ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของ คณะกรรมการนั้นให้เป็นที่สุด
第106条 命令の告知日から起算して30日以内に第104、105条に基づく労働監督官の命令に対する異議を安全、衛生、環境委員会に申し立てることができる。同委員会の決定が最終決定となる。
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งย่อมไม่เป็นการทุเลาการ ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเว้นแต่คณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
1項に基づく異議は安全、衛生、環境委員会がそれ以外の命令を出さなければ労働監督官の命令に従うことを妨げるものではない。

มาตรา 107 ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพของ ลูกจ้างและส่งผลการตรวจดังกล่าวแก่พนักงานตรวจแรงงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
第107条 使用者は労働者に健康診断を受けさせ、その結果を労働監督官に送らなければならない。これは大臣規則に定められた基準と手続きに従って行なわなければならない。

หมวด ๙ การควบคุม
第9章 管理

มาตรา 108 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคน ขึ้นไป จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย และ ข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการดังต่อ ไปนี้
第108条 10人以上の労働者を擁する使用者はタイ語で書かれた就業規則を制定しなければならない。この規則は少なくとも以下の項目に関する詳細を含まなければならない:
(1) วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
(1) 労働日、通常の労働時間、休憩時間。
(2) วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
(2) 休日、休日の基準。
(3) หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานใน ในวันหยุด
(3) 時間外労働と休日労働の基準。
(4) วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานใน วันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
(4) 賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金の支払い日、場所。
(5) วันลาและหลักเกณฑ์การลา
(5) 有給休暇と休暇取得についての基準。
(6) วินัยและโทษทางวินัย
(6) 懲戒と懲戒処分。
(7) การร้องทุกข์
(7) 不満訴え。
(8) การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ
(8) 雇用期間、解雇手当、特別解雇手当。
ให้นายจ้างประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่นายจ้างมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป และให้นายจ้างจัดเก็บสำเนาข้อบังคับนั้นไว้ ณ สถานประกอบ กิจการ หรือสำนักงานของนายจ้างตลอดเวลา และให้ส่งสำเนา ข้อบังคับให้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวัน นับแต่วันประกาศใช้ข้อบังคับดังกล่าว
使用者は労働者の合計が10人以上となった日から15日以内に就業規則の使用を発表しなければならない。また、使用者はこの規則の写しを使用者の事業所ま たは事務所に常時保管しなければならず、この規則の写しは局長または局長の任命する人物にこの規則の使用の発表の日から7日以内に送付しなければならない。
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งให้นายจ้าง แก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ขัดต่อกฎหมายให้ถูกต้อง ภายในเวลาที่กำหนด
局長または局長が任命する人物は、本法に違反する就業規則を、定められた期間内に正しく修正することを使用者に命ずる権限を持つ。
ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการ ทำงานโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้าง ได้ทราบและดูได้โดยสะดวก
使用者は、労働者がいつでも見られるように労働者の職場に就業規則に関する告示を掲示しなければならない。

มาตรา 109 การร้องทุกข์ตาม มาตรา 108 (7) อย่างน้อย ต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
第109条 第108条(7)に基づく不満訴えは少なくとも以下の詳細を含む:
(1) ขอบเขตและความหมายของข้อร้องทุกข์
(1) 不満訴えの内容と意味。
(2) วิธีการและขั้นตอนการร้องทุกข์
(2) 不満訴えに対する手続きと段階。
(3) การสอบสวนและพิจารณาขอร้องทุกข์
(3) 不満訴えについての質問と検討。
(4) กระบวนการยุติข้อร้องทุกข์
(4) 不満訴えを解消する過程。
(5) ความคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง
(5) 不満訴えを述べた者および関係者の保護。

มาตรา 110 ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงาน ให้นายจ้างประกาศข้อบังคับที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมนั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ประกาศใช้ข้อบังคับที่แก้ไข เพิ่มเติมและให้นำ มาตรา 108 วรรคสอง วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
第110条 就業規則が修正される場合、使用者は修正規則の使用の発表の日から7日以内に修正規則を発表しなければならない。必要に応じて変更を加えて第108条2、3、4項が適用される。

มาตรา 111 เมื่อนายจ้างได้ประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานตาม มาตรา 108 แล้ว แม้ว่าต่อมานายจ้างมีลูกจ้าง ลดต่ำกว่าสิบคนก็ตาม ให้นายจ้างยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตาม มาตรา 108 และ มาตรา 110 ต่อไป
第111条 使用者が第108条に従い就業規則の使用を発表した後は、その後使用者の労働者が10人未満となっても、使用者は引続き第108、110条を満たす義務を負う。

มาตรา 112 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป จัดทำทะเบียนลูกจ้างเป็นภาษาไทยและเก็บไว้ ณ สถา ประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง พร้อมที่จะให้ พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ในเวลาทำการ
第112条 10人以上の労働者を擁する使用者はタイ語で書かれた労働者登録簿を作成し、それを使用者の事業所または事務所で保管し、就業時間中の労働監督官の臨検に備えなければならない。
การจัดทำทะเบียนลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้าง จัดทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน
使用者は1項の下に労働者が働き始めた日から15日以内に労働者登録簿を作成しなければならない。

มาตรา 113 ทะเบียนลูกจ้างนั้นอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
第113条 労働者登録簿は少なくとも以下の項目を含んでいなければならない:
(1) ชื่อตัวและชื่อสกุล
(1) 氏名。
(2) เพศ
(2) 性別。
(3) สัญชาติ
(3) 国籍。
(4) วันเดือนปีเกิด หรืออายุ
(4) 生年月日と年齢。
(5) ที่อยู่ปัจจุบัน
(5) 現住所。
(6) วันที่เริ่มจ้าง
(6) 雇用開始日。
(7) ตำแหน่งหรืองานในหน้าที่
(7) 地位または仕事の内容。
(8) อัตราค่าจ้างและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่นายจ้าง ตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
(8) 使用者がその労働者に対して支払うことを合意した賃金率およびその他の手当。
(9) วันสิ้นสุดของการจ้าง
(9) 雇用期限。
เมื่อมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนลูกจ้าง ให้นายจ้างแก้ไขเพิ่มเติมทะเบียนลูกจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิบห้า วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น หรือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ ลูกจ้างได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้นายจ้างทราบ
労働者登録簿の内容に変更の必要がある場合、使用者は変更の生じた日から15日以内、または労働者が使用者に変更を報告した日から15日以内に、労働者登録簿の修正を完了しなければならない。

มาตรา 114 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้น ไปจัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงาน ในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
第114条 10人以上の労働者を擁する使用者は、少なくとも以下の項目を含む賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金に関する文書があるようにしなければならない:
(1) วันและเวลาทำงาน
(1) 労働日と労働時間。
(2) ผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงาน โดยคำนวณเป็นหน่วย
(2) 労働成果に従い単位給で賃金を受け取る労働者の労働成果。
(3) อัตราและจำนวนค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับ
(3) 労働者が受け取る賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金の賃金率と金額。
เมื่อมีการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่า ล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างลงลายมื ชื่อในเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน
賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金が労働者に支払われる際、使用者は労働者が1項に基づく文書に証拠として署名するようにしなければならない。
รายการในเอกสารตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในฉบับเดียวกันหรือจะ แยกเป็นหลายฉบับก็ได้
1項に基づく文書の内容は同じ文書に書いても、いくつかの文書に分けて書いてもよい。
ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง โดยการโอนเงินเข้าบัญ เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินอื่น ให้ถือว่าหลักฐาน การโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของลูกจ้างเป็นเอกสารเกี่ยวกับการ จ่ายเงินดังกล่าว
使用者が銀行またはその他の金融機関の口座振替で賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金を労働者に支払う場合、労働者の口座への振り込みを証明する文書はその金銭の支払いに関する文書でなければならない。

มาตรา 115 ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างไว้ ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างลูกจ้างแต่ละราย และให้นายจ้างเก็บเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างไว้ ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจ่ายเงินดังกล่าว
第115条 使用者は労働者の雇用期限終了日から2年以上は労働者登録簿を保存しなければならない。使用者は賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金の労働者への支払い記録をその支払い日から2年以上は保存しなければならない。
ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องตามหมวด 12 แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือมีข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ หรือ มีการฟ้องร้องคดีแรงงาน ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างและ เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพาทถึงที่ สุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
本法の第12章に基づき申し立てがあったり、労使関係に関する法律に基づき労働紛争があったり、労働裁判があったりした場合は、使用者は当該問題に関して 最終命令または判決が出るまで労働者登録簿と賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金の支払いに関する記録を保存しなければならない。

หมวด ๑๐ การพักงาน
第10章 停職

มาตรา 116 ในกรณีที่นายจ้างทำการสอบสวนลูกจ้าง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดห้ามมิให้นายจ้างสั่งพักงา ลูกจ้างในระหว่างสอบสวนดังกล่าว เว้นแต่จะมีข้อบังคับเกี่ยว กับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจ นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างได้ ทั้งนี้ นายจ้างจะต้องมีคำสั่งพัก งานเป็นหนังสือระบุความผิดและกำหนดระยะเวลาพักงาน ได้ไม่เกินเจ็ดวันโดยต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบก่อนการพักงาน ในระหว่างการพักงานตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายเงิน ให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการ ทำงานหรือตามที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกันไว้ในข้อ ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูก สั่งพักงาน
第116条 使用者が違反を犯したかどで追求されている労働者を取り調べる場合、就業規則または雇用期間に関する合意 によって使用者が労働者を停職処分にする権限を持つ場合以外は、使用者は調査の間労働者に停職を命じてはならない。これに関連して、使用者は違反の内容と 7日以内の停職期間を明示した停職命令書を発行して、労働者に事前に停職を知らせるようにしなければならない。1項に基づく停職期間中、使用者は就業規則に定められた額、または雇用期間に関する労使間合意で得られた額を労働者に支払わなければならない。これに関連して、この額は労働者が停職以前に受け取っていた労働日の賃金の50%以上でなければならない。

มาตรา 117 เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ปรากฎว่า ลูกจ้างไม่มีความผิด ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเท่า กับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ลูกจ้างถูกสั่งพักงานเป็น ต้นไป โดยให้คำนวณเงินที่นายจ้างจ่ายตาม มาตรา 116 เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างตาม มาตรา นี้พร้อมด้วยดอกเบี้ย ร้อยละสิบห้าต่อปี
第117条 調査が終了し労働者が無罪であることが判明した場合、使用者は停職日から計算した労働日の賃金に等しい額をその労働者に支払い、第116条に基づいて使用者が支払った金額が年率15%の利息も合わせて同条に基づく賃金の一部となるようにしなければならない。

หมวด 11 ค่าชดเชย
第11章 解雇手当

มาตรา 118 ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่ง เลิกจ้างดังต่อไปนี้
第118条 使用者は以下のように雇用を終了する労働者に対し解雇手当を支払わなければならない:   
(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบ หนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่า ค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่ น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่ง ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(1) 勤続120日以上1年未満の労働者には、最後の賃金率の30日分以上、または労働成果で単位給賃金を支払われていた労働者については最後の30労働日の賃金以上の金額を支払わなければならない。
(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่า ค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับ ค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(2) 勤続1年以上3年未満の労働者には、最後の賃金率の90日分以上、または労働成果で単位給賃金を支払われていた労働者については最後の90労働日の賃金以上の金額を支払わなければならない。
(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้าย สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(3) 勤続3年以上6年未満の労働者には、最後の賃金率の180日分以上、または労働成果で単位給賃金を支払われていた労働者については最後の180労働日の賃金以上の金額を支払わなければならない。
(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปีให้ จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่ น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับ ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(4) 勤続6年以上10年未満の労働者には、最後の賃金率の240日分以上、または労働成果で単位給賃金を支払われていた労働者については最後の240労働日の賃金以上の金額を支払わなければならない。
(5) ลูกล้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อย กว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวันหรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของ การทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตาม ผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(5) 勤続10年以上の労働者には、最後の賃金率の300日分以上、または労働成果で単位給賃金を支払われていた労働者については最後の300労働日の賃金以上の金額を支払わなければならない。
การเลิกจ้างตาม มาตรา นี้ หมายความว่า การกระทำใดที่ นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะ เป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความ รวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุ ที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป
同条に基づく雇用終了は、理由が雇用契約の終了かそれ以外かに関わらず、使用者が労働者に労働の継続を認めず賃金の支払いをしないことを指す。また、これには使用者が事業を続けることができないために労働者が労働せず賃金を受け取らない場合も含む。
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะ เวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
1項の規定は雇用期間が有限でその雇用がその期間に従って終了した労働者には適用されない。
การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้ สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ หรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของ งานที่แน่นอนหรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนด การสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตาม ฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้อง แล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปีโดยนายจ้างและลูกจ้างได้ ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
3項に基づく期間を限定した雇用は、通常の使用者の事業または取り引きの仕事ではなく、仕事の開始と終了の期間が確定していたり、雇用がある季節期間中だ け有効な季節労働など特別な仕事のための雇用を指し、2年未満の期間で終了する仕事でなければならず、雇用の開始から労使間に合意書があるものである。

มาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
第119条 使用者は雇用が以下のように終了した労働者に対し解雇手当を支払う必要はない:
(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนา แก่นายจ้าง
(1) 業務に不誠実であったり、故意に使用者に対して罪を犯した場合。
(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(2) 故意に使用者に損害を与えた場合。
(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย อย่างร้ายแรง
(3) 不注意により使用者に深刻な損害を与えた場合。
(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่ง ของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็น ต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้ กระทำผิด
(4) 就業規則、使用者の合法的な規則または命令に違反したり使用者が既に警告書を出している場合。ただし、使用者が警告書を出す必要のない深刻な場合は除く。警告書は労働者が違反を犯した日から1年以内は有効である。
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวัน หยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(5) 間に休日があるなしに関わらず、適切な理由なく3労働日連続して職場放棄した場合。
(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(6) 不注意または軽犯罪に対する判決を除き、最終判決で懲役を命じられた場合。

มาตรา 120 ในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ ไปตั้ง ณ สถานที่อื่น อันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตาม ปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ ในการนี้ ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วยให้ลูกจ้างมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาจ้างได้โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่ น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ ตาม มาตรา 118
第120条 使用者が事業所を移転し、それが労働者やその家族の通常の生活様式に重大な影響を及ぼす場合、使用者は事 業所の移転の日から起算して30日以上前に労働者にその旨を知らせなければならない。これに関連して、労働者がそこに行って働きたくない場合は、労働者は 雇用契約の終了を通知する権利を持ち、労働者は第118条の下に受け取る資格のある解雇手当の50%以上の特別解雇手当を受け取る資格を有する。
ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบการย้ายสถาน ประกอบกิจการล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย พิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย สามสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้าย สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ด้วย
使用者が事業所の移転を1項に従って事前に労働者に通知しない場合、使用者は最後の賃金率の30日分に相当する額、または労働成果に応じて単位給の支払い を受けている労働者については最後の30労働日の賃金に相当する額の特別解雇手当を通知の代わりに支払わなければならない。
ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำขอให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน พิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบ กิจการว่า เป็นกรณีที่นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือลูกจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษตาม วรรคหนึ่งหรือไม่
労働者は使用者が事業所を移転した日から起算して30日以内に労働福祉委員会に対し、これは使用者が事前通知をしなければならないケースかどうか、労働者 が1項の下に雇用契約の終了を通知する権限を持ち、特別解雇手当を受け取る資格を持つケースかどうかについて申し立てをする権利を持つ。
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานให้เป็นที่สุด เว้นแต่นายจ้างหรือลูกจ้างจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ในกรณีที่นายจ้างเป็น ฝ่ายดำเนินคดีไปสู่ศาลนายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ ต้องจ่ายแก่ลูกจ้างที่ยื่นคำขอตามวรรคสาม จึงจะฟ้องคดีได้
使用者または労働者が労働福祉委員会の決定通知を受けてから30日以内に裁判所に提訴しなければ、その決定は最終的なものとなる。使用者が提訴する場合、 使用者は提訴までに、3項に従い申し立てをした労働者に支払うべき金額に相当する額を裁判所に預けなければならない。
การบอกเลิกสัญญาจ้างตาม มาตรา นี้ ลูกจ้างต้องใช้สิทธิภาย ในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ หรือ นับแต่วันที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานหรือ คำพิพากษาของศาลเป็นที่สุด
同条の下に雇用契約の終了を通知する際、労働者は使用者が事業所を移転してから、または労働福祉委員会の決定または裁判所の判決が確定してから30日以内にその権利を行使しなければならない。

มาตรา 121 ในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุ ที่นายจ้างปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือ การบริการ อันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลง เครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง ห้าม มิให้นำ มาตรา 17 วรรคสอง มาใช้บังคับ และให้นายจ้างแจ้งวันที่ จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้างและรายชื่อลูกจ้างต่อพนักงาน ตรวจแรงงาน และลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า หกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง
第121条 使用者が機械化、機械の変更、技術の結果として組織、製造、流通、サービス過程を再構成し、労働者数を削 減する必要があるために、労働者の雇用の終了を望む場合、第17条2項を適用することはできず、使用者は雇用終了日の60日以上前に労働監督官と雇用が終 了する労働者に雇用の終了日、雇用終了の理由、労働者氏名を通知しなければならない。
ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง นอก จากจะได้รับค่าชดเชยตาม มาตรา 118 แล้ว ให้นายจ้างจ่ายค่า ชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย หกสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานหกสิบวันสุดท้ายสำหรับ ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยด้วย
使用者が雇用が終了する労働者に事前に通知しなかったり、1項に定めた期限以前に通知しなかった場合、使用者は第118条に基づく解雇手当とは別に、最後 の賃金率の60日分、または労働成果に基づいて単位給の支払いを受けている労働者については最後の60労働日の賃金に相当する特別解雇手当を通知の代わり に支払わなければならない。
ในกรณีที่มีการจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ตามวรรคสองแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย
特別解雇手当が2項に従って通知の代わりに支払われる場合、使用者は民事商業法に従い通知の代わりに雇用金を支払ったと見なされる。

มาตรา 122 ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างตาม มาตรา 121 และลูกจ้างนั้นทำงานติดต่อกันเกินหกปีขึ้นไป ให้นายจ้าง จ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยตาม มาตรา 118 ไม่ น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสิบห้าวันต่อการทำงานครบหนึ่งปี หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสิบห้าวันสุดท้ายต่อการ ทำงานครบหนึ่งปีสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดย คำนวณเป็นหน่วย แต่ค่าชดเชยตาม มาตรา นี้รวมแล้วต้องไม่ เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวัน หรือไม่เกินค่าจ้าง ของการทำงานสามร้อยหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้ รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
第122条 使用者が第121条に従い労働者の雇用を終了し、その労働者が勤続6年以上であった場合、使用者は第 118条に基づく解雇手当に加えて、1年につき最後の賃金率の15日分以上、または労働成果に基づいて単位給の支払いを受けていた労働者については最後の 15労働日の賃金以上に相当する特別解雇手当を支払わなければならない。しかし、同条に基づく解雇手当の総額は最後の賃金率の360日分以上または労働成 果に基づいて単位給の支払いを受けていた労働者については最後の360労働日の賃金を超えてはならない。
เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเชยพิเศษ กรณีระยะ เวลาทำงานไม่ครบหนึ่งปี ถ้าเศษของระยะเวลาทำงานมาก กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้นับเป็นการทำงานครบหนึ่งปี
特別解雇手当の計算については、労働期間が1年未満の場合はその端数が180日を超えていれば1年の労働として数える。

หมวด 12 การยื่นคำร้องและการพิจารณาคำร้อง
第12章 申し立てとその検討

มาตรา 123 ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยว กับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัตินี้และลูกจ้างมี ความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้าง ทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่อธิบดีกำห ในกรณีที่เกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราช บัญญัตินี้ ถ้าลูกจ้างถึงแก่ความตายให้ทายาทโดยธรรมมีสิทธิยื่น คำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้
第123条 使用者が本法に違反したり、本法に基づいた支払いを受ける権利を認めず、労働者が労働監督官に本法に沿った措置を求める意志のある場合、労働者は就業地または使用者が局長が定める書式に記載した住所地の労働監督官に申し立てをすることができる。本法に基づく支払いを受ける権利に関する場合、労働者が死亡した時は法定相続人が労働監督官に申し立てをする権利を有する。

มาตรา 124 เมื่อมีการยื่นคำร้องตาม มาตรา 123 ให้ พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่รับคำร้อง
第124条 第123条の下に申し立てが行なわれた場合、労働監督官は申し立てを受けた日から起算して60日以内に事実関係を調べ、命令を出さなければならない。
ในกรณีที่มีความจำเป็นไม่อาจมีคำสั่งภายในเวลาตาม วรรคหนึ่งได้ ให้พนักงานตรวจแรงงานขอขยายเวลาต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมด้วยเหตุผล และอธิบดีหรือผู้ ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจพิจารณาอนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องมีระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนด ตามวรรคหนึ่ง
1項の期限までにどうしても命令を出すことができない場合は、労働監督官は局長または局長の任命した人物に理由を示して期限の延長を求めなければばらず、 局長または局長が任命した人物は適切と考えられる場合は認可を検討することができる。しかし、延長期限は1項の期限の最終日から起算して30日を超えては ならない。
เมื่อพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนแล้วปรากฎว่าลูกจ้าง มีสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่าย ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้ นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรม ของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง
労働監督官が調査を終了し、使用者が本法の下に支払う義務のある金銭を受ける権利を労働者が有することが明らかになった場合、労働監督官は使用者に対し局 長の定める書式で、労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人に対し命令の告知日から15日以内に当該金額の支払いを求める命令を出さなければならない。
ให้นายจ้างจ่ายเงินตามวรรคสามให้แก่ลูกจ้างหรือทายาท โดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ณ สถานที่ทำงาน ของลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้าง ซึ่งถึงแก่ความตายร้องขอให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจ สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าว ณ สำนักงานของพนักงาน ตรวจแรงงานหรือสถานที่อื่นตามที่นายจ้างและลูกจ้างหรือ ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายตกลงกัน
使用者は3項の下に労働者または労働者が死亡した場合は労働者の代わりにその法定相続人に対し支払いをしなければならない。労働者または労働者が死亡した 場合はその法定相続人が求める場合は、労働監督官は労働監督官事務所か、使用者と労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人が合意した別の場所で の支払いを使用者に命じる権限を持つ。
ในกรณีที่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึง แก่ความตายไม่มารับเงินดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วัน ที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่ง ให้พนักงานตรวจแรงงาน นำส่งเงินนั้นเพื่อเก็บรักษาในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดย ฝากไว้กับธนาคาร ในการนี้ ถ้ามีดอกเบี้ยหรือดอกผลใด เกิดขึ้นเนื่องจากการฝากเงิน ให้ตกเป็นสิทธิแก่ลูกจ้าง หรือ ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายซึ่งมีสิทธิได้ รับเงินนั้น
労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人が労働監督官が命令を出してから15日以内に支払いを受けない場合は、労働監督官は労働厚生基金で補完 するために銀行預金の形でそれを送金しなければならない。これに関連して、この預金から利息が生じた場合は、その権利は労働者またはそれを受取る権利を有 する死亡した労働者の法定相続人にある。
ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานเห็นว่าลูกจ้างหรือ ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่มีสิทธิได้ รับเงินตาม มาตรา 123 ให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่ง และแจ้งเป็นหนังสือให้นายจ้างและลูกจ้างหรือทายาทโดย ธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายทราบ
労働監督官が労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人に123条に基づき金銭を受け取る資格がないと判断した場合は、労働監督官は使用者と労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人に命令書を発行しその旨を伝えなければならない。

มาตรา 125 เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตาม มาตรา 124 แล้ว ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมขอ ลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง
第125条 労働監督官が124条に基づき命令を出した後、使用者、労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人がその命令に不服である時は、命令の通知日から起算して30日以内に裁判所に提訴することができる。
ในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้าง ซึ่งถึงแก่ความตายไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนด ให้คำสั่งนั้น เป็นที่สุด
使用者、労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人が期限までに提訴しない場合は、その命令が確定する。
ในกรณที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวาง เงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้อ คดีได้
使用者が提訴する場合、使用者は提訴する前に支払いを命じられた金額を裁判所に預けなければならない。
เมื่อคดีถึงที่สุดและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใด ให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตา ให้ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่ลูกจ้างหรือ ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายได้
決定が確定し、使用者が労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人に支払いをする義務がある場合は、裁判所は労働者または労働者が死亡した場合はその法定相続人に対し、使用者が裁判所に預けた金を支払う権限を持つ。

หมวด ๑๓ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
第13章 労働厚生基金

มาตรา 126 ให้มีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใน กรณีที่ลูกจ้างออกจากงาน หรือตาย หรือในกรณีอื่นตามที่กำหนด โดยคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
第126条 労働者が退職、死亡した場合、または労働厚生基金理事会の定めるその他の場合に労働者を援助する基金とするために、労働保護福祉局に労働厚生基金を設けなければならない。

มาตรา 127 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างประกอบด้วย
第127条 労働厚生基金は以下で構成される:
(1) เงินสะสมและเงินสมทบ
(1) 積立金と分担金。
(2) เงินที่ตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตาม มาตรา 133 และ มาตรา 136
(2) 第133、136条の下に労働厚生基金に委譲された金。
(3) เงินเพิ่มตาม มาตรา 131
(3) 第131条の下の課徴金。
(4) เงินค่าปรับที่ได้รับจากการลงโทษผู้กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้
(4) 同条の下に違反者から支払われた罰金。
(5) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
(5) 寄付された金や物品
(6) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(6) 政府助成金。
(7) เงินรายได้อื่น
(7) その他の収入。
(8) เงินดอกผลของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
(8) 労働厚生基金に属する利息。
ให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจัดให้มีบัญชีประกอบด้วย
労働厚生基金は以下で構成される口座を準備しなければならない。
(1) บัญชีเงินของสมาชิกซึ่งแสดงรายการเงินสะสม เงิน สมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าวของบรรดาสมาชิกแต่ละคน
(1) 全会員からの積立金、分担金、その利息などの項目を入れる会員の口座。
(2) บัญชีเงินกองกลางซึ่งแสดงรายการเงินอื่นนอกจาก (1)
(2) (1)以外の金銭の項目を入れる中央基金口座。

มาตรา 128 การส่งเงินค่าปรับตาม มาตรา 127 (4) เข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและกำหนดเวลาส่งเงินดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
第128条 第127条(4)に基づく罰金の労働厚生基金への送金と送金期限は官報で公示される労働厚生基金理事会の定める規則に従わなければならない。

มาตรา 129 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเงินและทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างตาม มาตรา 127 เป็นกรรมสิทธิ์ของกรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานโดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
第129条 本法の施行において、第127条に基づく労働厚生基金の金銭および財産は国の歳入として財務省に送金されることなく労働保護福祉局に属するものとする。
ให้มีคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละห้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ และอธิบดีกรม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นกรรมการและเลขานุการ
労働社会福祉省次官を理事長とし、財務省代表、国家経済社会開発委員会代表、タイ銀行代表、大臣が任命した使用者代表5人、労働者代表5人を理事とし、労働保護福祉局長を理事兼書記官とする労働厚生基金理事会を設立しなければならない。
คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
労働厚生基金理事会は以下の権限と責務を負う:
(1) กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการบริหารและการจ่ายเงิน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
(1) 大臣の認可を得て労働厚生基金の管理と支払いに関する政策を定める。
(2) พิจารณาให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีในการตรา พระราชกฤษฎีกาการออกกฎกระทรวงประกาศหรือระเบียบ เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
(2) 本法の施行のために国王命令(royal decree)の公布、大臣規則、告示(announcement)、規制の発行について大臣に対する提言を検討する。
(3) วางระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการ เก็บรักษาเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
(3) 大臣の認可を得て、労働厚生基金の金の受取り、支払い、維持に関する規定を制定する。
(4) วางระเบียบเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ของกอง ทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
(4) 大臣の認可を得て労働厚生基金の利益の獲得に関する規定を制定する。
(5) จัดสรรเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่เกินร้อยละสิบ ของดอกผลของกองทุนต่อปีเพื่อเป็นค่าใช้ในการบริหารของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
(5) 労働厚生基金の管理のための支出が基金の年間利益の10%を超えないように基金の金を適正化する。
(6) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมาย อื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
(6) 労働厚生基金理事会の権限と責務として、または大臣の命に従い、本法またはその他の法律で示された内容を実行する。
ให้นำ มาตรา 78 วรรคสอง มาตรา 80 มาตรา 81 มาตรา 82 วรรคหนึ่ง มาตรา 83 และ มาตรา 84 มาใช้บังคับกับคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยอนุโลม
第78条2項、第80、81条、第82条1項、83、84条に適当に変更を加えて労働厚生基金理事会に適用する。

มาตรา 130 ให้ลูกจ้างสำหรับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ สิบคนขึ้นไปเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
第130条 10人以上の労働者を擁する事業の労働者は労働厚生基金の会員とならなければならない。
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กิจการที่นายจ้างได้จัด ให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือจัดให้มีการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้าง ออกจากงานหรือตายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
1項の規定は使用者が企業厚生基金に関する法律に従い企業厚生基金を設けている事業や、労働者が退職または死亡した場合に大臣規則に定められた基準や手続きに従って労働者を援助する仕組みを持つ事業には適用されない。
ความในวรรคหนึ่งจะใช้บังคับแก่ลูกจ้างสำหรับกิจการที่มี ลูกจ้างน้อยกว่าสิบคนเมื่อใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอาจออกระเบียบ เพื่อกำหนดให้ลูกจ้างสำหรับกิจการที่มิได้อยู่ภายใต้บังคับตาม พระราชบัญญัตินี้สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้ เมื่อลูกจ้างประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยความยินยอมของนายจ้าง และให้นายจ้างมีหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตินี้เสมือนเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัตินี้
1項の規定が10人未満の労働者を擁する事業の労働者に適用される必要がある場合は、国王命令として公布しなければならない。労働厚生基金理事会は、本法が適用されない事業の労働者が使用者の合意を得て労働厚生基金の会員となる意志を持つ場合は、労働厚生基金会員となることを申 請することができ、その場合使用者はその事業が本法を適用される事業と同様に本法に基づいて義務を果たさなければならないことを定める規定を発行することができる。
ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามวรรคหนึ่งยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้างและรายละเอียดอื่น ๆ เมื่อนายจ้างยื่นแบบรายการดังกล่าว ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนให้แก่นายจ้าง
1項に基づき労働厚生基金の会員となった労働者の使用者は、その労働者氏名とその他の項目を示す書類を提出しなければならない。使用者がその書類を提出した後、労働保護福祉局は使用者に登録証明書を発行する。
ในกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อความในแบบรายการแสดง รายชื่อลูกจ้างที่ได้ยื่นไว้เปลี่ยนแปลงไปให้นายจ้างแจ้งเป็น หนังสือต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมแบบรายการดังกล่าว
労働者の氏名を示す提出済み書類の内容に変更があった場合は、使用者は労働保護福祉局に書面で書類の変更または修正を求めなければならない。
การยื่นขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมแบบรายการ แสดงรายชื่อลูกจ้าง และการออกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้น ทะเบียนให้แก่นายจ้าง ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ และ วิธีการที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกำหนด
労働者の氏名を示す書類の変更または修正申請書の提出と使用者への登録証明書の発行は、労働厚生基金理事会の定める書式、基準、手続きに沿っていなければならない。
ให้ถือว่าผู้ซึ่งยื่นแบบรายการ หรือแจ้งขอเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมแบบรายการตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ได้ปฏิบัติตามความในวรรคห้า วรรคหก และ วรรคเจ็ดของมาตรานี้แล้ว
書類を提出し、社会保障に関する法律に基づきその書類の変更または修正を求める者は、同条の5、6、7項の規定を満たしていなければならない。

มาตรา 131 นับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุน สงเคราะห์ลูกจ้าง ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างจ่าย เงินสะสม โดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างและนายจ้างจ่าย เงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างทั้งนี้ ตามอัตราที่ กำหนดในกฎกระทรวงแต่ต้องไม่เกินร้อยละห้าของค่าจ้าง
第131条 労働者が労働厚生基金の会員となった日から、賃金の支払い時には常に労働者は使用者が賃金から天引きする形で積立金を支払い、使用者は労働厚生基金への分担金を支払わなければならない。これらは大臣規則に定める金額でなければならないが、賃金の5%を超えてはならない。
ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างตามกำหนดเวลาที่ต้องจ่าย ให้นายจ้างมีหน้าที่นำส่งเงินสะสมและเงินสมทบโดยถือ เสมือนว่ามีการจ่ายค่าจ้างแล้ว
使用者が支払い期限までに賃金を支払わない場合でも、使用者は賃金が支払われた場合と同様に積立金と分担金を送金する義務を負う。
ในกรณีที่นายจ้างไม่ส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบหรือส่ง ไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคสี่ ให้นายจ้าง จ่ายเงินเพิ่มให้แก่กองทุนสงเคราะห์ลูงจ้างในอัตราร้อยละห้า ต่อเดือนของจำนวนเงินสะสมหรือเงินสมทบที่ยังมิได้นำส่ง หรือที่ยังขาดอยู่นับแต่วันที่ต้องนำส่งเงินดังกล่าว สำหรับ เศษของเดือนถ้าถึงสิบห้าวันหรือกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งเดือน ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง ทั้งนี้ ห้ามมิให้นายจ้างอ้างเหตุที่ ไม่ได้หักค่าจ้าง หรือหักไปแล้วแต่ไม่ครบจำนวนเพื่อให้พ้น ความรับผิดที่ต้องนำส่งเงินดังกล่าว
使用者が4項に定める期限までに積立金または分担金を送金しなかったり、全額を送金しない場合、使用者はまだ送金していない積立金または分担金金額、また は送金日から起算して不足している金額の月当たり5%の課徴金を労働厚生基金に支払わなければならない。端数の日数については、15日以上なら1月として 数え、それ以下は切捨てる。これに関連して、使用者は賃金の天引きをしていないことや満額天引きしていないことを送金責任を回避する理由としてはならない。
การนำส่งเงินสะสม เงินสมทบ และเงินเพิ่มเข้ากองทุน สงเคราะห์ลูกจ้าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างกำหนด
積立金、分担金、課徴金の労働厚生基金への送金は労働厚生基金理事会の定める基準や手続きに従わなければならない。

มาตรา 132 ในกรณีที่นายจ้างไม่นำส่งเงินสะสมหรือ เงินสมทบหรือนำส่งไม่ครบตามกำหนดเวลา ให้พนักงานตรวจ แรงงานมีคำเตือนเป็นหนังสือให้นายจ้างนำเงินที่ค้างจ่ายมา ชำระภายในกำหนดไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น
第132条 使用者が期限までに積立金または分担金を送金しなかったり、満額を送金しない場合は、労働監督官は警告書を受け取ってから30日以内に滞納金の支払いを命じる警告書を使用者に対して発行しなければならない。
ในการมีคำเตือนตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่อาจทราบจำนวน ค่าจ้างได้แน่ชัด ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจประเมิน เงินสะสมและเงินสมทบที่นายจ้างจะต้องนำส่งได้ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างกำหนด
1項の下に警告が出された場合、賃金の正確な額が分からないときは労働監督官は、使用者が送金しなければならない積立金と分担金を労働厚生基金理事会の定める基準と手続きに従い評価する権限を持つ。

มาตรา 133 ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงาน ให้กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในส่วนที่ เป็นเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลจากเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง
第133条 労働者が退職した場合、労働保護福祉局は労働者に対する積立金、分担金、その利息である労働厚生基金の金の一部を支払わなければならない。
ในกรณีที่ลูกจ้างตาย ถ้าลูกจ้างมิได้กำหนดบุคคลผู้จะพึงได้ รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไว้โดยทำเป็นหนังสือตามแบบ ที่อธิบดีกำหนดมอบไว้แก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือ ได้กำหนดไว้แต่บุคคลผู้นั้นตายก่อน ให้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างตามวรรคหนึ่งให้แก่บุตร สามี ภรรยา บิดา มารดา ที่มี ชีวิตอยู่คนละส่วนเท่า ๆ กัน
労働者が死亡した場合、その労働者が労働厚生基金からの支払いを受ける資格のある人物を局長の定める書類に記載して労働保護福祉局に届けていなかったり、 既に死亡した人物を定めていた時は、1項に示した労働厚生基金からの金は残された子供、配偶者、父母に平等に支払われなければならない。
ถ้าผู้ตายไม่มีบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างตามวรรคสอง ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้าง
死亡者に2項に定める労働厚生基金からの金を受け取る資格のある遺族がいない場合は、その金は労働厚生基金に委譲される。

มาตรา 134 การจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างใน กรณีอื่นนอกจากกรณีตาม มาตรา 133 ให้คณะกรรมการกองทุน สงเคราะห์ลูกจ้างกำหนดระเบียบการจ่ายเงินสงเคราะห์ อัตราเงิน ที่จะจ่ายและระยะเวลาการจ่าย โดยพิจารณาจากจำนวนเงินกอง ทุนสงเคราะห์ลูกจ้างส่วนที่มิใช่เงินที่จะต้องนำไปจ่ายตาม มาตรา 133
第134条 第133条に示した場合以外の労働厚生基金からの支払いについては、労働厚生基金理事会が労働厚生基金の 金のその部分は第133条に基づく支払いのために取り置かなければならない金ではないことを考慮に入れて、援助金の支払い、支払い率、支払い期間について の規則を定めなければならない。

มาตรา 135 ในกรณีที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่ว ให้แก่ลูกจ้างตาม มาตรา 134 แล้ว ให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมี สิทธิเรียกให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ ลูกจ้างชดใช้เงินที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้จ่ายไปพร้อม ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี
第135条 労働保護福祉局が第134条に従って労働者に一部であれ全額であれ労働厚生基金の金を支払った場合、労働厚生基金は労働者にその金を支払う法的義務を負う人物に、労働厚生基金が支払った金額を年15%の利息と共に返済することを求める権利を持つ。
สิทธิเรียกร้องของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้มีอายุความ สิบปีนับแต่วันที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจ่ายไปตามวรรคหนึ่ง
労働厚生基金が主張する権利の時効は、1項の下に労働厚生基金が支払った日から10年とする。

มาตรา 136 ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจออกคำสั่ง เป็นหนังสือให้ยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ซึ่ง มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ไม่นำส่งเงินสะสม เงินสมทบ หรือ เงินเพิ่ม หรือ นำส่งไม่ครบจำนวน หรือเงินที่ต้องจ่ายตามมาตรา 135
第136条 労働監督官は積立金、分担金、課徴金を送金する義務を負いながら送金しない人物、全額送金しない人物、第135条に基づいて支払わなければならない金を送金しない人物の財産を没収し、差押え、競売に出す命令を出す権限を持つ。
การมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งจะ กระทำได้ต่อเมื่อได้ส่งคำเตือนเป็นหนังสือให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่ ตามกฎหมายนำเงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่มที่ค้างจ่าย หรือเงินที่ต้องจ่ายตาม มาตรา 135 มาจ่ายภายในเวลา ที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นได้รับ คำเตือนนั้นและไม่จ่ายภายในเวลาที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยึด อายัด และขายทอดตลาด ทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรี กำหนด ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด และขายทอดตลาด และจ่ายเงินสะสม
1項に基づき財産を没収、差し押さえる命令の発行は、滞納している積立金、分担金、課徴金または第135条の下に所定の期限までに支払わなければならない 金銭を支払う義務を負う人物に対して警告書を出した後でなければならない。その人物が警告書を受取り所定の期限内に支払わない日から30日以上経過してい なければならない。1項に基づく財産の没収、差押え、競売の基準、手続きは、大臣の定める規則に従わなければならない。これに関しては、民事訴訟法の基準と手続きに適当な変更を加えて適用する。没収、差押え、競売にかかる費用、滞納している積立金、分担金、課徴金や第135条の下に支払う義務のある金額は競売で得た収益から差し引く。
เงินสมทบ หรือเงินเพิ่มที่ค้างจ่าย หรือเงินที่ผู้ซึ่งมีหน้าที่ตาม กฎหมายต้องจ่ายตาม มาตรา 135 ถ้ามีเงินเหลือให้คืนแก่ผู้นั้นโดยเร็ว โดยให้พนักงานตรวจแรงงานมีหนังสือแจ้งให้ทราบเพื่อ ขอรับเงินที่เหลือคืน โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถ้าไม่มาขอรับคืนภายในห้าปีให้ตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้าง
残金がある場合は、当該人物に即刻返金しなければならない。労働監督官は受取人支払い書留郵便で当人に返還金を請求するように知らせる書簡を送らなければならない。 本人が5年以内に返還を求めなければ、その金は労働厚生基金に委譲される。

มาตรา 137 สิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
第137条 労働厚生基金からの支払いを主張する権利は譲渡不能で実行の責任を課されるものではない。

มาตรา 138 ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปี ปฏิทิน ให้คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเสนองบดุล และรายงานการรับจ่ายเงินของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในปี ที่ล่วงมาแล้วต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบ รับรองก่อนเสนอต่อรัฐมนตรี
第138条 年の終わりから120日以内に、労働厚生基金理事会は前年の労働厚生基金の収支決算書および報告書を大臣に提出する前に監査大臣室に提出し監査と確認を求めなければならない。
งบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินดังกล่าว ให้รัฐมนตรีเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบและจัดให้มีการประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
大臣はその収支決算書および報告書を官報で発表するために内閣に提出して知らせ、調整を受けなければならない。

หมวด ๑๔ พนักงานตรวจแรงงาน
第14章 労働監督官

มาตรา 139 ในการปฎิบัติการตามหน้าที่ให้พนักงาน ตรวจแรงงานมีอำนาจดังต่อไปนี้
第139条 労働監督官はその責務の遂行において以下の権限を持つ:
(1) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของ นายจ้างและสถานที่ทำงานของลูกจ้างในเวลาทำการ เพื่อตรวจ สภาพการทำงานของลูกจ้างและสภาพการจ้าง สอบถามข้อเท็จจริง ถ่ายภาพถ่ายสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และ ทะเบียนลูกจ้างเก็บตัวอย่างวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เพื่อวิเคราะห เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และกระทำการอย่างอื่น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฎิบัติการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้
(1) 労働者の労働環境と労働条件を調べ、事実関係を調査し、写真を撮り、雇用、賃金、時間外賃金、休日賃金、休日時間外賃金の支払いや労働者登録簿に 関連する書類の写しを取り、職場の安全に関連して原材料や製品の分析用標本を収集し、本法の施行のために事実を知る目的でその他の行動をとるために、労働 時間中に使用者の事業所または事務所、労働者の職場に立入る。
(2) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกนายจ้าง ลูกจ้าง หรือ บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งสิ่งของหรือ เอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
(2) 使用者、労働者、関係者を事実関係の説明のために召喚したり、検討のために必要な関連物品または文書を送ることを求める書簡を出す。
(3) มีคำสั่งเป็นหนังสือให้นายจ้างหรือลูกจ้างปฎิบัติให้ ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้
(3) 使用者または労働者に本法に従うことを求める命令書を出す。

มาตรา 140 ในการปฎิบัติการตามหน้าที่ของพนักงาน ตรวจแรงงานตาม มาตรา 139 (1) ให้พนักงานตรวจแรงงาน แสดงบัตรประจำตัวต่อนายจ้างหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง และให้นายจ้าง หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกและไม่ขัดขวางการ ปฎิบัติการตามหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน
第140条 第139条(1)に基づく労働監督官の義務の履行において、労働監督官は使用者または関係者に身分証明証を示さなければならない。使用者または関係者は便宜を計り、労働監督官の責務の遂行の妨害をしないようにしなくてはならない。
บัตรประจำตัวพนักงานตรวจแรงงานให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
身分証明証

มาตรา 141 ในกรณีที่นายจ้างหรือลูกจ้างได้ปฎิบัติ ตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม มาตรา 139 (3) ภายในระยะเวลาที่กำหนด การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้าง หรือลูกจ้างให้เป็นอันระงับไป
第141条 使用者または労働者が第139条(3)に基づく労働監督官の命令を定められた期限内に守った場合、使用者または労働者に対する罰則の実行は中止されなければならない。

มาตรา 142 ในการตรวจสถานประกอบกิจการหรือ สำนักงานของนายจ้าง หรือสถานที่ทำงานของลูกจ้าง อธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจจัดให้แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว เพื่อให้ความคิดเห็นหรือช่วยเหลือแก่พนักงานตรวจแรงงาน ในการปฎิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
第142条 使用者の事業所または事務所、労働者の職場の臨検において、局長または局長の任命した人物は、本法の施行において労働監督官に提言や助言を与えるために医師、ソーシャルワーカー、大臣の任命した専門家が同所に立ち入るように調整しなければならない。
ให้นายจ้างหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก และไม่ขัดขวางการปฏิบัติการตามหน้าที่ของแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญตามวรรคหนึ่ง
使用者または関係者は便宜を計り、医師、ソーシャルワーカー、大臣の任命した専門家が1項の下に責務を遂行するのを妨害しないようにしなくてはならない。

หมวด 15 การส่งหนังสือ
第15章 文書の送付

มาตรา 143 ในการส่งคำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือ พนักงานตรวจแรงงานซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือพนักงานตรวจแรงงานจะนำไป ส่งเองหรือให้เจ้าหน้าที่นำไปส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือ สำนักงานของนายจ้างในเวลาทำการของนายจ้าง ถ้าไม่พบนาย จ้าง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของนายจ้าง หรือ พบนายจ้างแต่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมรับ จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ ปรากฎว่า เป็นของนายจ้างนั้นก็ได้ เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าว แล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้รับคำสั่งหรือ หนังสือของอธิบดีหรือ พนักงานตรวจแรงงานนั้นแล้ว
第143条 局長または労働監督官が本法に基づき命令書または文書を送付する際は、受取人支払い書留郵便でなければな らない。そうでなければ労働監督官が直接本人に届けるか、職員に使用者の就業時間中に使用者の自宅または事務所に届けさせなければならない。使用者が自宅 または事務所にいなかったり、使用者が受取を拒否した場合は、使用者に属する自宅または事務所にいるか働いている法定年令に達した人物に届けてもよい。こ の作業が行なわれた後、使用者は局長または労働監督官の命令書または書簡を受け取ったと見做される。
ถ้าการส่งตามวรรคหนึ่งไม่สามารถกระทำได้ ให้ส่งโดยปิด คำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือพนักงานตรวจแรงงานในที่ซึ่ง เห็นได้ง่าย ณ สำนักงานของนายจ้าง สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของนายจ้าง เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าว และเวลาได้ล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่าสิบห้าวันแล้วให้ถือว่านายจ้าง ได้รับคำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือพนักงานตรวจแรงงานนั้น แล้ว
1項に従い配達ができない場合は、局長または労働監督官の命令書または書簡を使用者の事務所、労働者の職場、使用者の自宅の目に付くところに置くことに よって配達は有効となる。競売が行なわれてから15日以上経つと、使用者が局長または労働監督官からの命令書または書簡を受け取ったと見なされる。

หมวด 16 บทกำหนดโทษ
第16章 罰則

มาตรา 144 นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 10 มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 42 มาตรา 43 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 67 มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72 มาตรา 76 มาตรา 90 วรรคหนึ่ง กฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 95 มาตรา 107 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง ไม่จ่าย ค่าชดเชยพิเศษตาม มาตรา 120 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา 121 วรรคสอง หรือ มาตรา 122 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
第144条 第10、22、24、25、26、37、38、39、40、42、43、46、47、48、49、50、 51、61、62、63、64、67、70、71、72、76条、第90条1項、第95、107条、第118条1項に違反したり、従わなかったり、第 120条1、2項、第121条2項、第122条に基づき特別解雇手当を支払わなかったりした使用者は、6か月以下の禁固か10万バーツ以下の罰金のどちら かまたは両方に処される。
ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 42 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 หรือ มาตรา 50 เป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตราย แก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
使用者が第37、38、39、42、47、48、49、50条に違反したり従わなかったりして、労働者に肉体的、精神的損害を与えたり死亡させたりした場合は、1年以下の禁固か20万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処される。

มาตรา 145 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
第145条 第23条に従わない使用者は5000バーツ以下の罰金を課せられる。

มาตรา 146 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 15 มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง มาตรา 45 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 มาตรา 65 มาตรา 66 มาตรา 73 มาตรา 74 มาตรา 75 วรรคหนึ่ง มาตรา 77 มาตรา 99 มาตรา 105 วรรคสอง มาตรา 108 มาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 113 มาตรา 114 มาตรา 115 มาตรา 117 หรือไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตาม มาตรา 120 มาตรา 121 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 139 (2) หรือ (3) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท
第146条 第15、27、28、29条、第30条1項、第45、53、54、56、57、58、59、65、66、 73、74条、第75条1項、第77、99条、第105条2項、第108、111、112、113、114、115、117条に従わなかったり、第120 条、第121条1項、第139条(2)(3)に基づき事前に通知しなかったりした使用者は2万バーツ以下の罰金を科せられる。

มาตรา 147 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 16 ต้องระวางโทษปรับไม่ เกินสองหมื่นบาท
第147条 第16条に違反した者は2万バーツ以下の罰金を科せられる。

มาตรา 148 นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 31 หรือ มาตรา 44 หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 103 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
第148条 第31、44条に違反したり、第103条1項の下に発行された大臣規則に従わない使用者は1年以下の禁固か20万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 149 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 52 มาตรา 55 มาตรา 75 วรรคสอง มาตรา 90 วรรคสอง มาตรา 110 หรือ มาตรา 116 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
第149条 第52、55条、第75条2項、第90条2項、第110、116条に従わない使用者は、1万バーツ以下の罰金を科せられる。

มาตรา 150 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวก ไม่มาให้ถ้อยคำ ไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ ตามหนังสือเรียกของคณะกรรมการ ค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างหรือ คณะอนุกรรมการมอบหมาย หรือไม่อำนวยความสะดวกแก่ พนักงานตรวจแรงงาน แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
第150条 賃金委員会または小委員会、賃金委員会または小委員会に任命された人物の通知に従って便宜を計らなかった り、発表をしなかったり、文書や物品を送付しない者、または労働監督官、医師、ソーシャルワーカー、専門家に協力しない者は、1か月以下の禁固か2000 バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 151 ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะ กรรมการค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการ ค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างหรือ คณะอนุกรรมการมอบหมาย พนักงานตรวจแรงงาน แพทย นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
第151条 賃金委員会または小委員会、賃金委員会や小委員会の任命した人物、労働監督官、医師、ソーシャルワーカー、専門家の任務の遂行を妨害した者は、1年以下の禁固か2万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่สั่ง ตาม มาตรา 124 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
第124条に基づく労働監督官の命令に従わない者は、1年以下の禁固か2万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 152 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 96 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
第152条 第96条に従わない使用者は5万バーツ以下の罰金を科せられる。

มาตรา 153 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 98 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
第153条 第98条に従わない使用者は1か月以下の禁固か2000バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 154 นายจ้างผู้ใดไม่จัดทำเอกสารหลักฐาน หรือรายงานตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 103 หรือ จัดทำเอกสารหลักฐานหรือรายงานโดยกรอกข้อความอัน เป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่ เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
第154条 第103条に基づいて発行される大臣規則に従い証明書または報告書を作成しない使用者、または虚偽の内容を記載した証明書や報告書を作成した使用者は6か月以下の禁固か10万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 155 ผู้ใดมีหน้าที่ในการรับรองหรือตรวจสอบ เอกสารหลักฐาน หรือรายงานตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 103 กรอกข้อความอันเป็นเท็จในการรับรองหรือ ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน หรือรายงาน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ
第155条 第103条に基づいて発行された大臣規則に従い証明書を確認または調査する責務を負いながら証明書や報告書の確認または調査に際し虚偽の記載をした者は、1年以下の禁固か20万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 156 นายจ้างผู้ใดไม่ยื่นแบบรายการหรือไม่แจ้ง เป็นหนังสือขอเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการภายใน กำหนดเวลาตาม มาตรา 130 หรือยื่นแบบรายการ หรือแจ้ง เป็นหนังสือขอเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการตาม มาตรา 130 โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
第156条 第130条に示された期限内に書類を提出しなかったり、内容の変更または修正を依頼する報告書を提出しない使用者、第130条に基づく項目の変更修正を依頼する報告書に虚偽の記載をした者は、6か月以下の禁固か1万バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 157 พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดเปิดเผยข้อเท็จจริง ใดเกี่ยวกับกิจการของนายจ้างอันเป็นข้อเท็จจริงตามที่ปกติวิสัย ของนายจ้างจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยซึ่งตนได้มาหรือล่วงรู้เนื่อง จากการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยในการปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์แห่ง พระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์แก่การคุ้มครองแรงงาน การแรงงานสัมพันธ์ หรือการสอบสวน หรือการพิจารณาคดี
第157条 使用者が通常は保管し公表しない事実や担当官が本法の施行の結果として得た事実を使用者の事業に関連して公表 した担当官は、それが本法または労働保護、労使関係の利益のためや裁判の尋問に関連して政府の任務遂行における公表である場合以外は、1か月以下の禁固か 2000バーツ以下の罰金のどちらかまたは両方に処せられる。

มาตรา 158 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทำของบุคคลใด หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระทำ การอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการผู้จัดการ หรือ บุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
第158条 違反者が法律上認められた人物である場合、その人物の違反がその監督者または責任者の命令や行動に由来する場合や、監督者または責任者が行なうべき命令や行動の不履行に由来する場合、監督者または責任者は違反について定められた罰を受けなければならない。

มาตรา 159 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ความผิดตาม มาตรา 157 ถ้าเจ้าพนักงานดังต่อไปนี้ เห็นว่าผู้กระทำผิดไม่ควรได้รับโทษจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้อง ร้อง ให้มีอำนาจเปรียบเทียบดังนี้
第159条 本法の違反については、第157条の違反以外は、以下の担当官が違反者は禁固に当たらない、または裁判するに当たらないと判断した場合は、違反を示談にする権限を持つ:
(1) อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย สำหรับความผิด ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร
(1) バンコクで起きた違反については、局長または局長が任命した人物。
(2) ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น
(2) それ以外の地域で起きた違反については、地方自治体の長または地方自治体の長が任命した人物。
ในกรณีที่มีการสอบสวน ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่า บุคคลใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้และบุคคล นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้ อธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่บุคคลนั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ
調停が行なわれる場合は、ある人物が本法に違反し、違反に対する示談に同意していることを調停官が確認したときは、調停官は違反者が示談に合意した日から7日以内にその案件を局長または地方自治体の長に示さなければならない。
เมื่อผู้กระทำผิดได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่ เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
違反者が30日以内に示談金を支払った場合は、刑事訴訟法に従いその案件は終了したものとする。
ถ้าผู้กระทำผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ หรือเมื่อ ยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลาตาม วรรคสาม ให้ดำเนินคดีต่อไป
違反者が違反についての示談に合意した後に示談内容に合意せず、3項に基づき期限内に罰金も支払わない場合は、法的手続きが取られる。

บทเฉพาะกาล
暫定条項

มาตรา 160 มิให้นำ มาตรา 44 มาใช้บังคับกับลูกจ้างซึ่ง เป็นเด็กอายุตั้งแต่สิบสามปีบริบูรณ์แต่ยังไม่ถึงสิบห้าปีบริบูรณ์ ที่นายจ้างรับเข้าทำงานตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2515 อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับ
第160条 第44条は、本法の施行日前に1972年3月16日の革命議会命令No.103の下に使用者が受け入れた満13才から15才未満の年少労働者の労働に適用される。

มาตรา 161 ให้นายจ้างแจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็น เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีที่นายจ้างรับเข้าทำงานตามประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2515 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับ แต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
第161条 使用者は、本法施行日前に1972年3月16日の革命議会命令No.103の下に労働を認められた18才未満の年少労働者の雇用を報告しなければならない。これは本法の施行日から15日以内に行なわなければならない。

มาตรา 162 ให้คณะกรรมการค่าจ้าง คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้จนกว่าจะครบวาระการดำรง ตำแหน่ง
第162条 本法の施行日に任期中にある賃金委員会、小委員会、作業部会はその任期終了まで権限を持ち続ける。

มาตรา 163 การจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเพื่อ เป็นทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามบทบัญญัติว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ ลูกจ้างในหมวด 13 จะเริ่มดำเนินการเมื่อใดให้ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
第163条 第13章の下に労働厚生基金に関する条項に従い労働者を援助するための基金に使われる積立金、分担金の収集の開始は国王命令の形で公布されなければならない。

มาตรา 164 คำร้องที่ยังไม่ถึงที่สุดหรือคดีที่ยังอยู่ใน ระหว่างการพิจารณาของศาลก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือประกาศกระทรวง แรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2515 จนกว่าคำร้องหรือ คดีนั้น ๆ จะถึงที่สุด
第164条 本法の施行日以前に最終的な結論が出ていない申し立て、または係争中の裁判は、その決着が着くまで、1972年3月16日の革命議会命令No.103に従って発行された内務省通知または労働社会福祉省の通知の下に有効である。

มาตรา 165 ผู้ใดมีสิทธิได้รับค่าจ้างหรือเงินอื่นจากนายจ้าง ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงได้รับต่อไป
第165条 本法の施行日以前に1972年3月16日の革命議会命令No.103の下に使用者から賃金またはその他の手当てを受け取る資格のある人物は、引続きそれを受け取る資格がある。

มาตรา 166 บรรดาประกาศหรือคำสั่งที่ออกตาม ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบและ ประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
第166条 1972年3月16日の革命議会命令No.103の下に発行された告示(announcement)、通知 (notifications)、命令(orders)は全て、それらが本法に反したり矛盾しない限りは引続き有効である。これは本法の下に大臣規則、規 制、告示、通知が発行されるまでの間とする。

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
国王命令を受けた人物 Chuan Leekpai 首相

    注:本法の使用を発表する理由は以下の通りである:1972年3月16日の革命議会命令No.103は長期間効力を持 ち、その条項の中には現在の状況に合わなくなっているものもある。さらに、同革命議会声明の下に発行された労働保護に関する規定は法的に第2レベルにあ り、受け入れには問題がある。従って、労働者の使用を現状の変化に合わせるために、より適切な労働者の使用に関する以下のような多様な規定の修正は適切で ある。その内容は、大臣は一般的な労働者の使用に当てはまらない特別な保護を適用する種類の労働者の利用に関する大臣規則を公布する権限を持つ。使用者が 妊娠を理由に女性労働者を解雇するのを禁ずる。年少労働者が教育や訓練のために休暇を取ることを認める。使用者が事業を中止した場合に労働者の収入の喪失 を補償することを使用者に求める。報酬からの控除や労働者の労働、労働者や労働者が受取人として定める人物に対する援助のための基金設立、またはそれが定 められていない場合の条件を定める。死亡した労働者に帰属する労働者を援助するための基金からの支払いを法定相続人が受けることができるようにする。現在 の経済情勢に合わせて罰則率を修正する、などである。従って、本法の公布は必要である。

日タイ租税条約 อนุสัญญาภาษีซ้อนไทยญี่ปุ่น

所得に対する租税に関する二重課税の回避及び脱税の防止のための日本国とタイとの間の条約
อนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้

日本国政府及びタイ政府は、
所得に対する租税に関し、二重課税を回避し及び脱税を防止するための新たな条約を締結することを希望して、
次のとおり協定した。
รัฐบาลแห่งประเทศไทยและรัฐบาลแห่งประเทศญี่ปุ่น
มีความปรารถนาที่จะทำอนุสัญญาฉบับใหม่เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บเงินได้
ได้ตกลงกันดังนี้

第1条 この条約は、一方又は双方の締約国の居住者である者に適用する。
ข้อ 1 อนุสัญญานี้ให้ใช้บังคับแก่บุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งหรือทั้งสองรัฐ

第2条 
ข้อ 2
1 この条約の対象である租税は、次のものとする。
1. ภาษีซึ่งเป็นประเด็นของอนุสัญญานี้ คือ
(a) 日本国においては、
(ก) ในประเทศญี่ปุ่น
(i) 所得税
(1) ภาษีเงินได้ และ
(ii) 法人税
(2) ภาษีบรรษัท
(以下「日本国の租税」という。)
(ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ภาษีญี่ปุ่น”)
(b) タイにおいては、
(ข) ในประเทศไทย
(i) 所得税
(1) ภาษีเงินได้ และ
(ii) 石油所得税
(2) ภาษีเงินได้จากปิโตรเลียม
(以下「タイの租税」という。)
(ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ภาษีไทย”)
2 この条約は、1に掲げる租税に加えて又はこれに代わってこの条約の署名の日の後に課される租税であって1に掲げる租税と同一であるもの又は実質的に類似するものについても、適用する。両締約国の権限のある当局は、それぞれの国の税法について行われた実質的な改正を、その改正後の妥当な期間内に、相互に通知する。
2. นอกจากนี้ให้ใช้อนุสัญญานี้บังคับแก่ภาษีใดๆ ที่เหมือนกันหรือในสาระสำคัญคล้ายคลึงกันซึ่งได้บังคับเพิ่มเติมจากหรือแทนที่ภาษีที่กล่าวถึงในวรรค 1 ภายหลังจากวันที่ได้ลงนามในอนุสัญญานี้ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเต็มของรัฐผู้ทำสัญญาจะได้แจ้งแก่กันและกัน เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญใดๆ ซึ่งได้มีขึ้นในกฎหมายภาษีอากรของแต่ละรัฐภายในระยะเวลาที่เหมาะสมภายหลังจากการแลกเปลี่ยนเช่นว่านั้น

第3条 
ข้อ 3
1 この条約の適用上、文脈により別に解釈すべき場合を除くほか、
1. เพื่อความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญานี้ เว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
(a) 「日本国」とは、地理的意味で用いる場合には、日本国の租税に関する法令が施行されているすべての領域(領海を含む。)及びその領域の外側に位置する水域で日本国が国際法に基づき管轄権を有し日本国の租税に関する法令が施行されているすべての水域(海底及びその下を含む。)をいう。
(ก) คำว่า “ประเทศญี่ปุ่น” เมื่อใช้ในความหมายทางภูมิศาสตร์ หมายถึงอาณาเขตทั้งปวงรวมถึงทะเลอาณาเขตของประเทศญี่ปุ่นที่กฎหมายเกี่ยวกับภาษีญี่ปุ่นใช้บังคับ และพื้นที่ทั้งหมดภายใต้ทะเลอาณาเขตรวมถึงก้นทะเลและที่ดินใต้ผิวดิน ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศและที่กฎหมายเกี่ยวกับภาษีญี่ปุ่นใช้บังคับได้
(b) 「タイ」とは、タイ王国をいい、タイ王国の領水に隣接する水域でタイの法令及び国際法に基づきタイ王国の管轄権の下にあるものを含む。
(ข) คำว่า “ประเทศไทย” หมายถึงราชอาณาจักรไทยและรวมถึงพื้นที่ใดๆ ที่ติดกับน่านน้ำอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยซึ่งตกอยู่ภายใต้สิทธิของราชอาณาจักรไทยตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ
(c) 「一方の締約国」及び「他方の締約国」とは、文脈により、日本国又はタイをいう。
(ค) คำว่า “รัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง “และ”รัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง” หมายถึงประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศไทย แล้วแต่บริบทจะกำหนด
(d) 「租税」とは、文脈により、日本国の租税又はタイの租税をいう。
(ง) คำว่า “ภาษี” หมายถึงภาษีญี่ปุ่นหรือภาษีไทย แล้วแต่บริบทจะกำหนด
(e) 「者」には、個人、法人及び法人以外の団体を含み、タイについてはタイの税法に基づいて課税単位として取り扱われる未分割遺産及び死亡者を含む。
(จ) คำว่า “บุคคล” รวมถึง บุคคลธรรมดา บริษัทและคณะบุคคลอื่นใดและในกรณีของประเทศไทยให้รวมถึงกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งและผู้ตายซึ่งถือว่าเป็นหน่วยภาษีภายใต้กฎหมายภาษีอากรไทย
(f) 「法人」とは、法人格を有する団体又は租税に関し法人格を有する団体として取り扱われる団体をいう。
(ฉ) คำว่า “บริษัท” หมายถึง นิติบุคคลหรือหน่วยใดๆ ซึ่งถือว่า เป็นนิติบุคคลเพื่อความมุ่งประสงค์ทางภาษี
(g) 「一方の締約国の企業」及び「他方の締約国の企業」とは、それぞれ一方の締約国の居住者が営む企業及び他方の締約国の居住者が営む企業をいう。
(ช) คำว่า “วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง” และ “วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง” หมายถึงวิสาหกิจซึ่งดำเนินการโดยผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง และวิสาหกิจซึ่งดำเนินการโดยผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งตามลำดับ
(h) 「国民」とは、次の者をいう。
(ซ) คำว่า “คนชาติ” หมายถึง
(i) 日本国に関しては、日本国の国籍を有するすべての個人並びに日本国の法令に基づいて設立され又は組織されたすべての法人及び法人格を有しないが日本国の租税に関し日本国の法令に基づいて設立され又は組織された法人として取り扱われるすべての団体
(1) ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น บุคคลธรรมดาทั้งปวงที่มีสัญชาติของประเทศญี่ปุ่นและนิติบุคคลทั้งปวงที่ตั้งขึ้นหรือรวบรวมขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และองค์การทั้งปวงที่ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลซึ่งตามความมุ่งประสงค์ทางภาษีญี่ปุ่นถือว่าเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นหรือรวบรวมขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และ
(ii) タイに関しては、タイの国籍を有するすべての個人及びタイにおいて施行されている法令によってその地位を与えられたすべての法人、組合その他の団体
(2) ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย บุคคลธรรมดาทั้งปวงที่มีสัญชาติของประเทศไทยและนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วน สมาคม และหน่วยอื่นใดที่ได้รับสถานภาพเช่นว่านั้นตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในประเทศไทย
(i) 「国際運輸」とは、一方の締約国の企業が運用する船舶又は航空機による運送(他方の締約国内の地点の間においてのみ運用される船舶又は航空機による運送を除く。)をいう。
(ฌ) คำว่า “การจราจรระหว่างประเทศ” หมายถึง การขนส่งใดๆ ทางเรือหรืออากาศยานซึ่งดำเนินการโดยวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ยกเว้นกรณีการเดินเรือหรืออากาศยานระหว่างสถานที่ต่างๆ ซึ่งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งเท่านั้น และ
(j) 「権限のある当局」とは、
(ญ) คำว่า “เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ” หมายถึง
(i) 日本国については、大蔵大臣又は権限を与えられたその代理者をいう。
(1) ในกรณีประเทศญี่ปุ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายและ
(ii) タイについては、大蔵大臣又は権限を与えられたその代理者をいう。
(2) ในกรณีประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย
2 一方の締約国によるこの条約の適用上、この条約において定義されていない用語は、文脈により別に解釈すべき場合を除くほか、この条約の適用を受ける租税に関する当該一方の締約国の法令における当該用語の意義を有するものとする。
2. ในการบังคับใช้อนุสัญญานี้โดยรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง คำใดๆ ที่มิได้นิยามไว้ในอนุสัญญา ให้มีความหมายซึ่งคำนั้นมีอยู่ตามกฎหมายของรัฐนั้นเกี่ยวกับภาษีที่อนุสัญญานี้ใช้บังคับเว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

第4条 ข้อ 4
1 この条約の適用上、「一方の締約国の居住者」とは、当該一方の締約国の法令の下において、住所、居所、法人の設立場所、本店又は主たる事務所の所在地その他これらに類する基準により当該一方の締約国において課税を受けるべきものとされる者をいう。ただし、この用語には、当該一方の締約国内に源泉のある所得のみについて当該一方の締約国において課税される者を含まない。
1. เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งอนุสัญญานี้ คำว่า “ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง” หมายถึง บุคคลใดๆซึ่งตามกฎหมายรัฐนั้นมีหน้าที่เสียภาษีให้รัฐนั้นโดยเหตุผลของการมีภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ สถานจัดการ สำนักงานใหญ่ หรือ โดยเกณฑ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่คำนี้มิได้รวมถึงบุคคลใดๆ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีในรัฐนั้นด้วยเหตุเฉพาะการมีเงินได้จากแหล่งในรัฐนั้นแต่เพียงรัฐเดียว
2 1の規定により双方の締約国の居住者に該当する者については、両締約国の権限のある当局は、合意により、この条約の適用上その者が居住者であるとみなされる締約国を決定する。
2. ในกรณีที่ตามเหตุผลแห่งบทบัญญัติของวรรค 1 บุคคลหนึ่งผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาทั้งสองรัฐ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาจะกำหนดโดยวิธีการตกลงร่วมกัน ซึ่งบุคคลนั้นจะถูกถือว่ามีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาเพื่อความมุ่งประสงค์แห่งอนุสัญญานี้

第5条 ข้อ 5
1 この条約の適用上、「恒久的施設」とは、事業を行う一定の場所であって企業がその事業の全部又は一部を行っている場所をいう。
1. เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งอนุสัญญานี้ คำว่า “สถานประกอบการถาวร” หมายถึง สถานธุรกิจประจำซึ่งวิสาหกิจใช้ประกอบธุรกิจทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
2 「恒久的施設」には、特に、次のものを含む。
2. คำว่า “สถานประกอบการถาวร” โดยเฉพาะให้รวมถึง
(a) 事業の管理の場所
(ก) สถานจัดการ
(b) 支店
(ข) สาขา
(c) 事務所
(ค) สำนักงาน
(d) 工場
(ง) โรงงาน
(e) 作業場
(จ) โรงช่าง
(f) 鉱山、石油又は天然ガスの坑井、採石場その他天然資源を採取する場所
(ฉ) เหมืองแร่ บ่อน้ำมัน หรือ บ่อก๊าซ บ่อหรือสถานที่อื่นใดที่ใช้ในการขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ
(g) 農場又は栽培場
(ช) ที่ทำการเพาะปลูกหรือไร่สวน
(h) 保管のための施設を他の者に提供する者に係る倉庫
(ซ) คลังสินค้าในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการเก็บรักษาสินค้าสำหรับบุคคลอื่น
3 建築工事現場若しくは建設、据付け若しくは組立ての工事又はこれらに関連する監督活動は、3箇月を超える期間存続する場合には、「恒久的施設」とする。
3. ที่ตั้งอาคาร โครงการก่อสร้าง โครงการติดตั้งหรือโครงการประกอบหรือกิจกรรมตรวจควบคุมเกี่ยวกับการนั้นเป็นสถานประกอบการถาวร ถ้าที่ตั้ง โครงการ หรือกิจกรรมเช่นว่านั้นมีอยู่เกินกว่า 3 เดือน
4 一方の締約国の企業が他方の締約国内において使用人その他の職員を通じて役務の提供(コンサルタントの役務の提供を含む。)を行う場合には、このような活動が単一の工事又は複数の関連工事について12箇月の間に合計6箇月を超える期間行われるときに限り、当該企業は、当該他方の締約国内に「恒久的施設」を有するものとされる。
4. วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจะถือว่ามีสถานประกอบการถาวรในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งถ้าวิสาหกิจนั้นให้บริการรวมถึงบริการให้คำปรึกษาผ่านลูกจ้างหรือพนักงานอื่น โดยมีเงื่อนไขว่ากิจกรรมเช่นว่านั้นดำเนินอยู่ (สำหรับโครงการเดียวกันหรือโครงการที่เกี่ยวเนื่องสองโครงการหรือมากกว่านั้น) เป็นระยะเวลาเดียวกันหรือหลายระยะเวลารวมกันเกินกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลาสิบสองเดือนใดๆ
5 1から4までの規定にかかわらず、「恒久的施設」には、次のことは、含まれないものとする。
5. แม้จะมีบทบัญญัติวรรคก่อนของข้อนี้ คำว่า “สถานประกอบการถาวร” จะให้ถือว่าไม่รวมถึง
(a) 企業に属する物品又は商品の保管又は展示のためにのみ施設を使用すること。
(ก) การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ในการเก็บรักษาหรือการจัดแสดงของหรือสินค้าของวิสาหกิจนั้น
(b) 企業に属する物品又は商品の在庫を保管又は展示のためにのみ保有すること。
(ข) การเก็บรักษามูลภัณฑ์ของของหรือสินค้าของวิสาหกิจนั้นเพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ในการเก็บรักษาหรือการจัดแสดง
(c) 企業に属する物品又は商品の在庫を他の企業による加工のためにのみ保有すること。
(ค) การเก็บรักษามูลภัณฑ์ของของหรือสินค้าของวิสาหกิจนั้นเพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ให้วิสาหกิจอื่นใช้ในการแปรสภาพ
(d) 企業のために物品若しくは商品を購入し又は情報を収集することのみを目的として、事業を行う一定の場所を保有すること。
(ง) การมีสถานธุรกิจประจำไว้เพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ในการจัดซื้อสิ่งของหรือสินค้าหรือเพื่อการรวบรวมข้อสนเทศเพื่อวิสาหกิจนั้น
(e) 企業のためにその他の準備的又は補助的な性格の活動を行うことのみを目的として、事業を行う一定の場所を保有すること。
(จ) การมีสถานธุรกิจประจำไว้เพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการเตรียมการหรือเป็นส่วนประกอบสำหรับวิสาหกิจนั้น
6 1及び2の規定にかかわらず、一方の締約国内において他方の締約国の企業に代わって行動する者(7の規定が適用される独立の地位を有する代理人を除く。)が次のいずれかの活動を行う場合には、当該企業は、当該一方の締約国内に「恒久的施設」を有するものとされる。
6. แม้จะมีบทบัญญัติของวรรค 1 และ วรรค 2 เมื่อบุคคลนอกเหนือจากตัวแทนที่มีสถานภาพเป็นอิสระซึ่งอยู่ในบังคับของวรรค 7 กระทำการในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งในนามของวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง จะถือว่าวิสาหกิจนั้นมีสถานประกอบการถาวรในรัฐผู้ทำสัญญารัฐแรก ถ้าบุคคลนั้น
(a) 当該一方の締約国内で、当該企業に代わって契約を締結する権限を有し、かつ、この権限を反復して行使すること。ただし、その活動が5に掲げる活動(事業を行う一定の場所で行われたとしても、5の規定により当該一定の場所が「恒久的施設」とされない活動)のみである場合は、この限りでない。
(ก) มีและใช้อย่างเป็นปกติวิสัยในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก ซึ่งอำนาจในการทำสัญญาในนามของวิสาหกิจนั้น เว้นแต่กิจกรรมของบุคคลนั้นถูกจำกัดอยู่แต่เฉพาะกิจกรรมที่กล่าวถึงในวรรค 5 ถ้าได้กระทำผ่านสถานธุรกิจประจำจะไม่ทำให้สถานธุรกิจประจำนี้เป็นสถานประกอบการถาวรตามบทบัญญัติแห่งวรรคนี้
(b) (a)の権限は有しないが、当該一方の締約国内で、当該企業に属する物品又は商品の在庫を反復して保有し、かつ、当該在庫により当該企業に代わって規則的に注文に応じ又は引き渡すこと。
(ข) ไม่มีอำนาจเช่นว่านั้น แต่ได้เก็บรักษาอย่างเป็นปกติวิสัยในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรกซึ่งมูลภัณฑ์ของของหรือสินค้าซึ่งเป็นของวิสาหกิจนั้น และดำเนินการตามคำสั่งซื้อหรือส่งมอบในนามวิสาหกิจนั้นอยู่เป็นประจำ หรือ
(c) (a)の権限は有しないが、当該一方の締約国内で、専ら又は主として、当該企業のために、又は当該企業及び当該企業が支配し若しくは当該企業に支配的利益を有している他の企業のために反復して注文を取得すること。
(ค) ไม่มีอำนาจเช่นว่านั้น แต่ได้จัดหาคำสั่งซื้ออย่างเป็นปกติวิสัยในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวว่าถึงรัฐแรกทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดเพื่อวิสาหกิจนั้นหรือเพื่อวิสาหกิจนั้นและวิสาหกิจอื่นซึ่งถูกควบคุมโดยวิสาหกิจนั้นหรือมีผลประโยชน์ควบคุมอยู่ในวิสาหกิจนั้น
7 一方の締約国の企業は、通常の方法でその業務を行う仲立人、問屋その他の独立の地位を有する代理人を通じて他方の締約国内において事業を行っているという理由のみでは、当該他方の締約国内に「恒久的施設」を有するものとされない。
7. วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจะไม่ถือว่ามีสถานประกอบการถาวรในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งเพียงเพราะว่าประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง โดยผ่านทางนายหน้า ตัวแทนการค้าทั่วไปหรือตัวแทนอื่นใดที่มีสถานภาพเป็นอิสระ ถ้าบุคคลเช่นว่านั้นได้กระทำตามทางอันเป็นปกติแห่งธุรกิจของตน
8 一方の締約国の居住者である法人が、他方の締約国の居住者である法人若しくは他方の締約国内において事業(「恒久的施設」を通じて行われるものであるかないかを問わない。)を行う法人を支配し、又はこれらに支配されているという事実のみによっては、いずれの一方の法人も、他方の法人の「恒久的施設」とはされない。
8. เพียงแต่ข้อเท็จจริงที่ว่า บริษัทหนึ่งซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งควบคุมหรือถูกควบคุมโดยบริษัทซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง หรือซึ่งประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น (ไม่ว่าจะผ่านสถานประกอบการถาวรหรือไม่) มิเป็นเหตุให้บริษัทหนึ่งบริษัทใดเป็นสถานประกอบการถาวรของอีกบริษัทหนึ่ง

第6条 
ข้อ 6
1 一方の締約国の居住者が他方の締約国内に存在する不動産から取得する所得に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
1. เงินได้ที่มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับจากอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
2 「不動産」の用語は、当該財産が存在する締約国の法令における不動産の意義を有するものとする。不動産には、いかなる場合にも、これに附属する財産、農業又は林業に用いられている家畜類及び設備、不動産に関する一般法の規定の適用がある権利、不動産用益権並びに鉱石、水その他の天然資源の採取又は採取の権利の対価として料金(金額が確定しているかいないかを問わない。)を受領する権利を含む。船舶及び航空機は、不動産とはみなさない。
2. คำว่า “อสังหาริมทรัพย์” ให้มีความหมายซึ่งคำนั้นมีอยู่ตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ คำนี้ไม่ว่าในกรณีใดจะรวมถึงทรัพย์สินอันเป็นอุปกรณ์ของอสังหาริมทรัพย์ ปศุสัตว์ และ เครื่องมือที่ใช้ในการเกษตรและการป่าไม้ สิทธิที่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติของกฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ สิทธิเก็บกินในอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิที่จะได้รับชำระตามจำนวนที่เปลี่ยนแปลงได้หรือจำนวนตายตัวเป็นค่าตอบแทนในการทำงานหรือสิทธิในการทำงานในขุมแร่ แหล่งแร่ และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ส่วนเรือเดินทะเลและอากาศยานจะไม่ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์
3 1の規定は、不動産の直接使用、賃貸その他のすべての形式による使用から生ずる所得について適用する。
3. บทบัญญัติของวรรค 1 จะใช้บังคับแก่เงินได้ที่ได้รับจากการใช้โดยตรง การให้เช่าหรือการใช้อสังหาริมทรัพย์ในรูปอื่นใด
4 1及び3の規定は、企業の不動産から生ずる所得及び独立の人的役務を提供するために使用される不動産から生ずる所得についても、適用する。
4. บทบัญญัติของวรรค 1 และวรรค 3 จะใช้บังคับแก่เงินได้จากอสังหาริมทรัพย์ของวิสาหกิจ และแก่เงินได้จากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งใช้เพื่อการประกอบการบริการส่วนบุคคลที่เป็นอิสระด้วย

第7条 
ข้อ 7
1 一方の締約国の企業の利得に対しては、その企業が他方の締約国内にある恒久的施設を通じて当該他方の締約国内において事業を行わない限り、当該一方の締約国においてのみ租税を課することができる。一方の締約国の企業が他方の締約国内にある恒久的施設を通じて当該他方の締約国内において事業を行う場合には、その企業の利得のうち当該恒久的施設に帰せられる部分に対してのみ、当該他方の締約国において租税を課することができる。
1. เงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ให้เก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐนั้น เว้นแต่วิสาหกิจนั้นประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง โดยผ่านทางสถานประกอบการถาวร ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น ถ้าวิสาหกิจนั้นประกอบธุรกิจดังกล่าวแล้ว เงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจนั้นอาจเป็นภาษีได้ในรัฐหนึ่ง แต่ต้องเก็บจากเงินได้หรือกำไรเพียงเท่าที่พึงถือว่าเป็นของสถานประกอบการถาวรนั้น
2 3の規定に従うことを条件として、一方の締約国の企業が他方の締約国内にある恒久的施設を通じて当該他方の締約国内において事業を行う場合には、当該恒久的施設が、同一又は類似の条件で同一又は類似の活動を行い、かつ、当該恒久的施設を有する企業と全く独立の立場で取引を行う別個のかつ分離した企業であるとしたならば当該恒久的施設が取得したとみられる利得が、各締約国において当該恒久的施設に帰せられるものとする。
2. ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของวรรค 3 ในกรณีที่วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งโดยผ่านสถานประกอบการถาวรซึ่งตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ในแต่ละรัฐผู้ทำสัญญาให้ถือว่าเงินได้หรือกำไรเป็นของสถานประกอบการถาวรนั้น ในส่วนที่พึงคาดหวังได้ว่า สถานประกอบการถาวรนั้นจะได้รับ ถ้าสถานประกอบการถาวรนั้นเป็นวิสาหกิจอันแยกต่างหากและประกอบกิจการเช่นเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ภายใต้ภาวะเช่นเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันและติดต่อกันอย่างเป็นอิสระโดยแท้จริงกับวิสาหกิจซึ่งตนเป็นสถานประกอบการถาวรนั้น
3 恒久的施設の利得を決定するに当たっては、経営費及び一般管理費を含む費用で当該恒久的施設の事業のために生じたものは、当該恒久的施設が存在する締約国内において生じたものであるか他の場所において生じたものであるかを問わず、損金に算入することを認められる。
3. ในการกำหนดกำไรของสถานประกอบการถาวร จะยอมให้หักค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดขึ้นเพื่อความมุ่งประสงค์ของธุรกิจของสถานประกอบการถาวรนั้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดการทั่วไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งสถานประกอบการถาวรนั้นตั้งอยู่หรือที่อื่น
4 2の規定は、恒久的施設に帰せられるべき利得を企業の利得の総額の当該企業の各構成部分への配分によって決定する慣行が一方の締約国にある場合には、租税を課されるべき利得をその慣行とされている配分の方法によって当該一方の締約国が決定することを妨げるものではない。ただし、用いられる配分の方法は、当該配分の方法によって得た結果がこの条に定める原則に適合するようなものでなければならない。
4. หากเป็นประเพณีในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งที่จะกำหนดกำไรอันถือเป็นของสถานประกอบการถาวรโดยอาศัยมูลฐานแห่งการปันส่วนผลกำไรทั้งสิ้นของวิสาหกิจให้แก่ส่วนต่างๆ ของวิสาหกิจ มิให้ข้อความในวรรค 2 ตัดหนทางของรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นจากการกำหนดกำไรเพื่อเสียภาษีโดยการปันส่วนผลกำไรเช่นว่านั้นอาจเป็นไปตามประเพณี อย่างไรก็ตาม วิธีการปันส่วนผลกำไรนั้นจะต้องเป็นวิธีที่มีผลตามหลักการต่างๆซึ่งกำหนดไว้ในข้อนี้
5 恒久的施設が企業のために物品又は商品の単なる購入を行ったことを理由としては、いかなる利得も、当該恒久的施設に帰せられることはない。
5. มิให้ถือว่าเงินได้หรือกำไรใดๆ เป็นของสถานประกอบการถาวรโดยเหตุผลเพียงว่าสถานประกอบการถาวรนั้นซื้อของหรือสินค้าเพื่อวิสาหกิจ
6 1から5までの規定の適用上、恒久的施設に帰せられる利得は、毎年同一の方法によって決定する。ただし、別の方法を用いることにつき正当な理由がある場合は、この限りでない。
6. เพื่อความมุ่งประสงค์ของบทบัญญัติวรรคก่อนๆ ของข้อนี้ กำไรที่พึงถือเป็นของสถานประกอบการถาวรให้กำหนดโดยวิธีเดียวกันเป็นปีๆ ไป เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่จะใช้วิธีอื่น
7 他の条で別個に取り扱われている種類の所得が企業の利得に含まれる場合には、当該他の条の規定は、この条の規定によって影響されることはない。
7. ในกรณีที่เงินได้หรือกำไรรวมไว้ซึ่งรายการเงินได้ซึ่งแยกอยู่ในบังคับของข้ออื่นแห่งอนุสัญญานี้ มิให้บทบัญญัติของข้ออื่นเหล่านั้นถูกกระทบกระเทือนโดยบทบัญญัติของข้อนี้
8 この条の適用上、「企業の利得」には、不動産以外の財産(第12条3に規定する使用料の支払の基因となったものを除く。)の使用又は使用の権利の対価として受領するすべての種類の支払金を含まないものとする。
8. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ คำว่า “เงินได้หรือกำไร” ไม่รวมถึงการจ่ายไม่ว่าชนิดใดๆ ที่ได้รับเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ทรัพย์สินใดๆ นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าสิทธิที่ได้อ้างถึงในวรรค 3 ของข้อ 12

第8条 
ข้อ 8
1 一方の締約国の企業が航空機を国際運輸に運用することによって取得する利得に対しては、当該一方の締約国においてのみ租税を課することができる。
1. เงินได้หรือกำไรที่วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับจากการดำเนินการเดินอากาศยานในการจราจรระหว่างประเทศให้เก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น
2 一方の締約国の企業が船舶を国際運輸に運用することによって取得する利得に対しては、他方の締約国において租税を課することができる。ただし、当該他方の締約国において課される租税の額は、その額の50パーセントに等しい額だけ軽減される。
2. เงินได้หรือกำไรที่วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับจากการดำเนินการเดินเรือในการจราจรระหว่างประเทศอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง แต่จะลดภาษีที่เรียกเก็บในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นลงเป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 50 ของภาษี
3 1及び2の規定は、共同計算、共同経営又は国際経営共同体に参加していることによって取得する利得についても、適用する。
3. ให้ใช้บทบัญญัติของวรรค 1 และวรรค 2 บังคับแก่เงินได้หรือกำไรจากการเข้าร่วมกลุ่ม การเข้าร่วมในธุรกิจ หรือการเข้าร่วมในตัวแทนเพื่อปฏิบัติการระหว่างประเทศ

第9条 
ข้อ 9
1 
1. ในกรณีที่
(a) 一方の締約国の企業が他方の締約国の企業の経営、支配若しくは資本に直接若しくは間接に参加している場合又は
(ก) วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งเข้าร่วมโดยตรงหรือโดยทางอ้อม ในการจัดการการควบคุมหรือร่วมทุนของวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง หรือ
(b) 同一の者が一方の締約国の企業及び他方の締約国の企業の経営、支配若しくは資本に直接若しくは間接に参加している場合であって、そのいずれの場合においても、商業上又は資金上の関係において、双方の企業の間に、独立の企業の間に設けられる条件と異なる条件が設けられ又は課されているときは、その条件がないとしたならば一方の企業の利得となったとみられる利得であってその条件のために当該一方の企業の利得とならなかったものに対しては、これを当該一方の企業の利得に算入して租税を課することができる。
(ข) กลุ่มบุคคลเดียวกันเข้าร่วมโดยตรงหรือโดยทางอ้อมในการจัดการการควบคุมหรือร่วมทุนของวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง และวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง และในแต่ละกรณีได้มีการวางหรือตั้งบังคับเงื่อนไขระหว่างวิสาหกิจทั้งสองในด้านความสัมพันธ์ทางการพาณิชย์หรือการเงิน ซึ่งแตกต่างไปจากเงื่อนไขอันพึงมีระหว่างวิสาหกิจอิสระ เงินได้หรือกำไรใดๆ ซึ่งควรจะมีวิสาหกิจหนึ่งหากมิได้มีเงื่อนไขเหล่านั้น แต่มิได้มีขึ้นโดยเหตุแห่งเงื่อนไขเหล่านั้น อาจรวมเข้าเป็นกำไรของวิสาหกิจนั้น และเก็บภาษีได้ตามนั้น
2 一方の締約国において租税を課された当該一方の締約国の企業の利得を他方の締約国が1の規定により当該他方の締約国の企業の利得に算入して租税を課する場合において、両締約国の権限のある当局が、協議の上、その算入された利得の全部又は一部が、双方の企業の間に設けられた条件が独立の企業の間に設けられたであろう条件であったとしたならば当該他方の締約国の企業の利得となったとみられる利得であることに合意するときは、当該一方の締約国は、その合意された利得に対して当該一方の締約国において課された租税の額につき適当な調整を行う。この調整に当たっては、この条約の他の規定に妥当な考慮を払う。
2. ตามบทบัญญัติของวรรค 1 ในกรณีที่เงินได้หรือผลกำไรที่วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งต้องเสียภาษีให้แก่รัฐนั้นได้รวมอยู่ในยอดเงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง และยอดเงินได้หรือกำไรที่รวมนั้นเป็นเงินได้หรือกำไรที่ควรจะมีแก่วิสาหกิจของรัฐที่กล่าวถึงรัฐแรก ถ้าเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดขึ้นระหว่างวิสาหกิจทั้งสองเป็นเงื่อนไขที่พึงจะมีขึ้นระหว่างวิสาหกิจอิสระ รัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งจะปรับปรุงจำนวนภาษีที่จัดเก็บจากเงินได้หรือกำไรเหล่านั้นให้เหมาะสม โดยการปรึกษาหารือและเห็นพ้องต้องกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐคู่สัญญาในการกำหนดการปรับปรุงเช่นว่านั้นต้องคำนึงถึงบทบัญญัติอื่นๆ แห่งอนุสัญญานี้ด้วยตามควร

第10条 
ข้อ 10
1 一方の締約国の居住者である法人が他方の締約国の居住者に支払う配当に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
1. เงินปันผลที่บริษัทซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจ่ายให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐอีกรัฐหนึ่งนั้น
2 1の配当に対しては、これを支払う法人が居住者とされる締約国においても、当該締約国の法令に従って租税を課することができる。その租税の額は、当該配当の受領者が当該配当の受益者であり、かつ、利得の配分に係る事業年度の終了の日に先立つ6箇月の期間を通じ、当該配当を支払う法人の議決権のある株式の少なくとも25パーセントを所有する法人である場合には、次の額を超えないものとする。
2. อย่างไรก็ตาม เงินปันผลเช่นว่านั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งบริษัทที่จ่ายเงินปันผลเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่และตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น แต่ถ้าผู้รับเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์จากเงินปันผลและเป็นบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของอย่างน้อยร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทที่จ่ายเงินปันผลระหว่างช่วงระยะเวลาหกเดือนติดต่อกันก่อนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีที่การแบ่งปันผลกำไรได้มีขึ้น ภาษีที่เรียกเก็บจะไม่เกิน
(a) 産業的事業に従事する法人により支払われる配当である場合には、当該配当の額の15パーセント
(ก) ร้อยละ 15 ของจำนวนเงินปันผลทั้งสิ้นในกรณีของเงินปันผลที่จ่ายโดยบริษัทที่ดำเนินกิจการอุตสาหกรรม หรือ
(b) その他の場合には、当該配当の額の20パーセント
(ข) ร้อยละ 20 ของจำนวนเงินปันผลทั้งสิ้นในกรณีอื่นๆ
この2の規定は、配当に充てられる利得についての当該法人に対する課税に影響を及ぼすものではない。
ข้อความของวรรคนี้จะไม่กระทบกระเทือนต่อการจัดเก็บจากบริษัทในส่วนที่เกี่ยวกับกำไรที่จ่ายเงินปันผลนั้นออกไป
3 
3.
(a) この条において、「配当」とは、株式その他利得の分配を受ける権利(信用に係る債権を除く。)から生ずる所得及びその他の持分から生ずる所得であって分配を行う法人が居住者とされる締約国の税法上株式から生ずる所得と同様に取り扱われるものをいう。
(ก) คำว่า “เงินปันผล” ที่ใช้ในข้อนี้ หมายถึง เงินได้จากหุ้นหรือสิทธิอื่นๆ ซึ่งมิใช่สิทธิเรียกร้องหนี้อันมีส่วนในผลกำไรรวมทั้งเงินได้จากสิทธิอื่นๆ ของบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้การปฏิบัติจัดเก็บภาษีเช่นเดียวกับเงินได้จากหุ้นตามกฎหมายภาษีของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งบริษัทที่ทำการแบ่งให้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่
(b) 2において、「産業的事業」とは、次のものをいう。
(ข) คำว่า “กิจการอุตสาหกรรม” ที่ใช้ในวรรค 2 หมายถึง
(i) 次の事業
(1) กิจการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
(aa) 製造業、組立業及び加工業
(ก) การหัตถกรรม การประกอบและการแปรรูป
(bb) 建設業、土木業及び造船業
(ข) การก่อสร้าง การวิศวกรรมโยธาและการต่อเรือ
(cc) 発電若しくはガス製造の事業又は水道の供給事業
(ค) การผลิตกระแสไฟฟ้า หรือ ก๊าซ หรือ การส่งน้ำ  หรือ
(dd) 農業、林業、漁業及び栽培業
(ง) การเกษตร การป่าไม้ การประมงและการทำไร่  ทำสวน และ
(ii) その他の事業で、この条の規定の適用上、その事業が存在する締約国の権限のある当局が「産業的事業」であると認めるもの
(2) กิจการอื่นใดที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งกิจการตั้งอยู่อาจประกาศให้เป็น “กิจการอุตสาหกรรม”  เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งข้อนี้
4 1及び2の規定は、一方の締約国の居住者である配当の受益者が、当該配当を支払う法人が居住者とされる他方の締約国において当該他方の締約国内にある恒久的施設を通じて事業を行う場合において、当該配当の支払の基因となった株式その他の持分が当該恒久的施設と実質的な関連を有するものであるときは、適用しない。この場合には、第7条の規定を適用する。
4. บทบัญญัติของวรรค 1 และวรรค 2 จะไม่ใช้บังคับ ถ้าเจ้าของผู้รับประโยชน์จากเงินปันผลเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งซึ่งบริษัทที่จ่ายเงินปันผลเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่โดยผ่านสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในรัฐนั้น และการถือหุ้นในส่วนที่มีการจ่ายเงินปันผลนั้นเกี่ยวข้องในประการสำคัญกับสถานประกอบการถาวรในกรณีเช่นว่านั้น ให้ใช้บทบัญญัติของข้อ 7 บังคับ
5 一方の締約国の居住者である法人が他方の締約国から利得又は所得を取得する場合には、当該他方の締約国は、当該法人の支払う配当及び当該法人の留保所得については、これらの配当及び留保所得の全部又は一部が当該他方の締約国内において生じた利得又は所得から成るときにおいても、当該配当(当該他方の締約国の居住者に支払われる配当及び配当の支払の基因となった株式その他の持分が当該他方の締約国内にある恒久的施設と実質的な関連を有するものである場合の配当を除く。)に対していかなる租税も課することができず、また、当該留保所得に対して租税を課することができない。
5. ในกรณีที่บริษัทซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับเงินกำไรหรือเงินได้จากรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง รัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นจะต้องไม่ตั้งบังคับจัดเก็บภาษีใดๆ จากเงินปันผลที่บริษัทจ่าย เว้นแต่ตราบเท่าที่ได้จ่ายเงินปันผลนั้นให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นหรือตราบเท่าที่การถือหุ้นในส่วนที่เกี่ยวกับเงินปันผลที่จ่ายนั้นได้เกี่ยวข้องในประการสำคัญกับสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น และจะไม่กำหนดให้กำไรที่ยังไม่ได้แบ่งสรรของบริษัทต้องเสียภาษีจากกำไรที่ยังไม่ได้แบ่งสรร แม้ว่าเงินปันผลที่จ่ายหรือกำไรที่ยังไม่ได้แบ่งสรรนั้นจะประกอบขึ้นด้วยกำไรหรือเงินได้ที่เกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตาม

第11条 
ข้อ 11
1 一方の締約国内において生じ、他方の締約国の居住者に支払われる利子に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
1. ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง และจ่ายให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
2 1の利子に対しては、当該利子が生じた締約国においても、当該締約国の法令に従って租税を課することができる。その租税の額は、当該利子の受領者が当該利子の受益者であり、かつ、他方の締約国の居住者である法人の場合には、次の額を超えないものとする。
2. อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยเช่นว่านั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งดอกเบี้ยนั้นเกิดขึ้นและตามกฎหมายของรัฐนั้น แต่ถ้าผู้รับนั้นเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยและเป็นบริษัทซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ภาษีที่เรียกเก็บจะต้องไม่เกิน
(a) 金融機関(保険会社を含む。)が受け取る利子である場合には、当該利子の額の10パーセント
(ก) ร้อยละ 10 ของจำนวนดอกเบี้ยทั้งสิ้น ถ้าดอกเบี้ยนั้นได้รับโดยสถาบันการเงินใดๆ (รวมทั้งบริษัทประกันภัย)
(b) その他の場合には、当該利子の額の25パーセント
(ข) ร้อยละ 25 ของจำนวนดอกเบี้ยทั้งสิ้น ในกรณีอื่นๆ
3 2の規定にかかわらず、一方の締約国内において生ずる利子であって、他方の締約国の政府、当該他方の締約国の地方公共団体、当該他方の締約国の中央銀行又は当該他方の締約国の政府の所有する金融機関に支払うものについては、当該一方の締約国において租税を免除する。
3. แม้จะมีบทบัญญัติของวรรค 2 ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง และจ่ายให้แก่รัฐบาลของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของรัฐนั้น ธนาคารกลางของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น หรือสถาบันการเงินใดๆ ที่รัฐบาลของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งเป็นเจ้าของทั้งหมดจะได้รับยกเว้นภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก
4 この条において、「利子」とは、すべての種類の信用に係る債権(担保の有無及び債務者の利得の分配を受ける権利の有無を問わない。)から生じた所得、特に、公債、債券又は社債から生じた所得(公債、債券又は社債の割増金及び賞金を含む。)及び所得が生じた締約国の税法上貸付金から生じた所得と同様に取り扱われるものをいう。
4. คำว่า “ดอกเบี้ย” ที่ใช้ในข้อนี้หมายถึง เงินได้จากสิทธิเรียกร้องหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันจำนองหรือไม่ และไม่ว่าจะมีสิทธิร่วมกันในผลกำไรของลูกหนี้หรือไม่ และโดยเฉพาะเงินได้จากหลักทรัพย์รัฐบาลและเงินได้จากพันธบัตรหรือหุ้น รวมถึงพรีเมี่ยมและรางวัลอันผูกพันและหลักทรัพย์พันบัตรหรือหุ้นกู้เช่นว่านั้น รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับเงินได้จากการให้กู้ยืมเงินตามกฎหมายภาษีอากรของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งเงินได้นั้นเกิดขึ้น
5 1及び2の規定は、一方の締約国の居住者である利子の受益者が当該利子の生じた他方の締約国において当該他方の締約国内にある恒久的施設を通じて事業を行う場合において、当該利子の支払の基因となった債権が当該恒久的施設と実質的な関連を有するものであるときは、適用しない。この場合には、第7条の規定を適用する。
5. บทบัญญัติของวรรค 1 และวรรค 2 จะไม่ใช้บังคับ ถ้าเจ้าของผู้รับประโยชน์จากดอกเบี้ย เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ซึ่งดอกเบี้ยนั้นเกิดขึ้นโดยผ่านสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในรัฐนั้น และสิทธิเรียกร้องหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับดอกเบี้ยที่จ่ายมีส่วนเกี่ยวข้องในประการสำคัญกับสถานประกอบการถาวรนั้น ในกรณีเช่นว่านั้นจะใช้บทบัญญัติของข้อ 7 มาบังคับ
6 利子は、その支払者が一方の締約国又は当該一方の締約国の地方公共団体若しくは居住者である場合には、当該一方の締約国内において生じたものとされる。ただし、利子の支払者(締約国の居住者であるかないかを問わない。)が一方の締約国内に恒久的施設を有する場合において、当該利子の支払の基因となった債務が当該恒久的施設について生じ、かつ、当該利子が当該恒久的施設によって負担されるものであるときは、当該利子は、当該恒久的施設の存在する当該一方の締約国内において生じたものとされる。
6. ดอกเบี้ยจะถือว่าเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งเมื่อผู้จ่ายคือรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นเอง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นหรือผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีบุคคลที่จ่ายดอกเบี้ยไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งหรือไม่ก็ตามมีสถานประกอบการถาวรในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งอันก่อให้เกิดหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยขึ้น และดอกเบี้ยนั้นตกเป็นภาระแก่สถานประกอบการถาวรดอกเบี้ยเช่นว่านั้นจะถือว่าเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งสถานประกอบการถาวรนั้นตั้งอยู่
7 利子の支払の基因となった債権について考慮した場合において、利子の支払者と受益者との間又はその双方と第三者との間の特別の関係により、利子の額が、その関係がないとしたならば支払者及び受益者が合意したとみられる額を超えるときは、この条の規定は、その合意したとみられる額についてのみ適用する。この場合には、支払われた額のうち当該超過分に対し、この条約の他の規定に妥当な考慮を払った上、各締約国の法令に従って租税を課することができる。
7. ในกรณีที่โดยเหตุผลแห่งความสัมพันธ์พิเศษระหว่างผู้จ่ายกับเจ้าของผู้รับผลประโยชน์หรือระหว่างบุคคลทั้งสองนั้นกับบุคคลอื่น ดอกเบี้ยจำนวนที่จ่ายนั้นเมื่อคำนึงถึงสิทธิเรียกร้องหนี้อันเป็นมูลเหตุแห่งการจ่ายดอกเบี้ยแล้ว มีจำนวนเกินกว่าจำนวนเงินซึ่งควรได้จะตกลงกันระหว่างผู้จ่ายกับเจ้าของผู้รับประโยชน์ หากไม่มีความสัมพันธ์เช่นว่านั้น บทบัญญัติของข้อนี้จะใช้บังคับเฉพาะแก่เงินจำนวนหลัง ในกรณีเช่นว่านั้นส่วนเกินของเงินที่ชำระนั้นให้คงเก็บภาษีได้ตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญาแต่ละรัฐ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงบทบัญญัติอื่นๆ แห่งอนุสัญญานี้ด้วย

第12条 
ข้อ 12
1 一方の締約国内において生じ、他方の締約国の居住者に支払われる使用料に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
1. ค่าสิทธิที่เกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งและจ่ายให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
2 1の使用料に対しては、当該使用料が生じた締約国においても、当該締約国の法令に従って租税を課することができる。その租税の額は、当該使用料の受領者が当該使用料の受益者である場合には、当該使用料の額の15パーセントを超えないものとする。
2. อย่างไรก็ตาม ค่าสิทธิเช่นว่านั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งค่าสิทธินั้นเกิดขึ้นและตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น แต่ถ้าผู้รับเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์จากค่าสิทธิภาษีเรียกเก็บจะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนค่าสิทธิทั้งสิ้น
3 この条において、「使用料」とは、文学上、美術上若しくは学術上の著作物(映画フィルム及びラジオ放送用又はテレビジョン放送用のフィルム又はテープを含む。)の著作権、特許権、商標権、意匠、模型、図面、秘密方式若しくは秘密工程の使用若しくは使用の権利の対価として、又は産業上、商業上若しくは学術上の経験に関する情報の対価として受領するすべての種類の支払金をいう。
3. คำว่า “ค่าสิทธิ” ที่ใช้ในข้อนี้ หมายถึงการจ่ายไม่ว่าชนิดใดๆ ที่ได้รับเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปหรืองานวิทยาศาสตร์ใดๆ รวมทั้งฟิล์มภาพยนตร์และฟิล์มหรือเทปที่ใช้สำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือทางโทรทัศน์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใดๆ หรือเพื่อข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์
4 使用料は、その支払者が一方の締約国又は当該一方の締約国の地方公共団体若しくは居住者である場合には、当該一方の締約国内において生じたものとされる。ただし、使用料の支払者(締約国の居住者であるかないかを問わない。)が一方の締約国内に恒久的施設を有する場合において、当該使用料を支払う債務が当該恒久的施設について生じ、かつ、当該使用料が当該恒久的施設によって負担されるものであるときは、当該使用料は、当該恒久的施設の存在する当該一方の締約国内において生じたものとされる。
4. ค่าสิทธิจะถือว่าเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งเมื่อผู้จ่ายคือรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นเอง องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นหรือผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้จ่ายค่าสิทธินั้นไม่ ว่าจะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งหรือไม่ก็ตามมีสถานประกอบการถาวรในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งอันก่อให้เกิดพันธกรณีที่จะต้องจ่ายค่าสิทธิที่เกิดขึ้น และค่าสิทธินั้นตกเป็นภาระแก่สถานประกอบการถาวร ค่าสิทธิเช่นว่านั้นให้ถือว่าเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งสถานประกอบการนั้นตั้งอยู่
5 1、2及び4の規定は、文学上、美術上若しくは学術上の著作物(映画フィルム及びラジオ放送用又はテレビジョン放送用のフィルム又はテープを含む。)の著作権、特許権、商標権、意匠、模型、図面、秘密方式又は秘密工程の譲渡から生ずる収入についても、同様に適用する。ただし、その収入に係る収益について次条2の規定が適用される場合は、この限りではない。
5. บทบัญญัติของวรรค 1 วรรค 2 และวรรค 4 ของข้อนี้ จะใช้บังคับในทำนองเดียวกันแก่เงินได้ที่เกิดจากการจำหน่ายลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปะหรืองานวิทยาศาสตร์ใดๆ รวมทั้งฟิล์มภาพยนตร์และฟิล์มหรือเทปที่ใช้สำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือโทรทัศน์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง หรือสูตรหรือกรรมวิธีลับใดๆ เว้นแต่ เมื่อบทบัญญัติของวรรค 2 ของข้อ 13 สามารถใช้บังคับแก่ผลได้ที่ได้รับจากเงินได้เช่นว่านั้น
6 1、2及び5の規定は、一方の締約国の居住者である使用料又は収入の受益者が当該使用料又は収入の生じた他方の締約国において当該他方の締約国内にある恒久的施設を通じて事業を行う場合において、当該使用料又は収入の支払の基因となった権利又は財産が当該恒久的施設と実質的な関連を有するものであるときは、適用しない。この場合には、第7条の規定を適用する。
6. บทบัญญัติของวรรค 1 หรือวรรค 2 และวรรค 5 จะไม่ใช้บังคับถ้าเจ้าของผู้รับประโยชน์จากค่าสิทธิหรือเงินที่ได้รับเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งซึ่งค่าสิทธิหรือเงินที่ได้รับนั้นเกิดขึ้นโดยผ่านสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในรัฐนั้น และสิทธิหรือทรัพย์สินในส่วนที่เกี่ยวกับค่าสิทธิที่จ่ายหรือเงินที่ได้รับนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในประการสำคัญกับสถานประกอบการถาวร ในกรณีเช่นว่านั้นจะใช้บทบัญญัติของข้อ 7 มาบังคับ
7 使用料又は収入の支払の基因となった使用、権利又は情報について考慮した場合において、使用料若しくは収入の支払者と受益者との間又はその双方と第三者との間の特別の関係により、使用料又は収入の額が、その関係がないとしたならば支払者及び受益者が合意したとみられる額を超えるときは、この条の規定は、その合意したとみられる額についてのみ適用する。この場合には、支払われた額のうち当該超過分に対し、この条約の他の規定に妥当な考慮を払った上、各締約国の法令に従って租税を課することができる。
7. ในกรณีที่โดยเหตุผลแห่งความสัมพันธ์พิเศษระหว่างผู้จ่ายกับเจ้าของผู้รับประโยชน์หรือระหว่างบุคคลทั้งสองนั้นกับบุคคลอื่น จำนวนค่าสิทธิที่จ่ายให้แก่กันหรือเงินที่ได้รับนั้น เมื่อคำนึงถึงการใช้สิทธิหรือข้อสนเทศอันเป็นมูลเหตุแห่งการจ่ายแล้วมีจำนวนเกินกว่าจำนวนเงินซึ่งควรจะได้ตกลงกันระหว่างผู้จ่ายและเจ้าของผู้รับประโยชน์ หากไม่มีความสัมพันธ์เช่นว่านั้น บทบัญญัติของข้อนี้จะใช้บังคับเฉพาะกับเงินจำนวนหลัง ในกรณีเช่นว่านั้นส่วนเกินของเงินที่ชำระนั้นให้คงเก็บภาษีได้ตามกฎหมายของแต่ละรัฐผู้ทำสัญญา ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงบทบัญญัติอื่นๆ แห่งอนุสัญญานี้ด้วย

第13条 
ข้อ 13
1 一方の締約国の居住者が第6条に規定する不動産で他方の締約国内に存在するものの譲渡によって取得する収益に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
1. ผลได้ที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในข้อ 6 และตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
2 一方の締約国の企業が他方の締約国内に有する恒久的施設の事業用資産の一部を成す財産(不動産を除く。)の譲渡から生ずる収益(単独に又は企業全体として行われる当該恒久的施設の譲渡を含む。)に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
2. ผลได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินใดๆ นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินธุรกิจของสถานประกอบการถาวรซึ่งวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งมีอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง รวมทั้งผลได้จากการจำหน่ายสถานประกอบการถาวรเช่นว่านั้น (โดยลำพังหรือรวมกับวิสาหกิจทั้งหมด) อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
3 一方の締約国の居住者が国際運輸に運用する船舶又は航空機及びこれらの船舶又は航空機の運用に係る財産(不動産を除く。)の譲渡によって取得する収益に対しては、当該一方の締約国においてのみ租税を課することができる。
3. ผลได้ที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับจากการจำหน่ายเรือหรืออากาศยานที่ดำเนินการในการจราจรระหว่างประเทศและทรัพย์สินใดๆ นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินการเกี่ยวกับเรือหรืออากาศยานเช่นว่านั้น จะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น
4 一方の締約国の居住者が1から3まで及び前条5に規定する財産以外の財産の譲渡によって取得する収益であって他方の締約国において生ずるものに対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
4. ผลได้ที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับจากการจำหน่ายทรัพย์สินใดๆ นอกเหนือจากทรัพย์สินที่ได้ระบุไว้ในวรรค 1 ถึงวรรค 3 ของข้อนี้ และ วรรค 5 ของข้อ 12 และเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น

第14条 
ข้อ 14
1 次条から第19条までの規定が適用される場合を除くほか、一方の締約国の居住者が他方の締約国内において提供する人的役務(自由職業を含む。)について取得する報酬又は所得(退職年金及びこれに類する報酬を除く。)に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。ただし、その報酬又は所得については、次の(a)から(c)までに掲げることを条件として、当該他方の締約国において租税を免除する。
1. ภายใต้บทบัญญัติของข้อ 15 ถึงข้อ 19 ค่าตอบแทนหรือเงินได้นอกเหนือจากเงินบำนาญ หรือค่าตอบแทนที่คล้ายคลึงกันซึ่งผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับในส่วนที่เกี่ยวกับการให้บริการส่วนบุคคล (รวมทั้งบริการวิชาชีพ) ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น อย่างไรก็ดี ค่าตอบแทนหรือเงินได้เช่นว่านั้นจะได้รับยกเว้นภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ถ้า
(a) 報酬又は所得の受領者が当該年を通じて合計180日を超えない期間当該他方の締約国内に滞在すること。
(ก) ผู้รับอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลารวมกันไม่เกิน 180 วันในปีปฏิทินที่เกี่ยวข้อง
(b) 報酬又は所得が当該一方の締約国の居住者又はこれに代わる者から支払われるものであること。
(ข) ค่าตอบแทนหรือเงินได้นั้นจ่ายโดยหรือในนามบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก และ
(c) 報酬又は所得が当該他方の締約国において租税を課される企業によって負担されるものでないこと。
(ค) ค่าตอบแทนหรือเงินได้นั้นไม่ตกเป็นภาระแก่วิสาหกิจอันต้องเสียภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
2 1の規定にかかわらず、一方の締約国の居住者が国際運輸に運用する船舶又は航空機内において行われる勤務に係る報酬に対しては、当該一方の締約国において租税を課することができる。
2. แม้จะมีบทบัญญัติของวรรค 1 ค่าตอบแทนหรือเงินได้ในส่วนที่เกี่ยวกับการจ้างงานที่เกิดขึ้นบนเรือหรืออากาศยานที่ดำเนินการในการจราจรระหว่างประเทศโดยผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น

第15条 一方の締約国の居住者が他方の締約国の居住者である法人の役員の資格で取得する役員報酬その他これに類する支払金に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
ข้อ 15 ค่าป่วยการกรรมการและการจ่ายอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ได้รับในฐานะที่เป็นสมาชิกในคณะกรรมการอำนวยการของบริษัทซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น

第16条 
ข้อ 16
1 一方の締約国の居住者である個人が演劇、映画、ラジオ若しくはテレビジョンの俳優、音楽家その他の芸能人又は運動家として他方の締約国内で行う個人的活動によって取得する所得に対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。
もっとも、そのような活動が両締約国の政府間で合意された文化交流のための特別の計画に基づき当該一方の締約国の居住者である個人により行われる場合には、当該所得については、当該他方の締約国において租税を免除する。
1. เงินได้ที่บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งได้รับในฐานะนักแสดงอาทิ นักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ และนักดนตรีหรือในฐานะนักกีฬาจากกิจกรรมส่วนบุคคลของตนที่กระทำในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น อย่างไรก็ดี เงินได้เช่นว่านั้นจะได้รับยกเว้นภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น ถ้ากิจกรรม เช่นว่านั้นได้กระทำขึ้นโดยบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก ในการแสดงพิเศษเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งได้ตกลงกันระหว่างรัฐบาลของรัฐผู้ทำสัญญาทั้งสอง
2 一方の締約国内で行う芸能人又は運動家としての個人的活動に関する所得が当該芸能人又は運動家以外の他方の締約国の居住者である者に帰属する場合には、当該所得に対しては、第7条の規定にかかわらず、当該一方の締約国において租税を課することができる。
もっとも、そのような活動が両締約国の政府間で合意された文化交流のための特別の計画に基づいて行われる場合には、当該所得については、そのような活動が行われた締約国において租税を免除する。
2. ในกรณีเงินได้ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจกรรมส่วนบุคคลที่ได้กระทำในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งโดย นักแสดงหรือนักกีฬาตามความสามารถของตนนั้นมิได้เกิดขึ้นกับตัวนักแสดงหรือนักกีฬาเอง แต่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง เงินได้นั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก โดยไม่คำนึงถึงบทบัญญัติของข้อ 7  อย่างไรก็ดี เงินได้เช่นว่านั้นจะได้รับยกเว้นภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก ถ้ากิจกรรมเช่นว่านั้นได้กระทำขึ้นในการแสดงพิเศษเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งได้ตกลงกันระหว่างรัฐบาลของรัฐผู้ทำสัญญาทั้งสอง

第17条 
ข้อ 17
1 
1.
(a) 政府の職務の遂行として一方の締約国又は当該一方の締約国の地方公共団体に対し提供される役務につき、個人に対し当該一方の締約国又は当該一方の締約国の地方公共団体によって支払われる報酬(退職年金を除く。)に対しては、当該一方の締約国においてのみ租税を課することができる。
(ก) ค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินบำนาญที่จ่ายโดยรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของรัฐนั้นให้แก่บุคคลธรรมดาในส่วนที่เกี่ยวกับบริการที่ให้ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของรัฐนั้นในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีลักษณะเป็นงานของรัฐบาล จะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น
(b) もっとも、当該役務が他方の締約国内において提供され、かつ、(a)の個人が次の(i)又は(ii)に該当する当該他方の締約国の居住者である場合には、その報酬に対しては、当該他方の締約国においてのみ租税を課することができる。
(ข) อย่างไรก็ดี ค่าตอบแทนเช่นว่านั้นจะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งถ้าบริการนั้นได้ให้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งและบุคคลธรรมดานั้นเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งผู้ซึ่ง
(i)当該他方の締約国の国民
(1) เป็นคนชาติของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น หรือ
(ii)専ら当該役務を提供するため当該他方の締約国の居住者となった者でないもの
(2) ไม่ได้เป็นผู้มีมีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นเพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะให้บริการนั้น
2 
2.
(a) 一方の締約国又は当該一方の締約国の地方公共団体に対し提供される役務につき、個人に対し、当該一方の締約国若しくは当該一方の締約国の地方公共団体によって支払われ、又は当該一方の締約国若しくは当該一方の締約国の地方公共団体が拠出した基金から支払われる退職年金に対しては、当該一方の締約国においてのみ租税を課することができる。
(ก) เงินบำนาญใดๆ ที่จ่ายโดยหรือจ่ายจากกองทุนที่ก่อตั้งขึ้นโดยรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของรัฐนั้นให้แก่บุคคลธรรมดาในส่วนที่เกี่ยวกับบริการที่ให้แก่รัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของรัฐนั้นจะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น
(b) もっとも、(a)の個人が他方の締約国の居住者であり、かつ、当該他方の締約国の国民である場合には、その退職年金に対しては、当該他方の締約国においてのみ租税を課することができる。
(ข) อย่างไรก็ดี เงินบำนาญเช่นว่านั้นจะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ถ้าบุคคลธรรมดานั้นเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่และเป็นคนชาติของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น
3 この条の規定は、一方の締約国又は当該一方の締約国の地方公共団体の行う事業に関連して提供される役務につき支払われる報酬及び退職年金には、適用しない。
3. บทบัญญัติของข้อนี้จะไม่ใช้บังคับแก่ค่าตอบแทนหรือเงินบำนาญในส่วนที่เกี่ยวกับบริการที่ให้ในส่วนที่เกี่ยวกับธุรกิจซึ่งประกอบกิจการโดยรัฐหนึ่งหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นของรัฐนั้น

第18条 
ข้อ 18
1 一方の締約国を訪れた当初に他方の締約国の居住者である個人で、当該一方の締約国の政府又は当該一方の締約国内の公認された大学、学校その他の教育機関の招請により、当該一方の締約国内の教育機関において教育又は研究を行うため2年を超えない期間当該一方の締約国を訪れるものは、その教育又は研究に対する報酬について、当該一方の締約国の租税を免除される。
1. บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ในเวลาที่เริ่มเข้ามาอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง และซึ่งเข้ามาอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นเพียงชั่วระยะเวลาไม่เกินสองปี ตามคำเชิญของรัฐบาลของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง หรือตามคำเชิญของมหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน หรือ สถาบันการศึกษาอื่นอันเป็นที่รับรองแล้วในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นเพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะทำการสอนหรือวิจัย ณ สถาบันการศึกษาดังกล่าวในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น จะได้รับยกเว้นภาษีของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำการสอนหรือการวิจัยนั้น
2 1の規定は、主として特定の者の私的利益のために行われる教育又は研究から生ずる所得については、適用しない。
2. บทบัญญัติของวรรค 1 จะไม่ใช้บังคับแก่เงินได้จากการสอนหรือการค้นคว้าวิจัยถ้าการสอน หรือการค้นคว้าวิจัยดังกล่าวได้ดำเนินการโดยมีมูลฐานเพื่อผลประโยชน์เอกชนคนเดียวหรือหลายคนโดยเฉพาะ

第19条 一方の締約国を訪れる直前に他方の締約国の居住者であった個人であって、専ら、
ข้อ 19 บุคคลธรรมดาซึ่งในทันทีทันใดก่อนหน้าที่จะไปเยือนรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งและการไปเยือนรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรกนั้นเพียงเพื่อความมุ่งประสงค์ที่จะ
(a) 大学その他の公認された教育機関において勉学するため、
(ก) เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาอื่นอันเป็นที่ยอมรับ หรือ
(b) 職業上若しくは営業上の資格に必要な訓練を受けるため、又は
(ข) เข้ารับการฝึกอบรมให้สามารถปฏิบัติงานด้านวิชาชีพหรือการค้าหรือ
(c) 政府若しくは宗教、慈善、学術、文芸若しくは教育の団体からの交付金、手当若しくは奨励金の受領者として勉学若しくは研究を行うため、当該一方の締約国を訪問するものは、次のものにつき、当該一方の締約国内において租税を免除される。
(ค) เข้าศึกษาหรือทำการค้นคว้าวิจัยโดยเป็นผู้รับทุน เงินอุดหนุนหรือเงินรางวัลจากองค์การรัฐบาล การศาสนา การกุศล วิทยาศาสตร์ วรรณคดี หรือการศึกษา จะได้รับยกเว้นภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรกที่เก็บจาก
(i) 生計、教育、勉学、研究又は訓練のための海外からの送金
(1) เงินที่ส่งจากต่างประเทศเพื่อความมุ่งประสงค์ในการครองชีพ การศึกษา การเล่าเรียน การค้นคว้าวิจัย หรือ การฝึกอบรมของผู้นั้นเอง
(ii) 交付金、手当又は奨励金
(2) ทุน เงินอุดหนุน หรือเงินรางวัล และ
(iii) 5年を超えない期間内に当該一方の締約国において提供する人的役務による所得(当該所得が生計及び教育に必要な収入を構成する場合に限る。)
(3) เงินได้จากบริการส่วนบุคคลที่กระทำในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น สำหรับชั่วระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ถ้าเงินได้นั้นเป็นสิ่งจำเป็นแก่การครองชีพและการศึกษาของผู้นั้น

第20条 
ข้อ 20
1 一方の締約国の居住者の所得(源泉地を問わない。)で前各条に規定がないものに対しては、当該一方の締約国においてのみ租税を課することができる。
1. ในกรณีใดๆ ก็ตามที่รายการเงินได้ของผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งเกิดขึ้นโดยมิได้เกี่ยวข้องกับข้อก่อนๆ ของอนุสัญญานี้ จะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น
2 1の規定は、一方の締約国の居住者である所得(第6条2に規定する不動産から生ずる所得を除く。)の受領者が、他方の締約国において当該他方の締約国内にある恒久的施設を通じて事業を行う場合において、当該所得の支払の基因となった権利又は財産が当該恒久的施設と実質的な関連を有するものであるときは、当該所得については、適用しない。この場合には、第7条の規定を適用する。
2. บทบัญญัติของวรรค 1 จะไม่ใช้บังคับแก่เงินได้นอกเหนือจากเงินได้จากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้นิยามไว้ในวรรค 2 ของข้อ 6 ถ้าผู้รับเงินได้เช่นว่านั้นเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งโดยผ่านสถานประกอบการถาวรที่ตั้งอยู่ในรัฐนั้นและสิทธิหรือทรัพย์สินในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ที่จ่ายนั้นเกี่ยวข้องในสถานประกอบการถาวรนั้นในกรณีเช่นว่านั้น จะใช้บทบัญญัติของข้อ 7 มาบังคับ
3 1及び2の規定にかかわらず、一方の締約国の居住者の所得のうち、他方の締約国内において生ずるものであって前各条に規定がないものに対しては、当該他方の締約国において租税を課することができる。 
3. แม้ว่าจะมีบทบัญญัติของวรรค 1 และวรรค 2 รายการเงินได้ของผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับข้อก่อนๆ ของอนุสัญญานี้และเกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง

第21条 
ข้อ 21
1 タイ以外の国において納付される租税をタイの租税から控除することに関するタイの法令に従い、タイの居住者がこの条約の規定に従って日本国において租税を課される所得を日本国において取得する場合には、当該所得について納付される日本国の租税の額は、当該居住者に対して課されるタイの租税の額から控除する。ただし、控除の額は、タイの租税の額のうち当該所得に対応する部分を超えないものとする。
1. ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวกับการยอมให้ถือเป็นเครดิตต่อภาษีไทยของภาษีที่พึงชำระในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศไทย ในกรณีที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้รับเงินได้จากประเทศญี่ปุ่นซึ่งอาจเก็บภาษีได้ในประเทศญี่ปุ่นตามบทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้ จำนวนภาษีญี่ปุ่นที่พึงชำระในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้นั้นจะยอมให้ถือเป็นเครดิตต่อภาษีไทยที่ตั้งบังคับจัดเก็บจากผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ดี จำนวนเครดิตนั้นจะต้องไม่เกินกว่าส่วนของภาษีไทย ซึ่งเหมาะสมกับเงินได้นั้น
2 日本国以外の国において納付される租税を日本国の租税から控除することに関する日本国の法令に従い、
2. ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นในส่วนที่เกี่ยวกับการยอมให้ถือเป็นเครดิตต่อภาษีญี่ปุ่นของภาษีที่พึงชำระในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น
(a) 日本国の居住者がこの条約の規定に従ってタイにおいて租税を課される所得をタイにおいて取得する場合には、当該所得について納付されるタイの租税の額は、当該居住者に対して課される日本国の租税の額から控除する。ただし、控除の額は、日本国の租税の額のうち当該所得に対応する部分を超えないものとする。
(ก) ในกรณีที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้รับเงินได้จากประเทศไทย ซึ่งอาจเก็บภาษีได้ในประเทศไทยตามบทบัญญัติในอนุสัญญานี้ จำนวนภาษีไทยที่พึงชำระในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้นั้นจะยอมให้ถือเป็นเครดิตต่อภาษีญี่ปุ่นที่ตั้งบังคับจัดเก็บจากผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีจำนวนเครดิตนั้นจะต้องไม่เกินกว่าส่วนของภาษีที่ญี่ปุ่นซึ่งเหมาะสมกับเงินได้นั้น
(b) タイにおいて取得される所得が、タイの居住者である法人によりその議決権のある株式又はその発行済株式の少なくとも25パーセントを所有する日本国の居住者である法人に対して支払われる配当である場合には、日本国の租税からの控除を行うに当たり、当該配当を支払う法人によりその所得について納付されるタイの租税を考慮に入れるものとする。
(ข) ในกรณีที่เงินได้รับจากประเทศไทยเป็นเงินปันผลที่จ่ายโดยบริษัท ซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยให้แก่บริษัทที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ญี่ปุ่นและซึ่งเป็นเจ้าของไม่ร้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทที่จ่ายเงินปันผลหรือของหุ้นทั้งหมดที่ออกโดยบริษัทนั้น การเครดิตนั้นจะต้องคำนึงถึงภาษีไทยที่พึงชำระโดย บริษัทที่จ่ายเงินปันผลในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ที่จ่ายเงินปันผลนั้นเอง
3 4の規定が適用される場合を除くほか、2(a)に規定する控除の適用上、「納付されるタイの租税」には、第10条2又は第12条2若しくは5の規定に従って軽減が行われないとしたならば納付されたとみられるタイの租税の額を含むものとみなす。
3. ภายใต้บังคับบทบัญญัติของวรรค 4 เพื่อความมุ่งประสงค์ของการเครดิตที่ระบุไว้ในวรรค 2 (ก) ข้างต้น คำว่า “ภาษีไทยที่พึงชำระ” จะให้ถือว่ารวมถึงจำนวนภาษีไทยซึ่งควรจะได้ชำระ ถ้าภาษีไทยนั้นมิได้รับการลดหย่อนตามบทบัญญัติของวรรค 2 ของข้อ 10 หรือวรรค 2 และวรรค 5 ของข้อ 12
4 
4.
(a) 2に規定する控除の適用上、「納付されるタイの租税」には、次のいずれかのものに従って軽減又は免除が行われないとしたならばタイの法令に基づき納付されたとみられるタイの租税の額を含むものとみなす。
(ก) เพื่อความมุ่งประสงค์แห่งการเครดิตที่ระบุไว้ในวรรค 2 ข้างต้น คำ ว่า “ภาษีไทยที่พึงชำระ” จะให้ถือว่ารวมถึงจำนวนภาษีไทยซึ่งควร จะได้ชำระภายใต้กฎหมายของประเทศไทย ถ้าภาษีไทยนั้นมิได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นตาม
(i) この条約の署名の日に実施されている1977年(仏暦2520年)投資奨励法第31条、第33条、第34条、第35条(2)、第35条(3)、第35条(4)若しくは第36条(4)の規定又は
(1) บทบัญญัติของมาตรา 31, 33, 34, 35 (2), 35 (3), 35 (4) หรือ 36 (4) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 (1977) ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในวันที่ลงนามในอนุสัญญานี้ หรือ
(ii) この条約の署名の日の後に修正された(i)に掲げる規定若しくはタイの経済開発を促進するためのその他の特別の奨励措置であって(i)に掲げる規定に基づく現行の措置の修正若しくはこれへの追加としてタイの租税に関する法令に将来導入されることがあるもの。ただし、両締約国の政府が前記の修正された規定又は前記の奨励措置により納税者に与えられる特典の範囲に関し合意することを条件とする。
(2) บทบัญญัติใดๆ ที่ระบุใน (1) ข้างต้น ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงภายหลังจากวันที่ลงนามในอนุสัญญานี้หรือมาตรการจูงใจพิเศษอื่นใดที่มุ่งหมายจะส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ซึ่งอาจนำมาใช้ในอนาคตในกฎหมายภาษี ไทยในการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมจาก มาตรการที่เป็นอยู่ใน (1) ข้างต้น หากได้มีการตกลงกันแล้ว ระหว่างรัฐบาลทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับขอบเขตของสิทธประโยชน์ของผู้เสียภาษีตามบทบัญญัติที่ได้เปลี่ยนแปลงหรือตามมาตรการดังกล่าว
(b) (a)(i)の規定(1977年(仏暦2520年)投資奨励法第35条(3)又は第36条(4)に係る部分に限る。)は、個々の事案について同法第35条(3)又は第36条(4)の規定に従って最初にタイの租税の免除若しくは軽減が行われた課税年度又はこの条約の適用が開始された課税年度のいずれか遅い方の課税年度から13年目の課税年度の後に生ずる所得に関しては、適用しない。
(ข) บทบัญญัติของอนุวรรค (ก) (1) ข้างต้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรา 35 (3) หรือ 36 (4) ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 (1977) จะไม่ใช้บังคับในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ในแต่ละรายที่ เกิดขึ้นหลังจากปีภาษีที่สิบสามนับแต่การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีไทยที่ยอมให้ครั้งแรกตามบทบัญญัติของมาตราดังกล่าวหรือนับแต่ อนุสัญญานี้มีผลบังคับ แล้วแต่อย่างไหนจะช้ากว่า
5 3又は4の規定の適用がある場合には、第10条2の規定が適用される配当又は第12条2若しくは5の規定が適用される使用料若しくは収入については、2(a)及び3又は4(a)の規定に従って与えられる日本国の租税からのいかなる控除も、当該配当、使用料又は収入の額の25パーセントを超えないものとする。
5. เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรค 3 และวรรค 4 ข้างต้น ส่วนที่เกี่ยวกับเงินปันผล ค่าสิทธิ หรือเงินที่ได้รับซึ่งบทบัญญัติของวรรค 2 ของข้อ 10 หรือ วรรค 2 หรือ วรรค 5 ของข้อ 12 ใช้บังคับได้ แล้วแต่กรณี การเครดิตใดๆ ต่อภาษีญี่ปุ่นที่ยอมให้ตามบทบัญญัติของวรรค 2 (ก) และวรรค 3 หรือ วรรค 4 (ก) ข้างต้น จะไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนเงินปันผล ค่าสิทธิ หรือเงินที่ได้รับทั้งสิ้น

第22条 
ข้อ 22
1 一方の締約国の国民は、他方の締約国において、同様の状況にある当該他方の締約国の国民に課されており若しくは課されることがある租税若しくはこれに関連する要件以外の租税若しくはこれに関連する要件又はより重い租税若しくはこれに関連する要件を課されることはない。
1. คนชาติของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจะไม่ถูกบังคับในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งให้เสียภาษีอากรใดๆ หรือให้ปฏิบัติตามข้อใดๆ เกี่ยวกับการนั้นอันเป็นการนอกเหนือไปจากหรือเป็นภาระหนักกว่าการเสียภาษีอากรและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องซึ่งคนชาติของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นถูกหรืออาจถูกบังคับให้เสียหรือให้ปฏิบัติตามในสถานการณ์เดียวกัน
2 一方の締約国の企業が他方の締約国内に有する恒久的施設に対する租税は、当該他方の締約国において、同様の活動を行う当該他方の締約国の企業に対して課される租税よりも不利に課されることはない。
この2の規定は、一方の締約国に対し、家族の状況又は家族を扶養するための負担を理由として自国の居住者に認める租税上の人的控除、救済及び軽減を他方の締約国の居住者に認めることを義務付けるものと解してはならない。
2. ภาษีอากรเก็บจากสถานประกอบการถาวรซึ่งวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งมีอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งจะไม่เรียกเก็บในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งโดยเป็นการอนุเคราะห์น้อยกว่าภาษีอากรที่เรียกเก็บจากวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้นที่ประกอบกิจกรรมอย่างเดียวกัน บทบัญญัตินี้จะไม่แปลเป็นความผูกพันรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งในอันที่จะยอมให้ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง ซึ่งค่าลดหย่อนส่วนบุคคล การผ่อนผันและการหักอย่างใดๆ เพื่อความมุ่งประสงค์ในการจัดเก็บภาษีอากร เนื่องจากการมีสถานะเป็นพลเมืองหรือมีภาระรับผิดชอบทางครอบครัวซึ่งรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งนั้นยอมให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐของตน
3 第9条、第11条7又は第12条7の規定が適用される場合を除くほか、一方の締約国の企業が他方の締約国の居住者に支払った利子、使用料その他の支払金については、当該企業の課税対象利得の決定に当たって、当該一方の締約国の居住者に支払われたとした場合における条件と同様の条件で控除するものとする。
3. ยกเว้นในกรณีที่บทบัญญัติของข้อ 9 วรรค 7 ของข้อ 11 หรือวรรค 7 ของข้อ 12 ใช้บังคับ ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งจ่ายโดยวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง เพื่อความมุ่งประสงค์ในการกำหนดกำไรอันพึงเสียภาษีของวิสาหกิจนั้นให้นำมาหักได้ภายใต้เงื่อนไขเช่นเดียวกันเสมือนเงินได้เหล่านั้นถูกจ่ายให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก
4 一方の締約国の企業であってその資本の全部又は一部が他方の締約国の一又は二以上の居住者により直接又は間接に所有され又は支配されているものは、当該一方の締約国において、当該一方の締約国の類似の他の企業に課されており若しくは課されることがある租税若しくはこれに関連する要件以外の租税若しくはこれに関連する要件又はより重い租税若しくはこれに関連する要件を課されることはない。
4. วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งซึ่งผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งคนเดียวหรือหลายคนเป็นเจ้าของหรือควบคุมทุนทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม จะไม่ถูกบังคับในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรกให้เสียภาษีอากรใดๆ หรือให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ เกี่ยวกับการนั้นอันเป็นการนอกเหนือจากหรือเป็นภาระหนักกว่าการเสียภาษีอากรและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องซึ่งวิสาหกิจที่คล้ายคลึงกันของรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรกถูกหรืออาจถูกบังคับให้เสียหรือให้ปฏิบัติตาม
5 この条において、「租税」とは、この条約の対象である租税をいう。
5. ในข้อนี้คำว่า “ภาษีอากร” หมายถึง ภาษีอากรซึ่งเป็นหัวข้อเรื่องของอนุสัญญานี้

第23条 
ข้อ 23
1 いずれか一方の又は双方の締約国の措置によりこの条約の規定に適合しない課税を受けたと又は受けることになると認める居住者は、当該事案について、当該締約国の法令に定める救済手段とは別に、自己が居住者である締約国の権限のある当局に対して、申立てをすることができる。当該申立ては、この条約の規定に適合しない課税に係る当該措置の最初の通知の日から3年以内に、しなければならない。
1. ในกรณีที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ได้พิจารณาเห็นว่าการกระทำของรัฐผู้ทำสัญญารัฐเดียวหรือทั้งสองรัฐมีผลหรือจะมีผลให้ตนต้องเสียภาษีอากรโดยไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้ ผู้นั้นอาจยื่นเรื่องราวของตนต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งตนเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่นั้นได้โดยไม่คำนึงถึงวิธีการแก้ไขที่ได้บัญญัติไว้โดยกฎหมายภายในของรัฐผู้ทำสัญญาดังกล่าว คำร้องดังกล่าวจะต้องยื่นภายใน 3 ปี นับจากที่ได้รับแจ้งครั้งแรกถึงการกระทำอันมีผลให้การเสียภาษีอากรไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้
2 権限のある当局は、1の申立てを正当と認めるが、満足すべき解決を与えることができない場合には、この条約の規定に適合しない課税を回避するため、他方の締約国の権限のある当局との合意によって当該事案を解決するよう努める。
2. ถ้าข้อคัดค้านนั้นปรากฏแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจว่ามีเหตุผลสมควรและถ้าตนไม่สามารถที่จะหาทางแก้ไขที่น่าพอใจได้เอง เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะต้องพยายามแก้ไขกรณีนั้นโดยความตกลงร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง เพื่อเว้นการเก็บภาษีอันไม่เป็นไปตามอนุสัญญานี้
3 両締約国の権限のある当局は、この条約の解釈又は適用に関して生ずる困難又は疑義を合意によって解決するよう努める。両締約国の権限のある当局は、また、この条約に定めのない場合における二重課税を除去するため、相互に協議することができる。
3. เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาจะพยายามแก้ไขข้อยุ่งยากหรือข้อสงสัยใดๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการตีความหรือการบังคับใช้อนุสัญญานี้โดยความตกลงร่วมกัน เจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาจปรึกษาหารือกันเพื่อการขจัดการเก็บภาษีซ้อนในกรณีซึ่งมิได้บัญญัติไว้ในอนุสัญญานี้
4 両締約国の権限のある当局は、2及び3の合意に達するため、直接相互に通信することができる。
4. เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาอาจติดต่อซึ่งกันและกันโดยตรงเพื่อความมุ่งประสงค์ให้มีการตกลงกันตามนัยแห่งวรรคก่อนๆ ของข้อนี้

第24条 
ข้อ 24
1 両締約国の権限のある当局は、この条約の規定の実施、租税に関する詐欺の防止又は脱税に対処するための法規の実施に必要な情報で、両締約国のそれぞれの税法に基づいて行政の通常の運営において入手することができるものを交換することができる。このようにして交換された情報は、秘密として取り扱わなければならず、租税の賦課及び徴収に関与し、又はこれらに関する異議についての決定に関与する者(裁判所を含む。)以外のいかなる者にも漏らしてはならない。
1. เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของรัฐผู้ทำสัญญาทั้งสองรัฐอาจแลกเปลี่ยนข้อสนเทศเช่นว่านั้นเท่าที่จะหาได้ ภายใต้กฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องในวิถีทางแห่งการบริหารตามปกติอันเป็นสิ่งจำเป็นแก่การปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งอนุสัญญานี้เพื่อป้องกันการฉ้อโกงหรือการบริหารแห่งบทบัญญัติที่กำหนดไว้ซึ่งคัดค้านต่อการเลี่ยงภาษีในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเหล่านั้น ข้อสนเทศใดๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนกันนั้นจะถือเป็นความลับและจะไม่เปิดเผยแก่บุคคลใดๆ นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรวมถึงศาลซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินและการจัดเก็บภาษีหรือการวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับการประเมินและการจัดเก็บภาษีนั้น
2 1の規定は、いかなる場合にも、一方の締約国に対し、次のことを行う義務を課するものと解してはならない。
2. ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม บทบัญญัติของวรรค 1 จะไม่ถูกแปลความเป็นการตั้งข้อผูกพันบังคับแก่รัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง
(a) 当該一方の締約国又は他方の締約国の法令及び行政上の慣行に抵触する行政上の措置をとること。
(ก) ให้ดำเนินมาตรการทางการบริหารโดยขัดกับกฎหมายหรือวิธีปฏิบัติ ทางการบริหารของรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นหรือรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง
(b) 当該一方の締約国又は他方の締約国の法令の下において又は行政の通常の運営において入手することができない情報を提供すること。
(ข) ให้ข้อสนเทศอันมิอาจจัดหาได้ตามกฎหมายหรือตามวิถีทางการ บริหารโดยปกติของรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้นหรือรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง
(c) 営業上、事業上、産業上、商業上若しくは職業上の秘密若しくは取引の過程を明らかにするような情報又は公開することが公の秩序に反することになる情報を提供すること。
(ค) ให้ข้อสนเทศซึ่งจะเปิดเผยความลับทางการค้า ธุรกิจ อุตสาหกรรม พาณิชยกรรมใดๆ หรือความลับทางวิชาชีพ หรือ กรรมวิธีทางการค้า หรือข้อสนเทศ ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบ ร้อยหรือศีลธรรมอันดี

第25条 この条約のいかなる規定も、国際法の一般原則又は特別の協定に基づく外交官又は領事官の租税上の特権に影響を及ぼすものではない。
ข้อ 25 ไม่มีความใดในอนุสัญญานี้มีผลกระทบกระเทือนต่อเอกสิทธิ์ทางการรัษฎากรของเจ้าหน้าที่ทางการทูตหรือกงสุล ตามหลักทั่วไปแห่งกฎหมายระหว่างประเทศหรือตามบทบัญญัติแห่งความตกลงพิเศษทั้งหลาย

第26条 
ข้อ 26
1 この条約は、批准されなければならない。批准書は、できる限り速やかにバンコックで交換されるものとする。
1. อนุสัญญานี้จะได้รับการให้สัตยาบันและจะได้ทำการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารกันที่กรุงเทพฯโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
2 この条約は、批准書の交換の日の後30日目の日に効力を生ずるものとし、次のものについて適用する。
2. อนุสัญญานี้จะเริ่มใช้บังคับในวันที่สามสิบภายหลังที่มีการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารและจะมีผลใช้บังคับ
(a) 日本国においては、この条約が効力を生ずる年の翌年の1月1日以後に開始する各課税年度の所得
(ก) ในประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของเงินได้สำหรับปีภาษีใดๆ ที่เริ่มต้นในหรือหลังวันแรกของเดือนมกราคมของปีปฏิทินถัดจากปีที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับ และ
(b) タイにおいては、
(ข) ในประเทศไทย
(i) この条約が効力を生ずる年の翌年の1月1日以後に自国の居住者でない者に対し支払われた又は送金された金額について源泉徴収される租税
(1) ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากจำนวนที่จ่าย หรือนำส่งให้แก่ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ในหรือหลังจากวันแรกของเดือนมกราคมของปีปฏิทินถัดจากปีที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับ
(ii) この条約が効力を生ずる年の翌年の1月1日以後に開始する各課税年度又は事業年度の所得に対するその他の租税
(2) ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้อื่นๆ สำหรับปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีใดๆ ที่เริ่มในหรือหลังจากวันแรกของเดือนมกราคมของปีปฏิทินถัดจากปีที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับ
3 1963年3月1日にバンコックで署名された所得に対する租税に関する二重課税の回避及び脱税の防止のための日本国とタイとの間の条約は、2の規定に従ってこの条約が適用される所得につき、終了し、かつ、適用されなくなる。
3. อนุสัญญาระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ซึ่งลงนามที่กรุงเทพฯในวันที่ 1 มีนาคม 2506 จะสิ้นสุดและเลิกมีผลบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ซึ่งอนุสัญญานี้ใช้บังคับภายในบทบัญญัติของวรรค 2

第27条 この条約は、無期限に効力を有する。ただし、いずれの一方の締約国も、この条約の効力発生の日から5年の期間が満了した後に開始する各年の6月30日以前に、外交上の経路を通じて他方の締約国に対し書面による終了の通告を行うことができる。この場合には、この条約は、次のものについて効力を失う。
ข้อ 27 อนุสัญญานี้จะมีผลบังคับต่อไปโดยไม่มีข้อจำกัด แต่รัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งรัฐใดอาจให้คำบอกกล่าวการเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรแก่รัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งโดยผ่านวิถีทางการทูตในหรือก่อนวันที่สามสิบของเดือนมิถุนายนของปีปฏิทินใดๆ ที่เริ่มต้นหลังจากพ้นชั่วระยะเวลาห้าปีนับจากวันที่อนุสัญญานี้เริ่มใช้บังคับ ในกรณีเช่นว่านั้นอนุสัญญานี้จะเลิกมีผลบังคับ
(a) 日本国においては、
(ก) ในประเทศญี่ปุ่น
終了の通告が行われた年の翌年の1月1日以後に開始する各課税年度の所得
ในส่วนของเงินได้สำหรับปีภาษีใดๆ ที่เริ่มในหรือหลังจากวันแรกของเดือนมกราคมของปีปฏิทินถัดจากปีที่ได้ให้คำบอกกล่าวการเลิก และ
(b) タイにおいては、
(ข) ในประเทศไทย
(i) 終了の通告が行われた年の翌年の1月1日以後に自国の居住者でない者に対し支払われた又は送金された金額について源泉徴収される租税
(1) ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากจำนวนที่ได้จ่าย  หรือนำส่งให้แก่ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ในหรือหลังจากวันแรกของเดือน  มกราคมของปีปฏิทินถัดจากปีที่ได้ให้คำบอกกล่าวการเลิก
(ii) 終了の通告が行われた年の翌年の1月1日以後に開始する各課税年度又は事業年度の所得に対するその他の租税
(2) ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้อื่นๆ สำหรับปีภาษี  หรือรอบระยะเวลาบัญชีใดๆ ที่เริ่มในหรือหลังจากวันแรกของเดือนมกราคมของปีปฏิทินถัดจากปีที่ได้ให้คำบอกกล่าวการเลิก

以上の証拠として、下名は、各自の政府から正当に委任を受けてこの条約に署名した。
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องเพื่อการนี้ด้วยอำนาจแห่งรัฐบาลทั้งสอง
1990年4月7日に東京で、英語により本書二通を作成した。
ทำคู่กันเป็นสองฉบับ ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2533 เป็นภาษาอังกฤษ

議定書
พิธีสาร

所得に対する租税に関する二重課税の回避及び脱税の防止のための日本国とタイとの間の条約(以下「条約」という。)の署名に当たり、下名は、条約の不可分の一部を成す次の規定を協定した。
ในการลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้(ต่อไปนี้จะเรียกว่า “อนุสัญญา”) ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ได้ตกลงกันตามบทบัญญัติต่อไปนี้ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญานี้
1 条約第5条7に関し、「仲立人、問屋その他の独立の地位を有する代理人」には、一方の締約国内で、専ら又は主として、他方の締約国の企業のために若しくはこれに代わって、又は当該企業及び当該企業が支配し若しくは当該企業に支配的利益を有している他の企業のために若しくはこれらに代わって、同条6(a)、(b)又は(c)に規定されている活動に従事する者を含まないものと了解される。
1. ตามวรรค 7 ของข้อ 5 ของอนุสัญญานี้ คำว่า “นายหน้า ตัวแทน นายหน้าทั่วไปหรือตัวแทนอื่นใดที่มีสถานภาพเป็นอิสระ” เป็นที่เข้าใจว่า ไม่รวมถึงบุคคลตามที่กำหนดไว้ในอนุวรรค (ก) (ข) หรือ (ค) ของวรรค 6 ของข้อดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเช่นว่านั้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดเพื่อหรือในนามวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง หรือเพื่อหรือในนามวิสาหกิจเช่นว่านั้น และวิสาหกิจอื่นซึ่งถูกควบคุมโดยหรือมีการควบคุมผลประโยชน์ในวิสาหกิจเช่นว่านั้น
2 条約第7条3に関し、企業の恒久的施設が当該企業の本店又は当該企業の他の事務所に支払った又は振り替えた支払金(実費弁償に係るものを除く。)で次に掲げるものについては、損金に算入することが認められない。
2. ตามวรรค 3 ของข้อ 7 ของอนุสัญญานี้ จะไม่ยอมให้มีการหักในส่วนที่เกี่ยวกับจำนวนที่ได้จ่ายหรือถูกเรียกเก็บ (นอกเหนือจากการจ่ายชดใช้คืนของค่าใช้จ่ายที่แท้จริง) โดยสถานประกอบการถาวรของวิสาหกิจหนึ่งให้แก่สำนักงานใหญ่ของวิสาหกิจหรือสำนักงานอื่นใดของวิสาหกิจนั้นในรูปของ
(a) 特許権その他の権利の使用の対価として支払われる使用料、報酬その他これらに類する支払金
(ก) ค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียม หรือการชำระอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันในการ ตอบแทน สำหรับการใช้สิทธิบัตรหรือสิทธิอื่นๆ
(b) 特定の役務の提供又は事業の管理の対価として支払われる手数料
(ข) ค่านายหน้าสำหรับการบริการเฉพาะเจาะจงที่ได้กระทำหรือเพื่อการจัดการ และ
(c) 当該恒久的施設に対する貸付けに係る利子(当該企業が銀行業を営む企業である場合を除く。)
(ค) ดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมแก่สถานประกอบการถาวร เว้นแต่ในกรณีที่ วิสาหกิจนั้น เป็นสถาบันการธนาคาร
3 条約第7条2、3及び4に関し、日本国の居住者が、タイ国内にある恒久的施設の実際の純利得によってタイにおいて租税を課されることを要求しない場合には、これらのいかなる規定も、タイが、当該恒久的施設に帰せられるべき利得を当該恒久的施設の総収入の一定の妥当な比率によって決定することを妨げるものではない。ただし、その結果が同条に定める原則に適合するようなものでなければならない。
3. ตามวรรค 2 วรรค 3 และวรรค 4 ของข้อ 7 ของอนุสัญญาในกรณีของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นผู้ซึ่งมิได้อ้างหลักเกณฑ์การเสียภาษีอากรในประเทศไทยจากกำไรสุทธิที่แท้จริงของสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ไม่มีกรณีใดในวรรคที่กล่าวไว้แล้วจะตัดหนทางของประเทศไทยในอันที่จะกำหนดกำไรที่พึ่งถือว่าเป็นของสถานประกอบการถาวรจากมูลฐานของอัตราร้อยละ ซึ่งเหมาะสมแน่นอนของยอดรายรับทั้งสิ้นของสถานประกอบการถาวรโดยมีเงื่อนไขว่าจะมีผลตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ในข้อที่กล่าวไว้แล้ว
4 条約第10条3(b)に関し、「産業的事業」とは、また、産業投資の奨励に関するタイの法律に基づいて与えられる特典を受けることのできるすべての事業をいう。
4. ตามวรรค 3 (ข) ของข้อ 10 ของอนุสัญญานี้ คำว่า “กิจการอุตสาหกรรม” ให้หมายถึงกิจการใดๆ ที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายของประเทศไทยในเรื่องการส่งเสริมการลงทุนทางอุตสาหกรรมด้วย
5 条約のいかなる規定も、恒久的施設によるタイの国外への利得の処分に対し、タイが、1938年(仏暦2481年)タイ歳入法第70条の2に従い租税を課することを妨げるものと解してはならない。
5. ไม่มีกรณีใดในอนุสัญญานี้จะแปลความเป็นการตัดหนทางมิให้ประเทศไทยตั้งบังคับจัดเก็บภาษีจากการจำหน่ายเงินกำไรออกจากประเทศไทย โดยสถานประกอบการถาวรตามมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 (193)
6 条約第16条に関し、一方の締約国の企業が同条1にいう活動から他方の締約国において取得する所得に対しては、当該他方の締約国において同条2に定めるところに従い租税を課することができることが了解される。
6. ตามข้อ 16 ของอนุสัญญาเป็นที่เข้าใจว่าเงินได้ที่ได้รับในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจากบทบัญญัติแห่งกิจกรรมที่กล่าวถึงในวรรค 1 ของข้อดังกล่าว โดยวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรกในวิธีเดียวกันตามที่กำหนดไว้โดยวรรค 2 ของข้อดังกล่าว
7 条約第21条4(a)に関し、同条4(a)(i)に掲げる規定であって条約の署名の日の後にその内容が修正されたものに対しては、その修正が条約の署名の日に有効なこれらの規定により与えられた特典の範囲を変更しない程度のものである場合に限り、同条4(a)(i)の規定を適用し、同条4(a)(ii)の規定は、適用しないことが了解される。
7. ตามวรรค 4 (ก) ของข้อ 21 ของอนุสัญญานี้เป็นที่เข้าใจว่ามาตราใดๆ ที่ได้ระบุไว้ในอนุวรรค (1) ของวรรคดังกล่าวซึ่งได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงภายหลังจากวันที่ลงนามในอนุสัญญานี้จะอยู่ภายใต้บทบัญญัติของอนุวรรคดังกล่าว และบทบัญญัติของอนุวรรค (2) ของวรรคดังกล่าวจะไม่ใช้บังคับแก่มาตราที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้นตราบเท่าที่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้กระทำเพียงขนาดที่ขอบเขตแห่งสิทธิประโยชน์ตามมาตราดังกล่าวซึ่งมีผลบังคับอยู่ในวันที่ลงนามในอนุสัญญานี้ไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง
8 条約第26条2の規定にかかわらず、第21条4(a)(i)の規定は、1988年1月1日以後に終了する各課税年度の所得に関し、適用する。
8. แม้จะมีบทบัญญัติของวรรค 2 ของข้อ 26 ของอนุสัญญานี้ บทบัญญัติของวรรค 4 (ก) (1) ของข้อ 21 จะใช้บังคับในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้สำหรับปีภาษีใดๆ ที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2531

以上の証拠として、下名は、各自の政府から正当に委任を受けてこの議定書に署名した。
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องเพื่อการนี้ด้วยอำนาจแห่งรัฐบาลทั้งสอง
1990年4月7日に東京で、英語により本書二通を作成した。
ทำคู่กันเป็นสองฉบับ ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2533 เป็นภาษาอังกฤษ